ไมเนอร์ ฟู้ด เดินหน้ารุกตลาดเบเกอร์


ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ชูกลยุทธ์ Local Store Marketing ปั้นแบรนด์ “ดีคิว กริล แอนด์ ชิล” แจ้งเกิดตลาดแฮมเบอร์เกอร์ หลังบ.แม่มั่นใจศักยภาพหนุนขยายสาขาเต็มสูบ พร้อมเดินหน้าลงทุนขยายสาขาอย่างน้อย 10 แห่งใน 3 ปี หวังโกยยอดขายทะลุ 300 ล้าน

นายชุมพจน์ ตันติสุนทร รองกรรมการผู้จัดการและกลุ่มผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาร้านดีคิว กริล แอนด์ ชิล เพิ่มขึ้นหลังจากที่ทดลองเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์เมื่อปีก่อน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เห็นได้จากยอดขายที่มีรายได้เฉลี่ย 20-30 ล้านบาทในปีแรก ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยในครึ่งปีหลังจะเปิดเพิ่มอีก 3 สาขา โดยสาขาที่ 2 จะเปิดให้บริการที่เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา ส่วนที่เหลือจะเปิดในศูนย์การค้าชั้นนำในไตรมาสสุดท้ายของปี

สำหรับการทำตลาดจะมุ่งเน้นกลยุทธ์ Local Store Marketing แทนกลยุทธ์ที่เป็นแมส มาร์เก็ตติ้ง เพราะจะไม่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในสาขานั้นๆ ซึ่งแต่ละสาขามีความแตกต่างกัน ขณะที่เมนูอาหารจะมีความหลากหลายทั้งในประเภทอาหารฟาสต์ฟูด เช่น เบอร์เกอร์ และสลัด รวมไปถึงไอศกรีม ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมียอดขายเฉลี่ย 2-3 ล้านบาทต่อเดือน

“จากการศึกษาตลาดเบอร์เกอร์ในเมืองไทยพบว่ายังมีช่องว่างทางการตลาดให้ดีคิว กริล แอนด์ ชิล แทรกตัวเข้ามาได้ โดยจุดแข็งของดีคิว กริล แอนด์ ชิลคือเรื่องของคุณภาพสินค้า วัตถุดิบ การให้บริการในรูปแบบ food & treat รวมทั้งบรรยากาศในร้านที่เหมือนกันทุกสาขาทั่วโลก”

ทั้งนี้ทางแดรี่ ควีน อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ สหรัฐอเมริกา บริษัทแม่ให้ความมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทย ที่จะขยายสาขาและทำให้มียอดขายสูงสุด จึงมุ่งสนับสนุนให้มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะขยายสาขาเพิ่มขึ้นให้ได้อย่างน้อย 10 สาขาภายใน 3 ปี โดยคาดว่าสามารถลงทุนได้เร็วขึ้น หลังจากที่ปรับลดต้นทุนการขยายสาขาลงได้เฉลี่ย 20% โดยใช้งบเฉลี่ย สาขาละ 10-11 ล้านบาท ลดลงจากเดิมที่เคยใช้งบลงทุนที่ 15 ล้านบาท โดยหันมาเลือกใช้วัสดุภายในประเทศไทยในการตกแต่งสาขาแทนการนำเข้าทำให้ประหยัดเงินมากขึ้น

อย่างไรก็ดีหลังจากที่บริษัทมีสาขาดีคิว กริล แอนด์ ชิลในระดับหนึ่ง บริษัทจะเริ่มทำการตลาดอย่างจริงจังเพื่อสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงรู้จักแบรนด์ของ ดีคิว ในด้านของร้านไอศกรีม อย่างไรก็ตามสิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าร้านดีคิว กริล แอนด์ ชิลจะมีรายได้อยู่ที่ 40-50 ล้านบาท และหากเปิดครบ 10 สาขาคาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 300 ล้านบาท

ปัจจุบันร้านดีคิว ไอศกรีม แดรี่ควีน มีสาขาทั้งสิ้น 211 สาขา จนถึงสิ้นปีนี้จะขยายเพิ่มเป็น 220 สาขา มีรายได้รวมประมาณ 1,000 ล้านบาท เติบโต 20% ขณะที่ตลาดเบอร์เกอร์ โดยรวมในปีนี้คาดว่าจะเติบโต 7-8%

ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 28 กรกฎาคม 2552