นูสกินมั่นใจยอดแตะพันล้าน เล็งรีโนเวตศูนย์ฯเน้นทันสมัย


นูสกินปลื้มแผนการจ่ายผลตอบแทนใหม่ ดันยอดสมาชิกหน้าใหม่เพิ่ม ยอดพุ่ง 15% คาดสิ้นปีโตตามเป้า เดินเครื่องทำการตลาดกระตุ้นยอดขายโค้งท้าย เตรียมรีโนเวตศูนย์นูสกิน เพิ่มความหรูหราทันสมัย รองรับการเติบโต 2 พันล้านในอีก 2 ปี
นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นูสกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการเปิดตัวแผนการจ่ายผลตอบแทนแบบใหม่ ภายใต้ชื่อเว็ลธแม็กซิไมเซอร์ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น 30% และยอดขายเพิ่มขึ้น 15% ขณะที่ผู้แทนจำหน่ายก็ได้รับผลตอบแทนมากขึ้น ซึ่งแผนดังกล่าวจะใช้ต่อเนื่องถึงปี 2553

สำหรับในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลจับจ่ายและกำลังซื้อของผู้บริโภคค่อนข้างสูง นูสกินได้มีแผนตลาดจะแคมเปญส่งเสริมการขายเฉพาะเดือนตุลาคม ด้วยส่วนลดสูงสุด 30% จากปกติ 20% เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีของนูสกิน จัดทริปไปเที่ยวออสเตรเลีย รวมถึงการจัดกิจกรรม “นูสกินโรดโชว์ 2009” ไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น และเป็นการแนะนำโอกาสทางธุรกิจให้กับ ผู้ที่สนใจในธุรกิจขายตรง

ด้านกลยุทธ์สินค้า ยังไม่มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับสินค้าที่เพิ่งเปิดตัว โดยเฉพาะสินค้า นวัตกรรมความงาม ผลิตภัณฑ์ “กัลวานิค ซิสเต็ม” ซึ่งเป็นกลุ่มที่มียอดขายสูงสุด และใกล้เคียงกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต่อต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งการใหความรู้ ผู้จำหน่ายอิสระเพื่อจะนำเสนอสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับต้นปี 2553 วางแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและรีลอนช์ผลิตภัณฑ์เดิมอีกครั้ง เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกลือแร่ เป็นต้น ทั้งนี้มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสนใจนำเข้ามาทำตลาดอีก 3-5 รายการ

นางภคพรรณกล่าวด้วยว่า จากแผนการตลาดดังกล่าวคาดว่าจะช่วยผลักดันรายได้สิ้นปีมีการเติบโตสูงสุดในรอบ 12 ปีที่เปิดดำเนินการในประเทศไทย ซึ่งคาดว่ามีการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 15% หรือมีรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 วางแผนขยายสาขาและรีโนเวตศูนย์ให้มีความทันสมัย พร้อมทั้งขยายพื้นที่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีแผนนำบริการดูแลผิวหน้าเปิดให้บริการในสาขาที่มีศักยภาพ ทั้งนี้บริษัทได้ใช้โชว์รูมของสำนักงานใหญ่ที่ตึกจามจุรี สแควร์เป็นโมเดลต้นแบบ

“เราตั้งเป้าทุก 5 ปี มีการเติบโตเพิ่มเป็นเท่าตัว ซึ่งอีก 2 ปีจะครบกำหนด 5 ปี (2549-2554) ทำรายได้เพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาท ซึ่งยอดซื้อไตรมาสที่ผ่านมาดีขึ้น คนมีอารมณ์จับจ่าย จำนวนชิ้นและยอดซื้อต่อบิลสูงขึ้น ความถี่ในการสั่งซื้อก็มากขึ้น แต่เศรษฐกิจไม่ดีติดต่อมา 2 ปี โจทย์ของปี 2553 จึงเน้นแนวทางเตรียมการรองรับการผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น ถ้าเศรษฐกิจดีนูสกินก็จะเติบโตมากกว่าปกติ” นางภคพรรณกล่าว

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 12 ตุลาคม 2552