ยอดขายค้าปลีกQ3ออกมาดีดันดาวโจนส์บวก61จุด น้ำมันดิบขยับตาม-ทองคำพุ่งทุบสถิติใหม่


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนทีผ่านมา(8 ต.ค.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังการเปิดเผยผลกำไรรายไตรมาสของบริษัทอัลโค อิงค์ ออกมาดีเกินคาด ส่งผลให้ดัชนีเฉลี่ยหุ้นอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 61.29 จุดหรือ 0.63% ปิด 9,786.87, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 7.90 จุดหรือ 0.75% ปิด 1,065.48 และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 13.60 จุดหรือ 0.64% ปิดที่ระดับ 2,123.93

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ค(NYMEX)ปิดเพิ่มขึ้นทะยานขึ้นกว่า 3 % หลังนักลงทุนหันมาเข้าซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ท่ามกลางดอลลาร์ที่อ่อนค่า รวมทั้งได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ในทางบวกต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยราคาน้ำมันดิบงวดส่งมอบเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 2.12 ดอลลาร์ หรือ 3.05 % ปิดตลาดที่ระดับ 71.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 69.17-72.55 ดอลลาร์

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย.ที่ตลาดกรุงลอนดอนทะยานขึ้น 2.57 ดอลลาร์ หรือ 3.82 % สู่ 69.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 67.07-70.49 ดอลลาร์

สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ล่าสุดพุ่งไปแตะระดับ 1,058.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาทองคำให้พุ่งขึ้น ล่าสุดอ่อนค่าลงไปอีก 0.6% เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักทำให้นักลงทุนหันมาซื้อทองคำที่จะทำกำไรได้มากกว่า นักวิเคราะห์คาดราคาทองคำอาจสูงถึง 1,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนค่าลง

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 9 ตุลาคม 2552