ชิงเค้กปตท.ค้าปลีก จับตา7-11-เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์


หลังการเข้าซื้อกิจการของ Conoco Philips ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2550 ทำให้บมจ.ปตท. ก่อตั้งบริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด หรือ PTT RM ขึ้น เพื่อทำหน้าที่บริหารสถานีบริการน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ ภายใต้ชื่อ PTT RM และ จิฟฟี่ (Jiffy) ในสถานีบริการน้ำมัน Jet เดิม และล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปตท. ตัดสินใจทุ่มเงินอีกกว่า 100 ล้านบาท ซื้อแบรนด์และกิจการของร้านจิฟฟี่มาบริหารเอง จากเดิมที่ทำสัญญาใช้ตราสินค้าเป็นเวลา 2 ปี

เส้นทางของจิฟฟี่ ส่อเค้าสดใส ภายใต้การนำของดร.กฤษณะพล โกมลบุณย์ กรรมการผู้จัดการ PTT RM ซึ่งมีแนวคิดที่จะพัฒนาและยกระดับให้แบรนด์จิฟฟี่ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเป็นผู้นำร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมัน และด้วยแนวคิดดังกล่าวทำให้ PTT RM เดินหน้านำเสนอสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Jiffy Platinum , Jiffy Express ส่งผลให้ปัจจุบัน แบรนด์จิฟฟี่มีความหลากหลายถึง 7 โมเดล

ทุ่ม 3,000 ล. ใน 3 ปี
ความพยายามในการเดินหน้ายกระดับจิฟฟี่ ให้เป็นร้านสะดวกซื้อที่โดนใจคนไทย ที่ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มนักเดินทางเท่านั้น ทำให้ PTT RM ตัดสินใจเซ็นสัญญาเลือกเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล บริษัทในเครือเซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ตเบอร์ 1 เมืองไทยเป็นผู้ซัพพลายสินค้าให้กับจิฟฟี่ทั้ง 146 สาขาทั่วประเทศ ทั้งสินค้าประเภทอาหารสด อาหารแห้ง และของใช้ในชีวิตประจำวัน (non-food) ซึ่งใช้บริการดังกล่าวนอกจากจะทำให้ร้านจิฟฟี่ มีสินค้าแบรนด์ชั้นนำทั้งของไทยและต่างประเทศวางจำหน่าย ยังมีสินค้าที่สดใหม่ เติมเต็มบนเชลฟ์ให้เพียงพอกับการขายให้กับลูกค้าได้ตลอดเวลา ตามข้อตกลง และสิ่งสำคัญยังช่วยลดต้นทุนด้านการบริหารจัดการซัพพลายเชน ทั้งการขนส่ง การสต๊อกสินค้า ได้กว่า 10% อีกด้วย

ดร.กฤษณะพล โกมลบุณย์ บอกว่า PTT RM เตรียมทุ่มงบอีกปีละ 1,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปี ในการลงทุนพัฒนาแบบรอบด้านให้กับจิฟฟี่ ไม่ว่าจะเป็น การขยายสาขาใหม่ การรีโนเวตสาขาเดิมให้เป็นรูปแบบแพลทินัม การลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ฯลฯ พร้อมกับการสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่ม เพื่อสร้างให้จิฟฟี่เป็นมากกว่าร้านสะดวกซื้อ

“เราทำทุกอย่างเพื่อให้จิฟฟี่แข็งแกร่ง ทั้งการขยายสาขาเพิ่ม การหาพันธมิตร การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างยอดขายและรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ปัจจุบันยอมรับว่าจิฟฟี่ ยังไม่ได้จีพี (Gross Profit) ตามที่ต้องการ โดยปัญหาอยู่ที่สินค้าอาหารสด ซึ่งอนาคตเชื่อว่าเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์จะช่วยได้”

