เมนูสุดคุ้ม-ราคาสบายกระเป๋า คีย์ซักเซส “ไมเนอร์ฟู้ด”


เป็นความเคลื่อนไหวในเชิงรุกสำหรับเครือไมเนอร์ กับธุรกิจร้านอาหารที่ขณะนี้ทุกแบรนด์ในเครือพร้อมใจกันชูกลยุทธ์ราคาถล่มตลาดชนิดที่เรียกว่าทุ่มสุดตัว

ไล่ตั้งแต่เดอะพิซซ่าคอมปะนี ที่ตอกย้ำกลยุทธ์นี้มาโดยตลอด และเป็นคีย์ซัคเซสให้สามารถเอาชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง “พิซซ่าฮัท” ได้ เช่นเดียวกับ “ซิซซ์เล่อร์” ที่เดินหน้าเรื่องเมนูสุดคุ้มในราคาเพียง 169 บาทต่อเนื่องมาตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และเพิ่มเป็นพิเศษในปีนี้

“จอห์น ไฮเน็ค” รองประธาน บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด ผู้ดำเนินงาน ร้านอาหารซิซซ์เล่อร์ในประเทศไทยและประเทศจีน เปิดเผยว่า ซิซซ์เล่อร์ ได้เพิ่มความถี่ของแคมเปญเมนูละ 169 บาท เป็น 2 ครั้ง จากเดิมทำเพียงปีละ 1 ครั้งเพื่อเพิ่มทราฟฟิกในร้านอีก 10-15% โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่นิยมเข้ามาสังสรรค์กันช่วงเทศกาลรับน้องหรือหลังสอบเสร็จ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มีสัดส่วนถึง 30%

ขณะที่ในส่วนของเมนูปกติ ซิซซ์เล่อร์ ก็เอาใจลูกค้าด้วยการพยายามคงราคาเดิมไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยปีนี้ปรับราคาเพิ่มไม่ถึง 1%

ด้าน “นงชนก สถานานนท์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ร้านอาหารซิซซ์เล่อร์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เพื่อโปรโมตแคมเปญดังกล่าว บริษัทจะใช้งบฯการตลาด 20 ล้านบาท ทำหนังโฆษณา 2 ชุด ชุดแรกเพื่อสร้างการรับรู้เรื่องเมนูใหม่ สเต๊กหมูบดสไปซี่บาร์บีคิว ชุดที่สองเพื่อย้ำภาพร้านที่เหมาะกับการเลี้ยงสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูง

นี่เป็นครั้งแรกที่ ซิซซ์เล่อร์ ลอนช์หนังโฆษณาในช่วงไตรมาส 3-4 จากเดิมมีหนังโฆษณาปีละ 1 ครั้งในช่วงต้นปี

ควบคู่กับกลยุทธ์ราคา ซิซซ์เล่อร์ ยังโฟกัสที่สาขาใหม่ ซึ่ง 12 เดือนมานี้ เปิดไปแล้ว 4 สาขา และภายใน 5 ปี วางแผนเปิดให้ได้ 45 สาขา โดยเฉพาะในต่างจังหวัด จากที่มี 33 สาขา ในปัจจุบัน

“จอห์น” กล่าวอีกว่า แม้ต้นปีภาพการออกมารับประทานอาหารนอกบ้านจะน้อยลง จะพิษเศรษฐกิจ ประกอบกับลูกค้าต่างประเทศที่หายไปในสาขาต่างจังหวัด ทำให้ซิซซ์เล่อร์ได้รับผลกระทบบ้าง แต่ 2 เดือนมานี้สัญญาณเริ่มดีขึ้น ลูกค้าเริ่มกลับมาที่ร้านเหมือนเดิม จึงคาดว่าจะทำให้ผลประกอบการตลอดทั้งปีเติบโต 15%

ด้านธุรกิจร้านอาหารอื่นๆ ในเครือไมเนอร์ ก็เดินตามนโยบาย “คุ้มค่า คุ้มราคา” เพื่อเข้าไปกระตุ้นกลุ่มลูกค้าที่ระมัดระวังการจับจ่าย ทำให้เข้าถึงแบรนด์ ได้ง่ายขึ้น ที่ชัดเจนคือการเปิดตัวแคมเปญ “เอเวอร์เดย์ อีสซันเดย์” แนะนำ 7 เมนูใหม่ในราคาถ้วยละ 49 บาท ซึ่งจะสิ้นสุดในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ถือเป็นครั้งแรกของ สเวนเซ่นส์ ที่มีการทำแคมเปญสำหรับไอศกรีมราคา 49 บาทโดยเฉพาะซึ่งบ่งบอกได้ถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ด้านเบอร์เกอร์คิง พรีเมี่ยมแบรนด์ของเครือไมเนอร์ ปีนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ลงมาเล่น กลยุทธ์ราคาเหมือนแบรนด์อื่นๆ โดยเปิดตัว “คุ้มครบชุด 99 บาท” ที่เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ค.ลากยาวไปจนถึงสิ้นปีเพื่อดึงกลุ่มลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติตัดสินใจเข้าร้านได้ง่ายขึ้น

ขณะที่ “ดีคิว กริลล์ แอนด์ ชิลล์” ก็เล่น pricing จุดมุ่งหมายเพื่อเข้าถึงลูกค้าวัยทีนด้วยโปรโมชั่นพิเศษ sweet& deals จัดเซ็ตเมนูในราคา 79-99 บาท เพื่อให้สะดวกและเข้าถึงง่ายมากขึ้น

กลยุทธ์ “คุ้มค่า คุ้มราคา” ของไมเนอร์ ฟู๊ด ในชั่วโมงนี้ ถือเป็นคีย์ซักเซสสำคัญในการฟันฝ่า “ความซบเซา” ตลอดปีนี้

ที่มา ประชาธุรกิจ 17 กันยายน 2552