“แฟชั่นไอส์แลนด์” ซุ่มบิ๊กโปรเจกต์ ทุ่ม 600 ล.ปรับโฉมใหญ่ในรอบ 13 ปี


แฟชั่นไอส์แลนด์ ดอดร่วมทุนพันธมิตร จ่อคิวผุดศูนย์การค้าแห่งใหม่ ซุ่มพัฒนารูปแบบปลายปีนี้สรุปชัดเจน ทุ่ม 600 ล้านบาท ปรับโฉมศูนย์การค้าครั้งแรกรอบ 13 ปี หวังดูดคนหมุนเวียนเพิ่ม 10% ชูกลยุทธ์เซกเมนเตชัน เพิ่มส่วนขยายคอนเซปต์ “ไฮ บริด มอลล์” ลั่นปี 2554 เปิดบริการ หวั่นการเมือง-ไข้หวัด 09 พ่นพิษ สิ้นปีปรับเป้าจากโต 10% เหลือแค่ 7% กวาด 1,140 ล้านบาท

นายประเสริฐ ศรีอุฬาพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนเปิดศูนย์การค้าใหม่เพิ่มอีก 1 แห่ง โดยจับมือร่วมทุนกับพันธมิตร ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างพัฒนารูปแบบ และคอนเซปต์ร่วมกัน คาดว่า จะสรุปรายละเอียดได้ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนทำเลจะเป็นชานเมืองหรือในเมืองยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่มองว่าการทำธุรกิจศูนย์การค้าขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ ทำเลที่ตั้ง และโอกาส

อีกทั้งในปีหน้านี้บริษัทเพิ่มส่วนขยายแฟชั่นไอส์แลนด์ ภายใต้คอนเซปต์ “ไฮบริด มอลล์” บนพื้นที่ 1.5-2 หมื่นตารางเมตร ซึ่งเทรนด์ไฮบริด มอลล์ เป็นศูนย์การค้าที่มาแรงในอเมริกา หลังจากช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ได้ทยอยซื้อที่ดินเพิ่มจาก 87 ไร่ เป็น 112 ไร่ เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความซับซ้อน จากเดิมคอนเซปต์ของศูนย์การค้าเป็นแมส หรือสำหรับคนทั่วไปแต่ขณะนี้ต้องแบ่งเป็นเซกเมนเตชัน ซึ่งเริ่มขยายในปีหน้านี้ และคาดว่า 14 เดือน แล้วเสร็จเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2554

ล่าสุด ทุ่ม 600 ล้านบาท ปรับภาพลักษณ์ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ใหม่ครั้งแรกในรอบ 13 ปี ภายใต้คอนเซปต์ “เดอะ จอย ออฟ ชอปปิ้ง” เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าปัจจุบันที่ไม่ได้มาเพื่อซื้อหาสินค้าเพียงเดียว แต่ต้องการความบันเทิง หรือบริการอื่นๆ โดยได้ปรับเปลี่ยนโลโก้สีสันสดใส ภายในศูนย์เน้นสไตล์มินิมอลโมเดิร์น นอกจากนี้ ได้ปรับพื้นที่ศูนย์เป็นโมเดิร์น แฟมิลี่ ไอส์แลนด์ ซึ่งได้ทยอยปรับเปลี่ยนภายใต้การใช้งบ 400 ล้านบาท ส่งผลให้ค่าเช่าพื้นที่เพิ่ม 5-7% หรือ 3 ปี เพิ่ม 15% เป็นต้น

ขณะนี้การก่อสร้าง 85% และคาดว่า จะเสร็จสิ้นในสิ้นปีนี้ ส่วนงบที่เหลือ 200 ล้านบาท ใช้สำหรับการลงทุนปีหน้านี้ และยังปรับปรุงเฟสที่ 2 ปรับเปลี่ยนหน้าศูนย์การค้า ทั้งนี้ คาดว่า จากการปรับภาพลักษณ์ใหม่แฟชั่นไอส์แลนด์ การหมุนเวียนภายในศูนย์การค้าสิ้นปีนี้มีอัตราการเติบโต 10% จากในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา เติบโต 8-9% หรือโดยเฉลี่ยวันธรรมดา 6 หมื่นคน จำนวนรถ 1.5-1.6 หมื่นคัน และวันเสาร์-อาทิตย์ ปริมาณรถ 2 หมื่นคัน จำนวนคนหมุนเวียน 8-9 หมื่นคน แต่จากการแพร่ระบาดไข้หวัด 2009 คนเดินเข้ามาในศูนย์ลดลง

นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้กังวลปัจจัยด้านการเมือง และสถานการณ์การแพร่ระบาดไข้หวัด 2009 ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยรวมทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ ส่งผลให้กลางปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับเป้าผลประกอบการจากตั้งเป้าสิ้นปีนี้มีอัตราการเติบโต 10% เป็นเหลือเติบโต 7% หรือมีรายได้ 1,140 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเติบโต 10% ส่วนการแข่งขันศูนย์การค้าชานเมือง 1 แสนตารางเมตรขึ้นไป ไม่มีความรุนแรงในระยะ 2-3 ปี เนื่องจากมีคู่แข่งน้อยราย โดยมีเพียงศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ที่เปิดในย่านชานเมือง เป็นต้น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 กันยายน 2552