สำนักพิมพ์คึกรับรัฐหนุนการอ่านแห่เปิดตัวหนังสือครึ่งปีหลัง


ตลาดหนังสือมีเฮ หลังรัฐบาลหนุน การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ ชูนโยบาย 10ปี เร่งคนไทยรักการอ่าน สำนักพิมพ์มองเป็นโอกาส เตรียมใส่เกียร์เปิดตัวหนังสือเรื่องใหม่ลงแผง หลังครึ่งปีแรกหวั่นใจ ชะลอการทำตลาดลง ทั้งปีคาดภาพรวมตลาดหนังสือโตได้ถึง5% “สถาพรบุ๊คส์” ยิ้ม สิ้นปีรายได้ยังก้าวโตอีกอย่างน้อย 20%

นายวรพันธ์ โลกิตสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางรัฐบาลได้ออกมาประกาศให้ การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ เมื่อช่วงอาทิตย์ก่อนที่ผ่านมานั้น ซึ่งกำหนดให้วันที่ 2เม.ย. ของทุกปีเป็นวันอ่านหนังสือแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา จึงได้วางให้ช่วงปี 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่านด้วยทั้งนี้มองว่าเป็นสัญญาณที่ดี

ล่าสุดความชัดเจนของนโยบายที่จะผลักดันให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ กำลังอยู่ในขั้นตอนร่างแผนเพื่อใช้กระตุ้นให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น และทางรัฐบาลได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา3ชุด ประกอบด้วย กลุ่มนักวิชาการ ภาครัฐ และเอกชนหรือผู้ประกอบการ ให้เข้ามาช่วยวางนโยบาย และวางยุทธศาตร์ 3ด้านหลัก คือ1. ยุทธศาสตร์เสริมสร้างขีดความสามารถในการอ่าน

2.การสร้างนิสัยรักการอ่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่อง 3.การสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยในการอ่าน หรือจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านทั้งหลาย แน่นอนว่างบที่จะถูกนำมาใช้กับเรื่องของการอ่านนี้ น่าจะได้เห็นในระยะอันใกล้ หรืออาจจะอยู่ในงบประมาณของปี 2553 ซึ่งเชื่อว่าในปีหน้าจะได้เห็นการเติบโตของคลาดหนังสืออย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกลุ่มหนังสือ สามารถแบ่งออกเป็น 2กลุ่มใหญ่ คือ หนังสือเกี่ยวกับการเรียนโดยตรง และกลุ่มหนังสืออ่านเล่น แน่นอนว่าหนังสือกลุ่มแรกนี้ ภาครัฐได้ให้ความสำคัญอยู่แล้ว ขณะเดียวกันกลุ่มหนังสืออ่านเล่น ถือเป็นโอกาส เพราะจะช่วยให้ผู้อ่านรักการอ่านได้มากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของทางสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่จะมีการเติบโตขึ้นมาได้

ทั้งนี้เชื่อว่าในครึ่งปีหลังนี้สำนักพิมพ์ต่างๆจะเริ่มออกหนังสือเรื่องใหม่ๆลงแผงหนังสือค่อนข้างมากกว่าครึ่งปีแรก หลังจากที่ชะลอแผนการลงทุนลง โดยในภาพรวมแล้วเชื่อว่าภาพรวมตลาดหนังสือมูลค่า 18,000 ล้านบาท น่าจะมีความสดใสจากเดิมที่วางไว้ว่า อาจจะเติบได้เพียง1-2% เชื่อว่า อย่างน้อยน่าจะโตได้ถึง5%

นายวรพันธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถาพรบุ๊คส์ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบว่ายังมีการเติบโตได้ดีอยู่ถึง 15% จากที่ตั้งใจไว้ที่ 20% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวมาจากการปรับพอร์ตโครงสร้างการทำงาน และแผนการตลาด ในการกระตุ้นผู้อ่านในแบบใหม่ มีการหาจุดขายและวิธีการนำเสนอของหนังสือให้มากขึ้น เช่น การเปิดตัวนวนิยายเป็นแบบชุด พบว่าผู้อ่านให้การตอบรับที่ดีโดยทั้งปียังคงเลือกคัดสรรหนังสือดีๆลงสู่แผงหนังสือราว200 เรื่อง ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 199 เรื่อง

นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับหนังสือในกลุ่มจิตวิทยา พัฒนาตนเองด้วย หลังจากช่วงปลายปีก่อนได้เปิดตัวสำนักพิมพ์ บี ไบรท์ บาย เฟิรสต์ ขึ้นมาดูแลหนังสือในกลุ่มนี้ โดยหนังสือกลุ่มนี้ได้รับการตอบรับจากผู้อ่านเป็นจำนวนมาก คาดว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้ภาพรวมรายได้ทั้งปีนี้ จะเติบโตขึ้นได้ถึง 20% มาจากกลุ่มวรรณกรรม และนิยาย ราว 70% และกลุ่มจิตวิทยา พัฒนาตนเองอีก 30% จากปีก่อนกลุ่มจิตวิทยามีสัดส่วนรายได้เพียง20% เท่านั้น

โดยปัจจุบันสถาพรบุ๊คส์มีสำนักพิมพ์ในเครืออยู่หลายแห่ง ได้แก่ พิมพ์คำสำนักพิมพ์, สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์, สำนักพิมพ์ปริ๊นเซส, สำนักพิมพ์Z-girl, สำนักพิมพ์เพชรการเรือน, สำนักพิมพ์ Sugar Beat และ สำนักพิมพ์ บี ไบรท์ บาย เฟิรสต์

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 สิงหาคม 2552