คาร์ฟูร์เล็งใช้มาตรการสิ่งแวดล้อม บังคับซัพพลายเออร์อียูภายใน2ปี


“คาร์ฟูร์” ในฝรั่งเศสเตรียมบังคับใช้มาตรการคำนวณต้นทุนสิ่งแวดล้อมย้อนกลับภายใน 2 ปี พร้อมเตรียมขยายผลใช้กับซัพพลายเออร์ทุกราย ด้าน “TDRI” ชี้อียู ใช้มาตรการกีดกันสินค้าอาหารไทยถึง 10 มาตรฐาน

นายพอล โรว์ซัม ผู้จัดการด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มคาร์ฟูร์ กล่าวในการสัมมนา Doing Business with the EU ; Green Business and Its Implications in Supply Chain ว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลฝรั่งเศสได้หารือร่วมกับ ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกและซัพพลายเออร์ เพื่อศึกษาแนวทางการคำนวณการใช้ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม หรือ Life of Cycle Analysis หรือ LCA เพื่อประเมินว่าสินค้าแต่ละชนิดมีการใช้ต้นทุนที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมทั้งหมด เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการได้มีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น และพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรักษา สิ่งแวดล้อมมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งตื่นตัวเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (green business) ในทุกประเทศ สำหรับแนวทางนี้คาดว่ามาตรการนี้จะเสร็จสิ้นและเริ่มมีผลบังคับใช้สำหรับห้างค้าปลีกในฝรั่งเศสต้นปี 2554 และในอนาคตอาจจะขยายไปทั้งอียู

ปัจจุบันห้างค้าปลีกฝรั่งเศสได้มีการใช้มาตรการ FCD หรือ Federal for Commerce and Distribution ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับมาตรการ British Retail Consortium หรือ BRC ที่กำหนดออกมาโดยกลุ่มห้างค้าปลีกในอังกฤษ โดยมาตรการ FCD นี้ได้แบ่งข้อกำหนดด้านมาตรฐานในระดับต่าง ๆ ตามระดับความเข้มงวด (criteria) โดยจะเข้าไปดูว่าซัพพลายเออร์ของห้างแต่ละรายมีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานในระดับใดได้บ้าง แต่ซัพพลายเออร์ทุกรายที่จะทำธุรกิจกับคาร์ฟูร์ก็ต้องเข้าใจและปฏิบัติให้ได้ โดยบริษัทจะมีการฝึกอบรมในระดับแรก และจะมีการตรวจสอบการปฏิบัติก่อนที่จะเป็นคู่ค้ากัน

“กลุ่มคาร์ฟูร์ได้ประสานกับซัพพลายเออร์ที่จัดส่งสินค้าให้กับห้างเพื่อผลิตสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ทางคาร์ฟูร์พยายามมุ่งสู่การเป็นธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (green business) เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการทำงานของรัฐบาลสหภาพยุโรปที่มุ่งจะให้ผู้ประกอบการมีจิตสำนึกในการรักษาพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการใช้แรงงานอย่างมีสวัสดิภาพ ตลอดทั้งกระบวนการผลิต (supply chain) ปัจจุบันคาร์ฟูร์เป็นห้างค้าปลีกที่มีส่วนแบ่งตลาดได้ 30% ซึ่งปีหน้าเราจะยังดำเนินธุรกิจตามแนวทางในปีนี้ ซึ่งจะติดตามเรื่องการดูแลบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี การลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติก การจำหน่าย สินค้าออร์แกนิก เป็นต้น” นายพอลกล่าว

นายอดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยว่า ขณะที่สินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยส่งออกไปตลาดสหภาพยุโรป (อียู) ได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการทางการค้าอย่างมาก โดยอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร อาหารและผลิตภัณฑ์ มีการใช้มาตรการทางการค้ารวม 10 มาตรการ รองลงมาคืออุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมยานยนต์และอะไหล่ยานยนต์ เซรามิกและหัตถกรรม อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือน

“มาตรการที่สินค้าเกษตรและอาหารจะต้องผ่านก่อนส่งออกไปยังอียู คือมาตรฐานสุขอนามัย มาตรการสุขอนามัยพืช และสุขอนามัยสัตว์ (SPS) ส่วนอุตสาหกรรมจะถูกใช้มาตรการเกี่ยวกับการจำกัดสารอันตราย ซึ่งมาตรการทางการค้านี้ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการตรวจสอบซึ่งมีความซับซ้อนและมีต้นทุนสูง แต่หากสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดไปยังลูกค้าตลาดอียูซึ่งเป็นตลาดหลักได้อย่างยั่งยืน” นายอดิศร์กล่าว

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 15 ตุลาคม 2552