“เคอาร์ซี”เสริมพอร์ตเรดแมงโก้ดัน“กาแฟ-เบอร์เกอร์”โสมบุกไทย


เคอาร์ซี ลุยต่อ หลังปั้น ไอศกรีมเรดแมงโก้ติดลมบนแล้ว ลั่นสิ้นปีนี้นำเข้าอีก 2 แบรนด์ใหม่ ทั้งแฟรนไชส์ “TOM N TON” กาแฟสไตล์เกาหลี และ“KRAZE” เบอร์เกอร์สัญชาติเกาหลีสู้ศึกในไทย

นางสาวฐิตินันท์ เกียรติไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคอาร์ซี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้บริหารร้านไอศกรีมเรดแมงโก้ แฟรนไชส์จากประเทศเกาหลี เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯดำเนินธุรกิจร้านไอศกรีมเรดแมงโก้ในไทยมาได้ระยะหนึ่งและประสบความสำเร็จอย่างดีแล้วนั้น บริษัทฯเตรียมที่จะขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นอีกในไลน์อื่น

ทั้งนี้วางแผนว่าภายในสิ้นปีนี้หรือย่างช้าต้นปีหน้า จะเปิดตัวอีก 2 ธุรกิจแฟรนไชส์ใหม่ จากประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นเจ้าของและบริษัทเดียวกันกับแฟรนไชส์ไอศกรีมเรดแมงโก้ ที่บริษัทฯ ร่วมทุนกับทางเกาหลีเปิดธุรกิจในไทย

โดย 2 ธุรกิจใหม่นั้นคือ แฟรนไชส์ร้านกาแฟชื่อว่า “TOM N TON” และแฟรนไชส์ร้านเบอร์เกอร์เกาหลีชื่อว่า “KRAZE” สไตล์เกาหลีทั้งสองธุรกิจ ซึ่งจะนำเข้ามาทำในนามของบริษัท เคอาร์ซี เนื่องจากที่ผ่านมาทางผู้ร่วมทุนที่เป็นเจ้าของแบรนด์มั่นใจในศักยภาพการบริหารงานของบริษัทฯจึงพร้อมที่จะเปิดธุรกิจใหม่นี้เข้ามาในเมืองไทย ทั้งๆที่ ทั้งสองแบรนด์ดังกล่าวนี้ยังไม่เคยออกนอกประเทศเกาหลีแต่อย่างใด ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก

นางสาวฐิตินันท์ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟเกาหลี “TOM N TON” นั้นเป็นธุรกิจและแบรนด์ที่ได้รับความสำเร็จอย่างดีในเกาหลี มีสาขาประมาณ 100 กว่าแห่ง และถือเป็นแบรนด์ผู้นำในระดับต้นๆของธุรกิจนี้ในเกาหลี

ทั้งนี้คาดว่าการลงทุนเปิดสาขาร้านกาแฟ “TOM N TON” จะใช้งบประมาณ 2-3 ล้านบาทต่อสาขา ที่เป็นแบบเต็มรูปแบบ โดยจะพิจารณาทำเลที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตามหากทำเลนั้นมีผู้ประกอบการเปิดอยู่แล้วก็อาจจะพิจารณาเปิดได้หากตลาดยังมีความต้องการและเปิดกว้างอยู่ เพราะมั่นใจในรสชาติกาแฟและรูปแบบของร้านที่จะดึงดูดคนได้ คาดว่าราคาเริ่มต้นที่ 85 บาทต่อแก้ว

ส่วนธุรกิจร้านเบอร์เกอร์ “KRAZE” นั้นคาดว่าจะต้องใช้งบลงทุนเปิดสาขาประมาณ 4-5 ล้านบาทต่อสาขา รวมทั้งอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ด้วย สำหรับร้านเบอร์เกอร์ “KRAZE” จับกลุ่มเป้าหมายระดับบน เพราะเป็นเบอร์เกอร์แบบพรีเมียมมีราคาค่อนข้างสูง ในเกาหลีขายเฉลี่ย 100 บาทขึ้นไป เนื่องจากใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ เป็นเบอร์เกอร์ออร์แกนิค

ส่วนรูปแบบร้านทั้งสองแบรนด์นั้นคงต้องทำการศึกษาและพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งในเรื่องของขนาดพื้นที่ และจำนวนที่นั่งรวมทั้งเมนูด้วย

“ยอมรับว่า ทั้ง 2 ตลาดคือ ร้านกาแฟและร้านเบอร์เกอร์ ในเมืองไทยแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะร้านกาแฟนั้น มีผู้ประกอบการจำนวนมากทั้งไทยและต่างชาติ มีทั้งรายเล็กและรายใหญ่ แต่มั่นใจว่า ตลาดยังเปิดกว้าง หากผู้ประกอบการรายใหม่มีจุดเด่นที่แตกต่าง ซึ่งเรามั่นใจว่าทั้งเบอร์เกอร์กับกาแฟ เรามีจุดเด่นแน่นอน แต่รอให้เปิดตัวก่อน อีกทั้งเราสามารถสร้างศักยภาพทั้งสามแบรนด์ร่วมกันได้เช่น โปรโมชันร่วมกัน เป็นต้น” นางสาวฐิตินันท์

สำหรับแนวทางการลงทุนนั้น ในช่วงแรกบริษัทฯจะเป็นผู้ลงทุนเองก่อนทั้งหมด เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง และเพื่อต้องการที่จะควบคุมคุณภาพให้ดีก่อน ส่วนในอนาคตหากมีผู้สนใจก็พร้อมที่จะขายแฟรนไชส์ เพื่อให้การขยายสาขาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนธุรกิจไอศกรีมเรดแมงโก้นั้น แผนดำเนินงานในครึ่งปีหลังจะเปิดสาขาเพิ่มอีก 5 แห่ง เป็นของแฟรนไชส์ทั้งหมด เช่นที่ ดิจิตอลเกตุเวย์ เซ็นทรัลเวิลด์(เดิมมี 1 สาขาแล้ว) ทองหล่อ เงื่อนไขแฟรนไชส์เดิม คือ ลงทุน 2-3 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ประมาณ 35 ตารางเมตร และลงทุน 4 สาขา ขนาดใหญ่พื้นที่ 75 ตารางเมตร ปัจจุบัน เรดแมงโก้มีสาขา 30 แห่ง โดยตั้งแต่ต้นปีเปิดไปแล้ว 6 สาขา สัดส่วนร้านเป็นของบริษัทฯ 30% และแฟรนไชส์ 70% คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีสาขารวมอยู่ที่ 35 สาขา

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 สิงหาคม 2552