ร้านกาแฟแห่แตกเซ็กเมนต์ย่อย น้องใหม่”โคโคโร”ลุยแฟรนไชส์


ร้านกาแฟคั่วบดหอมกรุ่น แบรนด์น้องใหม่ลงตลาดเพียบ “โคโคโร่” ลุยเปิดแฟรนไชส์เต็มสูบ ส่ง 2 แบรนด์ “ดิ เอ็กซ์เพรสโซ่” และ “หอมละมุน” เจาะตลาดกลางและล่าง ชี้ตลาดร้านกาแฟยังโตได้ดี โดยเฉพาะระดับกลาง ปลื้มปีนี้โตถึง 100%

นายนิรันดร์ ทับทิมคุณา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โคโคโร่ เบฟเวอร์เรจ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการครบวงจรในธรุกิจกาแฟสด ในรูปแบบ one stop service ตั้งแต่ออกแบบร้าน ก่อสร้าง อบรม จัดจำหน่าย เครื่องชง เครื่องบดเมล็ดกาแฟ และอุปกรณ์ทุกชนิด พร้อมให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังเปิดร้าน โดยปัจจุบันนอกจากกาแฟแล้ว บริษัทยังมีสินค้าประเภทอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย ได้แก่เครื่องดื่มประเภทต่าง ๆ อาทิ น้ำผลไม้สมูทตี้, น้ำผลไม้โซดา และชาผลไม้ต่าง ๆ และยังได้นำเข้าชาชั้นดีจากอเมริกา “Republic of Tea” รวมถึงเค้ก, เบเกอรี่, คุกกี้, แซนด์วิช และวาฟเฟิล

ปัจจุบันบริษัทมีร้านกาแฟใน 3 เซ็กเมนต์ครอบคลุมตลาดบนถึงล่างในรูปแบบของแฟรนไชส์ ได้แก่โคโคโร่ ร้านกาแฟระดับบน ราคากาแฟต่อแก้วจะอยู่ที่ 55 บาทขึ้นไป ปัจจุบันมี 3 สาขา ได้แก่เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, โลตัสรัตนาธิเบศร์ และชลบุรี ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่เพื่อเจาะตลาดกลางและล่าง ได้แก่ “ดิ เอ็กซ์เพรสโซ่” ซึ่งเจาะตลาดระดับกลาง ราคาต่อแก้วอยู่ที่ 35-45 บาท โดยเน้นเปิดตามดิสเคานต์สโตร์ รวมถึงสำนักงานต่าง ๆ ปัจจุบันมี 2 สาขา ใช้งบฯลงทุน 75,000 บาท และสุดท้ายคือแบรนด์ “หอมละมุน” เจาะตลาดล่างทั่วประเทศ ในราคาต่อแก้วที่ 20-35 บาท ตอนนี้มีอยู่ 20 สาขา ใช้งบฯลงทุนที่ 38,500 บาท

นายนิรันดร์กล่าวว่า ปัจจุบันร้านกาแฟยังคงเติบโตต่อเนื่อง และเซ็กเมนต์ที่มีการเติบโตมากที่สุดคือตลาดร้านกาแฟระดับกลาง เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย และยังสามารถรักษาคุณภาพและรสชาติกาแฟได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ตลาดร้านกาแฟยังมีการเติบโตขึ้นตลอด สังเกตได้จากยอดการสั่งซื้อเมล็ดกาแฟคั่วบดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สำหรับเป้าหมายการเปิดสาขาหลังจากนี้ ตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์ “ดิ เอ็กซ์เพรสโซ่” เพิ่มเป็น 20 สาขาในปีหน้า ขณะที่แบรนด์หอมละมุนจะเพิ่มเป็น 30-40 สาขาในปีหน้า ขณะที่แบรนด์โคโคโร่ยังไม่ได้ตั้งเป้าหมาย คงขึ้นอยู่กับโลเกชั่น โดยปีนี้บริษัทมีการเติบโตถึง 100%

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 12 ตุลาคม 2552