บุกฐานบัญชาการ “แอมเวย์” พิสูจน์เคล็ด (ลับ) คุณภาพ นิวทริไลท์-อาร์ทิสทรี (จบ)


นอกจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นิวทริไลท์ ของค่ายขายตรง แอมเวย์ที่ ประชาชาติธุรกิจไปสัมผัสมาและพูดได้เต็มปากว่า “ล้ำยุค” แล้ว ในแง่การสนับสนุนความเป็นแบรนด์เครื่องสำอางชั้นแนวหน้าของโลก อาร์ทิสทรี ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย

จะว่าไปแล้วทุกวันนี้เรื่องความสวยความงามนั้นนอกจากโปรดักต์จะต้องมีคุณภาพเป็นตัวนำที่สำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้แล้ว อาร์ทิสทรียังให้ความสำคัญในการนำเทคโนโลยีชั้นสูงมาพัฒนาเป็นอุปกรณ์และเครื่องมือเพื่อช่วยให้การใช้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทริปนี้ “ปรีชา ประกอบกิจ” กรรมการผู้จัดการ แอมเวย์ ประเทศไทย พาทัวร์ไปถึงก้นบึ้งของแผนกวิจัยและพัฒนา พร้อมพิสูจน์ให้เห็นกันจะจะชนิดหมดไส้หมดพุง

เริ่มจากในส่วนของแผนกวิจัยและพัฒนาของอาร์ทิสทรีที่ตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องมือหลาย ๆ ตัว โดยเฉพาะเครื่องตรวจสภาพผิวที่จะเป็นอาวุธอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้นักธุรกิจอิสระแอมเวย์ทำงานได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพขึ้น และจะช่วยให้ตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

โดยไฮไลต์จะอยู่ที่เครื่องตรวจสภาพผิว 2 ตัว ซึ่งเป็นอุปกรณ์ล่าสุด และเริ่มทยอยนำมาใช้แล้วในหลาย ๆ ประเทศ

ตัวแรก Artistry Thermal Imaging เครื่องมือชนิดนี้ใช้อินฟราเรด เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของผิวที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ สามารถตรวจจับภาพและความร้อนของผิวได้ที่อุณหภูมิต่ำถึง 0.025 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิของผิว คือ การสะท้อนให้เห็นการไหลเวียนของโลหิต และการไหลเวียนของโลหิตเป็นสัญญาณบ่งชี้อาการระคายเคือง ซึ่งทำให้สามารถตรวจจับสัญญาณอาการแพ้ได้ด้วย จึงสามารถบ่งชี้ได้เป็นอย่างดีว่า มีส่วนผสมใดบ้างในผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

ส่วนอีกตัวหนึ่ง Artistry Magnification เป็นกล้องจุลทรรศน์ที่รวมเอาเทคโนโลยีเลเซอร์กับระบบการมองเห็นพิเศษเพื่อให้เกิดภาพสามมิติและ มาประยุกต์ใช้ในการส่องดูภาพโครงสร้างของผิวหนังชั้นใน และนำมาใช้ในการทดสอบปฏิกิริยาของผลิตภัณฑ์ต่อผิวหนัง และผลภายหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อนำมาปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสะท้อนให้เป็นว่า อาร์ทิสทรีเป็นเครื่องสำอางที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ หัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้ผลิตภัณฑ์

สินค้าที่เป็นเทรนด์อีกอย่างหนึ่งที่แอมเวย์ให้ความสำคัญมากขึ้น คือ เครื่องกรองน้ำและเครื่องกรองอากาศ

ปัจจุบันเครื่องกรองน้ำอีสปริง (eSpring) ที่แอมเวย์ผลิตออกมาจำหน่ายนั้นเป็นเครื่องที่เป็นเจเนอเรชั่นที่ 5 แล้ว และวางขายในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก เป็นการรวมเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ มารวมไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการกรองด้วยคาร์บอน การฆ่าเชื้อแบคทีเรีย-ไวรัสด้วยแสงยูวี ระบบอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนเครื่องฟอกอากาศ ATMOSPHERE ที่ได้รับการรับรองคุณภาพภายใต้มาตรฐานการทดสอบโดยสมาคมผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Association of Home Appliance Manufacturers หรือ AHAM) สามารถกรองสิ่งปนเปื้อนและฝุ่นละออง ที่แขวนลอยอยู่ในอากาศที่มีขนาดเล็กถึง 0.009 ไมครอน รวมทั้งสามารถ กรองสิ่งปนเปื้อน อาทิ ตัวไรฝุ่น แบคทีเรีย ไวรัส เป็นต้น

สิ่งที่แอมเวย์ให้ความสำคัญมากกับสินค้าทั้ง 2 ตัวนี้ คือ การวิจัยและพัฒนา ในแง่ของประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถทำงานได้อย่างเต็มเปี่ยมในทุกสภาพในแต่ละประเทศที่วางจำหน่าย โดยมีการจำลองสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เพื่อให้เครื่องได้ทำงานจริง เพื่อทดสอบความทนทาน ไม่ว่าจะเป็นกระแสไฟฟ้า อุณหภูมิ ความกดอากาศ สารปนเปื้อน ความชื้น ฯลฯ

หรือแม้กระทั่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอุปกรณ์บางส่วน หรือเปลี่ยนซัพพลายเออร์ ก็จะต้องนำมาตรวจสอบใหม่อย่างละเอียด

เมื่อมั่นใจแล้วจึงจะส่งให้องค์กรอิสระตรวจและรับรอง ก่อนจะนำออกวางจำหน่าย

ที่ขาดไม่ได้ ก็คือ การให้ข้อมูลความรู้ผลิตภัณฑ์กับนักธุรกิจอิสระเพื่อให้มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อจะได้นำไปถ่ายทอดกับผู้บริโภคหรือลูกค้าว่า สินค้าของแอมเวย์มีความแตกต่างจากสินค้าอื่น ๆ อย่างไร เฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง คุณภาพ

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 15 ตุลาคม 2552