ทีวีไดเร็คเร่งปั๊มยอดขายผ่านShopping Network


ทีวี ไดเร็ค มั่นใจ “Shopping Network” มาแรง พร้อมรุกหนักดันเฟสสอง เพิ่มซัพพลายเออร์ สินค้าโดนใจ คาดโค้งสุดท้ายปั๊มรายได้เพิ่มอีก 40 ล้าน

นาย ทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด เปิดเผยว่า หลังเปิด Shopping Network มากว่า 2 เดือน ผลตอบรับทั้งทางด้านยอดขายและผู้ชมอยู่ในขั้นดีถึงดีมาก สำหรับยอดขายถือว่าทะลุเป้าจากที่วางไว้ ยอดกระเตื้องถึง 34 ล้านบาท โดยตั้งเป้าภายใน 1 ปีที่เข้าบริหารช่องนี้จะต้องสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 140 ล้านบาท ซึ่งสินค้าที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากที่สุดอยู่ในหมวดเครื่องใช้ใน บ้าน หมวดเครื่องครัว หมวดเครื่องออกกำลังกาย และหมวดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ตามลำดับ สำหรับในช่วงไข้หวัด 2009 ระบาด ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสินค้าเพื่อสุขภาพขายดีขึ้น

ทางด้าน ซัพพลายเอรร์ และคู่ค้าตอนนี้มีกว่า 100 ราย จากบริษัทชั้นนำทั่วโลก อาทิ Timedeco Corporation, BEL PERFUMES, Elca (Thailand), Samsonite (Thailand), ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์, นกแอร์ไลน์ เป็นต้น โดยจะเร่งขยายให้ได้มากกว่า 400 ราย แบ่งเป็นหมวดสินค้า 40 หมวดหมู่ภายในปีนี้ ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อพันธมิตรในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ โดยการมอบเงื่อนไขพิเศษสุดคุ้มค่าสำหรับเจ้าของสินค้า เพื่อให้Shopping Network เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่สำหรับผู้ประกอบการที่สามารถใช้ช่องทางนี้นำเสนอสินค้าและบริการต่อผู้บริโภคได้โดยตรง ซึ่งทีวี ไดเร็ค เองพร้อมจัดการเรื่อง Creative และ Production ให้ด้วยทีมงานที่ชำนาญมีประสบการณ์กว่า 10 ปี โดยหวังว่าจำนวนสินค้าใหม่ที่เข้ามาจะทำให้ลูกค้ามีเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นอีก ด้วย

นายทรงพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทีวี ไดเร็ค ได้ทำรายการ Home Shopping อย่างครบวงจร ผู้บริโภคจะเห็นการแบ่งหมวดสินค้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมที่มีโปรโมชั่นพิเศษเพื่อลูกค้าระดับพรีเมียมของ ทรู วิชั่นส์ เท่านั้น

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงบริการต่างๆ ที่สามารถสนองตอบไลฟ์สไตล์ครบวงจร อาทิ การจัดส่งดอกไม้ สำนักกฎหมาย ทนายความ ที่ปรึกษาเรื่องทรงผม สำหรับเฟสต่อไปที่กำลังดำเนินการคือ Live Show ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับอายุของสินค้าและจำนวนสินค้าที่เหมาะสม

สำหรับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 คาดว่าจะมียอดขายจาก Shopping Network เพิ่มอีกถึง 40 ล้าน ของยอดทั้งหมดที่ตั้งไว้ 140 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์จากทุกช่องทาง ทั้งการเพิ่มกลุ่มพันธมิตรทางการค้า เพิ่มกลุ่มลูกค้า และเพิ่มสินค้าให้รองรับความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้นด้วยนวัตกรรมการ

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ 9 กันยายน 2552