เพียงไม่นานที่จิฟฟี่ ได้พันธมิตรมืออาชีพอย่างเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์เข้ามาช่วย รายได้ของจิฟฟี่ ก็สามารถเพิ่มขึ้นเป็น 2.269 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมที่มียอดขาย 2.1 ล้านบาทต่อเดือน ตัวเลขยอดขายที่เพิ่มขึ้น อาจไม่น่าสนใจเท่ากับจีพีที่จิฟฟี่ต้องการ โดยเฉพาะในอนาคตกับหมวดอาหารสด ที่มีจีพีเฉลี่ย 30-40% ย่อมมีความน่าสนใจกว่าสินค้าที่เป็นของใช้ในชีวิตประจำวันที่มีจีพีอยู่แค่ 10-15% และซื้อชิ้นหนึ่งใช้ได้นานนับเดือน ขณะที่อาหารต้องกินทุกมื้อ

นอกจากนี้พันธมิตรอย่างกลุ่มเซ็นทรัลเอง ก็คงไม่ได้หวังแค่ซัพพลายสินค้าให้กับจิฟฟี่ แต่ความสัมพันธ์ที่มีจุดเริ่มต้นในร้านสะดวกซื้อ อาจจะส่งสายป่านยาวไปถึงสถานีบริการน้ำมันปตท.ทั้ง 1,200 แห่งก็เป็นได้ เพราะเพียงไม่นานเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป อีกหนึ่งในเครือเซ็นทรัล ก็จ่อคิวเปิดเอาต์เลตช็อป ขนแฟชั่นเสื้อผ้าแบรนด์เนมไปจำหน่ายในปั๊มปตท.แล้ว

7-11 ขอเจรจา 3 เดือนรู้ผล
กว่า 5 ปีเศษที่บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับปตท. และเปิดให้บริการร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) ในปั๊มปตท.มากกว่า 700 แห่ง หากเปรียบเทียบเม็ดเงินยอดขายที่ร้านเซเว่นได้รับ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมากกว่าจิฟฟี่ อาจจะทำให้เซเว่น มีรายได้โดยรวมเกือบ 1,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยทีเดียว และศักยภาพของปตท.เอง ที่เป็น 1 ทำให้กลายเป็นทำเลที่เซเว่น ต้องการอย่างยิ่งยวด

การสุ่มเจรจาเพื่อเข้าสวมสิทธิ์ร้านจิฟฟี่ จึงเกิดขึ้นเป็นเวลานานนับปี แม้ที่ผ่านมาดูเหมือนจะยังไม่คืบหน้า แต่การที่นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ออกมายืนยันและยอมรับถึงการเจรจาที่ซีพี ออลล์ยื่นข้อเสนอเข้าไปว่าจะสามารถสรุปได้ภายใน 3 เดือนนี้ ซึ่งน่าจะมีนัยสำคัญที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในปตท.เร็วๆนี้

“เรามีโอกาสที่จะสร้างความแข็งแกรงให้กับปตท. ด้วยจุดแข็งของเซเว่น ที่มีแบรนด์หลากหลายทั้งคัดสรร ยูริ เอ็กซ์-ต้า บุ๊คสมาย ผนึกกับจุดแข็งของซีพี ในเรื่องอาหาร จะทำให้เกิดความร่วมมือกันในระยะยาว สร้างตลาดปตท.ให้ใหญ่ขึ้น”

สัญญาที่จะหมดลงในอีก 4 ปีข้างหน้าของเซเว่น อาจไม่ได้ทำให้ปตท. สูญเสียรายได้เท่าใดนัก แต่ในทางตรงข้ามผู้ได้รับผลกระทบน่าจะเป็นเซเว่น เอง หากวันนี้เซเว่นยอมตัดชิ้นเนื้อบางส่วนให้กับปตท. เพื่อแลกกับการเข้าไปสวมสิทธิ์จิฟฟี่ และใช้จุดแข็งของเซเว่นที่มีทั้งความชำนาญ และประสบการณ์ในการบริหารพื้นที่ต่อตารางเมตรให้กลายเป็นเงิน บวกกับความเป็นกูรูด้านอาหารของเครือซีพี ช่วยกันสร้างเสริมรายได้ให้ปตท. มียอดขายเพิ่มขึ้นจากกลุ่มธุรกิจ non-oil ตามที่ปตท. คาดหวัง ผลที่ได้ในระยะยาวย่อม win win ทุกฝ่าย

ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 23 กันยายน 2552