เสี่ยเจริญรุกธุรกิจไอที่เต็มสูบ ตั้งเป้าขยายแบรนด์พันธุ์ทิพย์ให้ได้ปีละ3แห่ง เปิดดิจิตอลเกตเวย์ แอด เซ็นเตอร์พ้อยท์ส.ค.นี้


กลุ่มเสี่ยเจริญ รุกธุรกิจศูนย์ไอทีเต็มสูบ หลังเห็นโอกาสเติบโตต่อเนื่อง เดินหน้าพัฒนาพื้นที่ 10,000-20,000 ตารางเมตร ผุดสาขาพันธุ์ทิพย์ปีละ 2-3 แห่ง ล่าสุดเตรียมเปิดดิจิตอลเกตเวย์” เชื่อมวัยรุ่นกับเทคโนโลยี พร้อมพันธุ์ทิพย์บางกะปิ ปลายสิงหาคมนี้

นายวิษณุ หวังวิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัททิพย์พัฒน อาร์เขต จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าไอทีชื่อดัง “พันธุ์ทิพย์” เปิดเผยกับ”ฐานเศรษฐกิจ”ว่าบริษัทมีนโยบายขยายศูนย์ไอที พันธุ์ทิพย์ปีละ 2-3 ศูนย์ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจไอที โดยมองว่าความต้องการสินค้าไอทีจะเติบโตขึ้นทั้งในช่วงภาวะเศรษฐกิจดีและไม่ดี ขณะเดียวกันเทคโนโลยีใหม่ที่ออกมายังมีคุณสมบัติการทำงานดีขึ้น ราคาลดลง ทั้งนี้แนวทางการขยายศูนย์ไอทีพันธุ์ทิพย์แห่งใหม่นั้นจะใช้พื้นที่ราว 10,000-20,000 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

“หลังประสบความสำเร็จในการพัฒนาพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาเราเงียบมานานทำให้สูญเสียโอกาสในการขยายศูนย์ให้ครอบคลุม ซึ่งก็มีรายอื่นรุกขึ้นมาเปิดศูนย์ไอทีบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรตลาดไอทีไทยยังเติบโตได้อีกมาก โดยมองว่าความต้องการสินค้าไอทีจะไม่ลดหย่อนลงไปในช่วง 20 ปีข้างหน้า ซึ่งปีนี้เป็นต้นไปเราจะเดินหน้าขยายศูนย์ไอทีเพิ่มขึ้น”

ล่าสุดได้เตรียมเปิดศูนย์ไอที 2 แห่ง ในเดือนสิงหาคม 2552 นี้ โดยแห่งแรกคือดิจิตอลเกตเวย์ แอด เซ็นเตอร์พ้อยท์ สยามแควร์ เนื้อที่ทั้งหมด 8,000 ตารางเมตร ซึ่งได้วางแนวคิดไว้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ไอทีสำหรับวัยรุ่น โดยมีรูปแบบทันสมัย ตกแต่งภายในให้มีลักษณะล้ำยุค เป็นเหมือนยานอวกาศ มีอุโมงค์การเรียนรู้ ที่เป็นจอแอลซีดีแบบสัมผัส กว่า 100 เครื่อง ไว้สำหรับใช้ค้นหาข้อมูล และท่องอินเตอร์เน็ต ขณะเดียวกันสินค้าที่นำมาจำหน่ายภายในศูนย์แห่งนี้จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ สินค้าแฟชั่น โน้ตบุ๊ก มือถือ พีดีเอโฟน หรือเทคโนโลยีที่มีลักษณะเป็นของเล่น (GADGET) ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าแบรนด์เนม และสินค้าที่มีความทันสมัยผลิตจากประเทศจีน ราคาประหยัด อย่างไรก็ตามศูนย์ดังกล่าวยังปลอดจากซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเป็นศูนย์แห่งแรก ที่ไมโครซอฟท์สนับสนุนให้เป็น

คลีนมอลล์ โดยเบื้องต้นจะให้การสนับสนุนด้านการให้ความรู้เกี่ยวกันการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมายกับลูกค้า

พร้อมกันนั้นภายในดิจิตอลเกตเวย์ยังมีพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับวัยรุ่น หรือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ต่างๆ 1,000 ตารางเมตร โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี กิจกรรมแสดงความสามารถต่างๆ ของวัยรุ่น อาทิ การแข่งขันหุ่นยนต์ รวมถึงกิจกรรมที่ปลูกฝังคุณธรรม ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน และบุคลิกภาพ ทั้งนี้ได้มอบให้บริษัทไฮทราฟฟิค มีเดีย จำกัด เป็นผู้บริหารพื้นที่จัดกิจกรรม

“ขณะนี้ได้ใช้เม็ดเงินลงทุนก่อสร้างไปแล้วประมาณ 400 ล้านบาท โดยพื้นที่ส่วนกลางได้พัฒนาเสร็จแล้ว เหลือเพียงการต่อเชื่อมทางจากบีทีเอสเข้ามา โดยในดิจิตอลเกตเวย์ จะมีร้านค้าทั้งหมด 60 ร้าน 10% ขายอาหารเครื่องดื่ม ส่วนที่เหลือเป็นร้านขายสินค้าไอทีทั้งหมด ซึ่งขณะนี้แบรนด์ดังๆ มาเช่าพื้นที่เกือบทั้งหมด อาทิ ไอสตูดิโอร้านจำหน่ายสินค้าแอปเปิล ทรู ที่เช่าพื้นที่ทั้งหมด 1,000 ตารางเมตร ทั้งนี้คาดว่าหลังจากเปิดให้บริการจะมีผู้เข้ามาเดินภายในศูนย์ 100,000 คนต่อวัน”

นายวิษณุ กล่าวต่ออีกว่าส่วนอีกแห่งเป็นศูนย์ไอที พันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ที่มีมูลค่าการลงทุนทั้งซื้ออาคาร และตกแต่งทั้งหมด 700 ล้านบาท โดยตั้งแต่ชั้น 1-5 พื้นที่รวม 20,000 ตารางเมตรจะเป็นพื้นที่ขายสินค้าไอทีทั้งหมด โดยได้วางแนวคิดการพัฒนาให้เป็นศูนย์ซื้อขายสินค้าไอที ที่รองรับกำลังซื้อของลูกค้าฝั่งกรุงเทพฯตะวันออก

ส่วนปีหน้าคาดว่าจะมีการลงทุนเปิดศูนย์ไอที พันธุ์ทิพย์บางใหญ่ และพื้นที่บริเวณฝั่งธน ซึ่งเท่ากับว่าบริษัทจะมีศูนย์ไอที ครอบคลุม 4 มุมเมืองของกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมองหาพื้นที่เปิดศูนย์ไอทีในต่างจังหวัดด้วย จากปัจจุบันมีพันธุ์ทิพย์ เชียงใหม่ ที่ได้วางจุดขายไว้เป็นศูนย์ไอที และศูนย์กลางธุรกิจท่องเที่ยว

ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 5 สิงหาคม 2552