เถ้าแก่น้อยย้ำแบรนด์ลอยัลตี ดันกิจกรรมเพื่อสังคมเพิ่มฐานลูกค้าเด็ก


เถ้าแก่น้อย เร่งแบรนด์ลอยัลตีต่อเนื่อง หลังตลาดขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายเนื้อหอม มีแบรนด์ใหม่เข้าร่วมแจมตลาดอีก 2-3 ราย เตรียมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ 2 เรื่อง พร้อมดันกิจกรรม CSR จับกลุ่มเด็ก ขยายฐานเป็นลูกค้าในระยะยาว ขณะที่ยอดรายได้ตั้งเป้าเติบโต 50%
นายอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยกับ”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ภาพรวมตลาดขนมขบเคี้ยวในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2552(มกราคม-มิถุนายน) มีการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่ดี ขณะที่ภาพรวมตลาดขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายมีการเติบโตสูงกว่าตลาดรวม ที่มีการเติบโตราว 20% แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อจะยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุผลที่ตลาดขนมขบเคี้ยวยังมีการเติบโตนั้น เพราะสินค้ามีราคาถูกเริ่มต้นที่ 5 บาท

“การที่ตลาดขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากกระแสคนห่วงใยเรื่องสุขภาพ ประกอบกับการมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาในตลาด 2-3 ราย ซึ่งยังไม่รวมถึงกลุ่มสินค้าโอท็อปที่มีจำนวนมาก และผู้ประกอบการรายใหม่นี้เริ่มรุกตลาด ส่งผลให้ตลาดเริ่มมีการแข่งขันมากขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะการที่มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาด แสดงให้เห็นว่า ตลาดสินค้ายังมีศักยภาพและการเติบโตสูง ”

สำหรับภาพรวมของบริษัทในครึ่งปีแรก มีการเติบโตขึ้นประมาณ 25-30% ซึ่งเป็นผลมาจากการออกสินค้าใหม่และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดโปรโมชันสินค้าทุกเดือน ดังนั้นแผนการรุกตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทมีแผนการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาอีก 2 ชุด เพื่อตอกย้ำแบรนด์ลอยัลตี รวมจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเน้นการใกล้ชิดผู้บริโภคมากขึ้น และเปิดตัวสินค้าใหม่ 1 รายการ รวมถึงจะเน้นการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social Respondsibility) กับกลุ่มเด็ก ซึ่งจะรุกจัดกิจกรรมมุ่งเน้นการให้องค์ความรู้และสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับกลุ่มเด็ก เนื่องจากจะเป็นฐานลูกค้าของเถ้าแก่น้อยในอนาคต

ล่าสุดบริษัทจัดโครงการ “เถ้าแก่น้อย เอแม็ท ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงโล่พระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เป็นการชิงชัยรายการใหญ่ที่สุดประจำปีของเกมกีฬาเอแม็ท ซึ่งเป็นการแข่งขันต่อสมการคณิตศาสตร์ที่เยาวชนนักคำนวณทั่วประเทศเฝ้ารอ โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 8-9 สิงหาคม 2552 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 ซึ่งการแข่งขันรายการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท, สมาคมเอแม็ทฯ แห่งประเทศไทย, กระทรวงศึกษาธิการ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 ปีนี้คาดว่าจะมียอดฝีมือนักต่อสมการกว่า 1,000 คน

โดยวัตถุประสงค์หลักของการจัดโครงการดังกล่าว เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เยาวชนนักเรียนไทยได้เกิดความสนุกและชอบในการคิดคำนวณ รวมถึงช่วยให้นักเรียนเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์ ที่จะส่งผลให้คุณครูคณิตศาสตร์สอนนักเรียนในชั้นเรียนได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำแบรนด์ลอยัลตี บริษัทมีแผนการปรับปรุงร้านเถ้าแก่น้อย แลนด์ให้มีความหลากหลายและดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้านมากขึ้น จากภาพลักษณ์เดิมของร้านจะเป็นเพียงแค่ร้านขายขนมเพียงอย่างเดียว โดยจะเริ่มทำการปรับปรุงสาขาหน้ามหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็นแห่งแรก ใช้งบลงทุนประมาณ 2-3 ล้านบาท ส่วนอีก 3 สาขา คือฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต บีทีเอส ศาลาแดงและช่องนนทรี ยังคงเป็นรูปแบบเดิม ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าจำหน่ายประมาณ 100 เอสเคยู และมียอดขายประมาณ 5 แสนบาทต่อเดือน ทั้งนี้จากแผนการรุกตลาดดังกล่าวบริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตจากปีก่อนประมาณ 50% หรือคิดเป็นยอดขาย 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 70% และอีก 30% เป็นยอดขายจากต่างประเทศ ซึ่งตลาดหลักจะอยู่ในประเทศแถบเอเชีย ปัจจุบันตลาดรวมขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายมีมูลค่าตลาดประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเถ้าแก่น้อยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 70%

ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 28 กรกฎาคม 2552