“เซ็นทรัล”ทุ่ม2พันล.ปรับโฉมสาขา


เทียบชั้นเท่า”ชิดลม”รอท่าศก.ฟื้น เล็งขายสินค้าผ่านเน็ตเจาะกลุ่มฮิป
“เซ็นทรัล”เชื่อเศรษฐกิจดีต่อเนื่อง ทุ่ม 2 พันล้าน ปรับโฉมสาขาลาดพร้าว-ปิ่นเกล้า-ภูเก็ต เทียบชั้นสาขาชิดลม รุกยอดขายส่งท้ายปีผ่านบัตรเดอะวันการ์ด จัด 2 งานดันรายได้เพิ่ม 1.6 พันล้าน เล็งเปิดช่องทางขายใหม่ผ่านเน็ตเจาะกลุ่มฮิป

นางยุวดี จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า การเติบโตในปีนี้จะเป็นไปได้ยาก หากไม่มีการขยายสาขาใหม่ ดังนั้น บริษัทจึงปรับกลยุทธ์เน้นการสร้างการเติบโตในสาขาเดิม พร้อมทั้งใช้การบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนด้านต่างๆ สำหรับแผนการดำเนินงานในปีหน้า บริษัทเตรียมงบประมาณต่อเนื่องปี 2553-2554 ราว 2,000 ล้านบาท สำหรับการปรับโฉมครั้งใหญ่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว 900 ล้านบาท สาขาปิ่นเกล้า 450 ล้านบาท สาขาภูเก็ต 100 ล้านบาท ที่จะเป็นการขยายพื้นที่โซนสินค้าตกแต่งบ้าน จากเดิม 2,000 ตร.ม. เป็น 4,000 ตร.ม. และสาขาหาดใหญ่ 75 ล้านบาท ให้ทุกที่มีมาตรฐานเดียวกับสาขาชิดลม

นางยุวดีกล่าวถึงทิศทางการตลาดในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งถือเป็นช่วงฤดูการจับจ่ายว่า บริษัทเน้นกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (ซีอาร์เอ็ม) ผ่านบัตรเดอะวันการ์ด ที่ปัจจุบันมีฐานสมาชิก 2.5 ล้านคน และปรับกลยุทธ์การทำกิจกรรมทางการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยได้ทำการศึกษาเรื่องการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่นิยมซื้อสินค้าผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น

นางยุวดีกล่าวว่า บริษัทได้ใช้งบฯ 110 ล้านบาท สำหรับการจัดงานมหัศจรรย์แห่งพรรณไม้ประจำปี ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม-2 พฤศจิกายนนี้ ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งจะมีการเปิดตัวดอกบัวเฉลิมพระเกียรติ 77 พรรษา มหาราชินี ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมโหวตเลือกชื่อ เพื่อชิงรางวัลทองคำหนัก 6.2 บาท หรือรับคะแนนเดอะ วัน การ์ด 62,000 คะแนน พร้อมชมดอกบัวสายพันธุ์ต่างๆ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 100,000 คน และช่วงเดียวกันจะจัดโปรโมชั่นฉลองเซ็นทรัลครบรอบ 62 ปีในทุกสาขา ยกเว้น เซน คาดว่าจะมียอดขายจากทั้งสองงานราว 1,600 ล้านบาท สำหรับยอดขายไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 7% ขณะที่ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มีการเติบโต 7% เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

ที่มา มติชน 9 ตุลาคม 2552