“แม็คโคร” ตัวช่วย…โชห่วย การโตจากวิกฤติที่มีโอกาส


เป็นอีกหนึ่งงานที่จัดเอาใจลูกค้าโชห่วยโดยเฉพาะ สำหรับงานตลาดนัดโชห่วยของศูนย์ค้าส่งแม็คโคร ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ซึ่งภายในงานประกอบด้วย สาระและความบันเทิงที่น่าสนใจคือบูทโมเดลค้าปลีก 7 รูปแบบ ที่แม็คโครรวบรวมขึ้นเพื่อเป็น ไอเดียสำหรับผู้ประกอบการที่อยากปรับปรุงร้านค้าใหม่ให้เป็นเอกลักษณ์และเหมาะสมกับกำลังทรัพย์ตนเอง ได้แก่ เคาน์เตอร์ชั้นเดียว รถเข็น คีออสก์ รถเร่ รถลากพ่วง ร้านค้า 1-2 คูหา และมอเตอร์ไซค์ ใช้เงินลงทุนตั้งแต่ 20,000-450,000 บาท พร้อมการคำนวณระยะเวลาคืนทุน และลิสต์รายชื่อสินค้าขายดี

โดยโมเดลค้าปลีกทั้ง 7 จะตั้งคู่กับบูทปรึกษาทางด้านการเงิน เช่น ธนาคารเอสเอ็มอี ออมสิน ซิตี้แบงก์ ที่พร้อมใจกันจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อลูกค้างานนี้โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ยังมีบูทของผู้ผลิตสินค้า และบริการ อาทิ โคคา-โคลา เนสท์เล่ ยูนิลีเวอร์ รวมถึงเอซ อินชัวรันซ์

ที่พลาดไม่ได้คือสินค้าเฮาส์แบรนด์ที่แม็คโครหวังว่าจะมีโอกาสเติบโตจากงานนี้ ที่ผ่านมาแม้ว่าตัวเลขจะไม่หวือหวา แต่ผู้บริหารแม็คโครระบุว่า น้ำมันพืช ซีอิ๊ว น้ำปลา มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีเพราะช่วยลดต้นทุนและทำให้กำไรของโชห่วยเพิ่มขึ้น

เรียกได้ว่ามากันเป็นแพ็กเกจ

“สุชาดา อิทธิจารุกุล” กรรมการผู้จัดการ สยามแม็คโคร เล่าให้ฟังว่า กลุ่มเป้าหมายหลักของงานนี้คือโชห่วย รองลงมาคือคนที่คิดจะทำแต่ยังไม่มีความรู้ และกังวลว่าธุรกิจโชห่วยจะไปไม่รอดท่ามกลางการแข่งขันในปัจจุบัน โดยที่แม็คโครพยายามดึงพันธมิตรทุกรูปแบบมารวมไว้

“ความจริงแล้วธุรกิจโชห่วยไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนคิด เพียงแต่เป็น เซ็กเตอร์ที่ขาดการสนับสนุน ทำให้ผู้ประกอบการขาดแรงบันดาลใจ”

“แม็คโครทำหน้าที่แต่เพียงสอนเขาไม่ถึงขนาดเข้าไปก้าวก่าย เหมือนเวลา สอนให้คนตกปลา เราต้องยื่นเบ็ดสอนวิธีตกปลาให้เขา ไม่ใช่เอาปลาไปป้อน” กรรมการผู้จัดการแม็คโครเปรียบเทียบ ให้ฟัง

ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อน แม็คโครเริ่มกระโดดเข้าหาลูกค้าโชห่วย ด้วยการตั้งศูนย์มิตรแท้โชห่วยขึ้นที่สาขาลาดพร้าวเพื่อเปิดให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการร้าน ค้าปลีก กลไกทางการค้ารวมถึงเป็นสื่อกลางประสานงานกับภาครัฐและภาคธุรกิจ สถาบันการเงินต่างๆ แก่ลูกค้าสมาชิก

เพื่อช่วยอุดรูรั่วให้ร้านโชห่วยที่มักมีรูปแบบธุรกิจไม่ตอบสนองต่อความต้องการ ผู้บริโภค มีความรู้ด้านบริหารจัดการ การตลาด และการเงินจำกัด ทำให้ขาดความสนใจจากคนรุ่นใหม่

ทั้งนี้ เพื่อสร้างเครือข่ายร้านค้าปลีกอิสระซึ่งเป็นลูกค้าหลักของแม็คโครให้แข็งแกร่ง

ถึงวันนี้แม็คโครมีลูกค้าโชห่วยอยู่ 5 แสนราย หรือคิดเป็น 65% ของลูกค้าทั้งหมด ที่เหลือเป็นลูกค้าองค์กร 19-20% และร้านอาหารและโรงแรมหรือโฮเรก้า 15-16%

เป็นเหตุผลให้ช่วง 2 ปีมานี้ แม็คโครโหมจัดกิจกรรมตอบสนองลูกค้ากลุ่มใหญ่ผ่านการจัดกิจกรรม เช่น งานตลาดนัดโชห่วย การอบรมสัมมนาระดับภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่กลุ่มลูกค้าโฮเรก้าแต่ละปีจะมีการจัดงานมหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์ หรือแม็คโครโฮเรก้าเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้า ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมโรงแรม ภัตตาคาร และบริการจัดเลี้ยง มาพบปะกลุ่มลูกค้าของแม็คโครและผู้สนใจที่จะประกอบธุรกิจอาหาร ล่าสุดจัดไปเมื่อเดือนมีนาคม มีผู้สนใจเข้าร่วมงาน 60,000 คน

นี่คือกลยุทธ์การสร้างความเข้มแข็งให้ลูกค้า เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต

ที่มา ประชาธุรกิจ 17 กันยายน 2552