‘เอ็มเคฯ’ ใจเต็มร้อยทุ่ม 600 ล.รุกหนัก ส่งหุ่นยนต์-ท่าเต้น-สาขา-แคมเปญกระตุ้นยอด


MK เมินวิกฤติเศรษฐกิจใน-นอกประเทศเดินหน้าย้ำผู้นำด้านนวัตกรรมการบริการ ทั้งรับออร์เดอร์ – เสิร์ฟ ด้วยโรบอต และท่าเต้นใหม่ เสริมชีวิตชีวาบรรยากาศภายในร้าน ประกาศทุ่มงบกว่า 600 ล้านบาท ขยายสาขาและทำตลาด ดีเดย์เปิดตลาดใหม่ในโฮจิมินห์ พ.ย. นี้ มั่นใจยอดขายทั้งปีเฉียด 9,000 ล้านบาท

นายสมชาย หาญจิตต์เกษม รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจสาขา บริษัท เอ็มเค เรสโตรองค์ จำกัด ผู้บริหารร้าน เอ็มเค สุกี้ , เอ็มเค โกลด์ และเอ็มเค เทรนดี้ เปิดเผยว่า จากวิกฤติต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งในและต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจโดยรวม จะทำให้การเติบโตของบริษัทไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในสาขาที่มีลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยว อาทิ สาขาพัทยา ภูเก็ต หาดใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบมาก แต่โดยภาพรวมของเอ็มเค ในครึ่งปีที่ผ่านมามีการเติบโตเพิ่มขึ้น 5% ต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทคาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโต 10%

อย่างไรก็ดีในด้านแผนการให้บริการและการขยายสาขาบริษัทยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ทดลองนำหุ่นยนต์ (Robot) มาให้บริการแก่ลูกค้าในการรับออร์เดอร์อาหารและเสิร์ฟ จำนวน 2 ตัว ได้แก่ เวตเตอร์ วัน และเสิร์ฟ วัน ที่เอ็มเค สาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และจะหมุนเวียนไปให้บริการในสาขาต่างๆ เช่น สาขาฟิวเจอร์รังสิต เพื่อศึกษาถึงปัญหาและนำมาแก้ไข ก่อนที่จะพัฒนาเพิ่มขึ้น และให้บริการในสาขาต่างๆ

“หุ่นยนต์ดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันพัฒนาขึ้นโดยนักศึกษาคณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยกรุงเทพและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยงบประมาณ 5 – 8 แสนบาทต่อตัว โดยขณะนี้เป็นเฟสแรก ที่ให้บริการเพียง 2 ตัวเท่านั้น หากประเมินผลการทำงานใน 3 เดือนแรกพบว่าลูกค้าให้การตอบรับดี ก็จะพัฒนาต่อยอด เพื่อให้บริการครบ 10 ตัวตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเบื้องต้นที่ผ่านมาลูกค้าเด็ก ให้ความชื่นชอบเป็นอย่างดี แต่ต้องมีการพัฒนาการให้บริการที่สะดวกกว่านี้ เพราะปัจจุบันยังมีการให้บริการที่ผิดพลาด เช่น เสิร์ฟผิดโต๊ะ เป็นต้น แต่หุ่นยนต์ก็สร้างสีสันให้ร้านคึกคักสนุกสนานมากขึ้น รวมทั้งท่าเต้นใหม่ของพนักงาน ที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษของเอ็มเคด้วย”

สำหรับการลงทุนของบริษัทในปีนี้ บริษัทใช้งบลงทุนในการขยายสาขา 150-200 ล้านบาท โดยจะขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 15-20 สาขา ใช้เงินลงทุนเฉลี่ย 7-8 ล้านบาทต่อสาขา ซึ่งตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมีการขยายสาขาใหม่ไปแล้ว 15 สาขา เป็นสาขาขนาดเล็ก มีพื้นที่ให้บริการประมาณ 25-30 โต๊ะ โดยปัจจุบันเอ็มเค สุกี้มีสาขาทั้งสิ้น 300 สาขา แบ่งเป็นสาขารูปแบบ AA จำนวน 20 สาขา ,แบบ A และ B จำนวน 260 สาขา และแบบ C จำนวน 20 สาขา โดยสาขาส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในศูนย์การค้า เพราะอำนวยความสะดวกลูกค้าในการมาใช้บริการ

นอกจากนี้บริษัทยังใช้งบด้านการโฆษณาและส่งเสริมการขาย ประมาณ 5% ของยอดขายทั้งหมดหรือประมาณ 400 ล้านบาท โดยเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาใหม่ ด้วยงบกว่า 20 ล้านบาทในการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ช่องต่างๆ เป็นระยะเวลา 1 เดือน เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำและแบรนด์สำหรับครอบครัว และล่าสุดเปิดตัวอิ่มท้อง ลุ้น อิ่มทอง แจกทองคำ 300 เส้น ด้วยงบประมาณกว่า 15 ล้านบาทด้วย

นายสมชาย กล่าวต่อว่า ในเดือนพ.ย. นี้บริษัทจะเปิดให้บริการเอ็มเค สุกี้ สาขาโฮจิมินห์ สาขาแรก ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์โดยนักลงทุนชาวเวียดนาม และมีเป้าหมายที่จะขยายครบ 10 แห่งภายใน 3 ปี โดยใช้เงินลงทุนเฉลี่ย 8-10 ล้านบาท หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเข้าไปลงทุนในญี่ปุ่น จนปัจจุบันมีทั้งสิ้น 16 สาขา

“ปัจจุบันเอ็มเค มีสมาชิกกว่า 6 แสนคน และหมุนเวียนมาใช้บริการต่อเนื่อง ทำให้จำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการของเอ็มเคไม่ลดลง เฉลี่ยมาใช้บริการ 1 ครั้งต่อเดือน และแต่ละครั้งมียอดใช้จ่าย 220-240 บาทต่อคน แม้การเติบโตของยอดขายในครึ่งปีแรกจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ แต่ยอดขายของบริษัทไม่ได้ลดลง และเชื่อว่าจนถึงสิ้นปีบริษัทจะมียอดขาย 8,800 – 9,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อนที่มียอดขาย 8,000 ล้านบาท หลังเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ส่งสัญญาณว่าจะฟื้นตัว และภาครัฐเริ่มทำกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อมากขึ้น”

ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 16 กันยายน 2552