บี-ควิก ปั้นแบรนด์โกอินเตอร์


บี-ควิก เดินแผนก้าวสู่แบรนด์นานาชาติ เปิดแผนลงทุนต่างประเทศครั้งแรก พร้อมขยายตลาด 4 ประเทศ ย่านอินโดจีน

นายเฮงก์ เจ คิกส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บี-ควิก จำกัด ผู้บริหารศูนย์บริการรถยนต์ บี-ควิก กล่าวถึงทิศทางพัฒนาธุรกิจบี-ควิก ในอนาคตว่าบี-ควิกวางรากฐานเพื่อก้าวสู่แบรนด์ระดับโลกจากการเตรียมขยายธุรกิจออกไปต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของตลาดเวียดนาม ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีโอกาสการเติบโต ในเวียดนามมีรถยนต์ประมาณ 1 ล้านคัน ส่วนใหญ่อยู่ในโฮจิมินห์และฮานอย เนื่องจากเป็นประเทศที่เริ่มพัฒนา รถยนต์ส่วนใหญ่ยังเป็นรถใหม่ซึ่งยังใช้บริการที่ศูนย์ ในขณะที่มาเลเซีย อยู่ระหว่างการศึกษา เนื่องจากมีกฎเรื่องการถือหุ้นของต่างชาติที่ต้องมีส่วนหุ้นมาเลเซียด้วย 30%

“เราต้องการเป็นบริษัทคนไทยที่นำคอนเซปต์ของควิกเซอร์วิส ไปพัฒนาในตลาดต่างประเทศซึ่งในปี 2011 เป็นปีที่เราจะเริ่มเปิดสาขาในต่างประเทศ”ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บี-ควิก กล่าว

นอกจากนี้ในระยะยาว หลังจากวางรากฐาน ตลาดแน่นแล้ว บี-ควิก จะแตกแบรนด์ ที่สอง ออกมาเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดล่าง หรือตลาดรีเพรส ซึ่งจะต่างจากตลาดเดิมที่มีอยู่ซึ่งเรียกว่า เอ็มแอลอาร์

นางสาวบุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์บริการรถยนต์ บี-ควิก กล่าวถึงแผนการตลาดในปี 2552 ว่า ใน 18 เดือนจากนี้ไป บี-ควิก จะใช้งบประมาณ ราว 100 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่าย ในหัวเมืองสำคัญรวม 20 แห่ง เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง นครสวรรค์ เฉพาะในช่วง 4 เดือนของปีนี้จะขยายอีก 6-10 แห่ง โดยเปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 3 แห่ง

“การขยายสาขาของ บี-ควิก จะตอบสนองจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เราไม่ได้อิงกับเศรษฐกิจ ซึ่งในระยะสั้น ธุรกิจของบี-ควิก ได้รับผลดีจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ เพราะพฤติกรรมของลูกค้าจะมองหาศูนย์บริการอิสระที่มีค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก”

ด้านผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 2552 ที่ผ่านมา ว่า “บี-ควิก ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากโดยมีอัตราการเติบโต มากกว่า 30% ในขณะที่ตลาดยางรถยนต์โดยรวมมีผลประกอบการค่อนข้างซบเซาจากพิษสภาวะเศรษฐกิจ แต่ บี-ควิก สามารถครองส่วนแบ่งตลาดยางรถยนต์ในกรุงเทพฯ ได้ถึง 15%

จากจุดขายที่ บี-ควิก เป็นศูนย์บริการรถยนต์รถยนต์อิสระเพียงรายเดียวในประเทศไทยเท่านั้น ที่ให้บริการยางรถยนต์ครบทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลาย และยังเป็นศูนย์บริการเพียงแห่งเดียวที่ให้บริการซ่อมบำรุงได้ครอบคลุมมากที่สุด ด้วยปัจจัยดังกล่าว บริษัทฯ คาดว่าสามารถทำยอดขายได้ถึง 2,000 ล้านบาท หรือโตขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

บี-ควิก เป็นผู้ให้บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจรอิสระ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ใหญ่ที่สุด ปัจจุบันมีเครือข่ายทั้งหมด 58 สาขา มีลูกค้าเข้าใช้บริการมากกว่า 4 หมื่นรายต่อเดือน

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 5 กันยายน 2552