ห้างเปิดศึก”ความแรง”โปรโมชั่น “เดอะมอลล์”พูล3ห้างลุย-“เซ็นทรัล”ทุ่มแจกเพชร


2 ห้างยักษ์ลุยไม่ยั้ง เพิ่มดีกรีความแรงโปรโมชั่น กระตุ้นการจับจ่าย “เดอะมอลล์กรุ๊ป” มั่นใจกำลังซื้อ จัด 3 แคมเปญ 3 ห้างในช่วงเดียวกัน ชูบัตรสมาชิกเอ็มการ์ด เป็นตัวขับเคลื่อน มั่นใจตัวเลขรวมทะลุ 1,500 ล้าน ขณะที่ “เซ็นทรัล” ลงทุนแจก “เพชร 20 กะรัต” ปลุกงานวอตช์แฟร์ ตั้งเป้ากวาดเบาะๆ 550 ล้าน

แม้ว่าการแข่งขันของ 2 ห้างใหญ่ “เดอะมอลล์-เซ็นทรัล” จะเป็นการผลัดกันรุกผลัดกันรับมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการจัดโปรโมชั่น ที่มีให้เห็นมาอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุดทั้งสองค่ายต่างหันมาเน้นการเพิ่มดีกรีความแรงของกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น เพื่อกระตุ้นและสร้างบรรยากาศการจับจ่ายให้มีความคึกคักและมีสีสันมากขึ้น

เดอะมอลล์อัด 3 ห้าง – 3 แคมเปญ

นายชำนาญ เมธปรีชากุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม บริษัทได้ ผนึก 3 ห้างในเครือ ทั้งเดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอนจะจัดแคมเปญใหญ่ ที่บริษัทยังไม่เคยจัดมาก่อน ขณะเดียวกันก็เพิ่มความแรงในแง่ของอีเวนต์ของแต่ละห้าง และความแรงของโปรโมชั่นที่เพิ่มขึ้นทั้งในเรื่องของส่วนลด ของรางวัล คะแนนสะสม ฯลฯ โดยทั้ง 3 แคมเปญที่จัดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-กลางเดือนสิงหาคม บริษัทจะใช้บัตรสมาชิกเอ็มการ์ดมาเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ

ทั้ง 3 แคมเปญ ประกอบด้วยเดอะมอลล์ แฮปปี้ แอนนิเวอร์ซารี่ (29 ก.ค.-12 ส.ค.), 12 แอนนิเวอร์ซารี่ เอ็มโพเรียม (29 ก.ค.-16 ส.ค.) และพารากอน มิดไนต์เซล ฟีโนมีนอน (29 ก.ค.-2 ส.ค.) นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันดังกล่าวยังมีงานสยามพารากอน เวิลด์ วอตช์ แอนด์ จิวเวลรี่ 2009 (30 ก.ค.-16 ก.ย.)

นายชำนาญย้ำว่า ทั้ง 3 แคมเปญจะมีความแรงกว่าที่เคยจัดมาแล้ว และแต่ละ ห้างก็จะมีแคแร็กเตอร์ของตัวเองตามกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างกรณีแคมเปญของเดอะมอลล์ว่า เดิมที่ผ่านมาจะเน้นเรื่องความสุข ความสนุกสนานของครอบครัว แต่ครั้งนี้จะมีความพิเศษมากขึ้นในแง่ของการนำดารา มาพบปะลูกค้า รวมทั้งการเชิญดาราที่เปิดร้านอาหารมาเปิดร้านอาหาร ซึ่งจะทำให้มีความสนุกสนานมากขึ้น เมื่อลูกค้าที่เป็นสมาชิกบัตรเอ็มการ์ดซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท จะได้สิทธิลุ้นโชคไปทัวร์ดูหมีแพนด้าที่เชียงใหม่ 60 คน

“แคมเปญดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นการผสมผสานระหว่างอีเวนต์กับโปรโมชั่น และมีบัตรสมาชิกเอ็มการ์ดมาสร้างความผูกพันและและประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งโดยหลักแล้วจะเป็นการนำเอาสิ่งที่เคยทำแล้วประสบความสำเร็จ นำพันธมิตรที่เคยทำแคมเปญร่วมกัน ฯลฯ มาปรับเปลี่ยน มาปรับปรุงใหม่ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า”

มั่นใจคนไทยมีกำลังซื้อ

นายชำนาญยังกล่าวด้วยว่า “ตอนนี้ แม้เศรษฐกิจอาจจะไม่ดีนัก แต่ก็ไม่ได้แย่ การที่เราทำแคมเปญใหญ่และแรงในลักษณะนี้ ต้องการจะดึงให้คนออกมาห้าง ส่วนจะจับจ่ายใช้สอยหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หน้าที่ของเราคือการหากิจกรรมทางการตลาดมากระตุ้น สิ่งที่มั่นใจตอนนี้ก็คือคนไทยมีกำลังซื้อ และเชื่อว่าแคมเปญอะไรที่ออกมาแล้วโดนก็จะขายได้ อย่างกรณีของอิเล็กโทรนิก้าที่เพิ่งจบลงไป แม้ว่าจำนวนคนเข้างานจะไม่เพิ่ม แต่ยอดขายโตถึง 15% แสดงว่ากำลังซื้อมี เพียงแต่รอจังหวะ”

ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป กล่าวว่า ทั้ง 3 แคมเปญนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการซื้อ กระตุ้นการจับจ่าย โดยมีบัตรเอ็มการ์ดเป็นตัวที่ช่วยในแง่ของการเพิ่มความถี่ และจะเป็นตัวที่ช่วยสร้างความผูกพัน ซึ่งคาดว่าน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้กระเตื้องขึ้น และทั้ง 3 งานนี้คาดว่าน่าจะช่วยให้มียอดขายรวม 1,500 ล้านบาท

“เซ็นทรัล” แจกเพชร 20 กะรัต

นางยุวดี จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า บริษัท ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 55 ล้านบาท ในการจัดงานเซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล วอตช์ แฟร์ 2009 (25 ส.ค.-27 ก.ย.) ที่รวบรวมแบรนด์นาฬิกาดังทั่วทุกมุมโลกกว่า 180 แบรนด์ รวมมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมด้วยของขวัญสุดพิเศษ เป็นเพชร มูลค่า 20 กะรัต จากบริษัท พรีเมียร์ ไดมอนด์ คัทติ้ง ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน จากเดิมที่เป็นการแจกกิฟต์โวเชอร์ มูลค่า 250,000 บาท รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษจากบัตรเครดิต บัตรเซ็นทรัลการ์ด และบัตรเดอะวันการ์ด ด้วยระบบการผ่อน 0% นาน 10 เดือน ตั้งเป้ายอดขายในงานนี้ 550 ล้านบาท

ขณะเดียวกันก็ได้ลดเงื่อนไขการร่วมชิงรางวัลต่างๆ ลง เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงโปรโมชั่นได้ง่ายขึ้น เช่น มียอดซื้อตั้งแต่ 8,000 บาท หรือซื้อครบ 20,000 บาท ก็มีสิทธิรับของพรีเมี่ยม

เตรียมจัด 2 งานใหญ่

นางยุวดีกล่าวถึงภาพรวมของห้างว่า จนถึงวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการเติบโตขึ้น 9% หลักๆ มาจากการโหมจัดกิจกรรมที่ถี่ขึ้นกว่าเดิม และการเพิ่มระยะเวลาโปรโมชั่นของเซ็นทรัลการ์ดมีระยะเวลานานกว่าทุกครั้ง โดยแผนกที่ทำให้ภาพรวมมีการเติบโต ได้แก่เครื่องสำอาง รองเท้า กระเป๋า และของตกแต่งบ้าน

ส่วนครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นหน้าขายของธุรกิจค้าปลีก บริษัทจะพยายามจัดกิจกรรมเพื่อให้ลูกค้าได้รับความบันเทิง นอกเหนือจากการมาช็อปปิ้งมากขึ้น โดยในครึ่งปีหลังจะมีงานใหญ่อีก 2 งาน ซึ่งจะจัดใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา ในแง่ของงบฯการตลาดอาจไม่มากเท่าปีที่แล้ว เพราะมีการปรับเป้าลดลงจาก 10% เป็น 5-6% การจัดสรรงบฯ จึงลดลงตามไปด้วย แต่ในแง่การจัดอีเวนต์จะมากขึ้นจากปีที่แล้ว

รายงานข่าวจากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลกล่าวว่า นอกจากนี้ในช่วง 27 กรกฎาคม- 2 สิงหาคมนี้ ห้างเซ็นทรัลยังได้จัดงาน “เซ็นทรัล เกรท เมจิกคอล มิลเลียน เซล” ด้วยการลดราคาสินค้าในเคาน์เตอร์ปกติทุกชั้นทุกแผนก 15-30% และรับส่วนลดเพิ่มอีก 5% เมื่อใช้บัตรเซ็นทรัลเครดิตการ์ด พร้อมกับดึงมายากลชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศสมาโชว์ให้ลูกค้าชมฟรี และตั้งเป้าว่าในช่วง 6 วันจะมียอดขายรวมประมาณ 500 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับงานสยามพารากอน เวิลด์ วอตช์ แอนด์ จิวเวลรี่ 2009 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม มีไฮไลต์เป็นพรีเมี่ยมรูปแบบใหม่ ซื้อนาฬิกา 20 ล้านบาท รับทันทีป้ายทะเบียนเลขสวย XX 9999 ซื้อ 14 ล้านบาท รับป้ายทะเบียน XX 999 ซื้อ 12 ล้านบาท รับป้ายทะเบียน XX 99 และซื้อนาฬิกามูลค่า 9 ล้านบาท รับป้ายทะเบียน XX 9 ตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้านักสะสมนาฬิกากับลูกค้ารถยนต์หรู พร้อมออนท็อปต่างๆ ผ่านบัตรเครดิต
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 31 กรกฎาคม 2552