ขายตรงสปีดเพิ่มสมาชิก-ยอดขาย “นูสกิน-อาวียองซ์-โนนิ”เปิดศึกงัดอินเทนซีฟจูงใจ


“ธุรกิจขายตรง” เดือด แข่งแห่เพิ่ม “อินเซนทีพ-โบนัส” จูงใจนักขาย “น้ำลูกยอโนนิ” ชูซักเซสโปรแกรมกระตุ้นสมาชิกปั๊มยอด พร้อมรุกลดราคาสกินแคร์-ฟรีค่าสมัคร ด้าน “นู สกิน” จ่ายผลตอบแทนแบบใหม่ “เว็ลธ แม็กซิไมเซอร์” คาดสมาชิกใหม่เพิ่มเดือนละ 20% ขณะที่ “อาวียองซ์” งัดอินเทนซีฟว้าว แคมเปญ เอาใจ

นายสุรยศ กาญจนาภา ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TNI ผู้ดำเนินธุรกิจในระบบขายตรง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น บริษัทแม่ได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจด้วยการนำ ซักเซสโปรแกรม (Success Program) ระบบจ่ายผลตอบแทนให้สมาชิกหรือที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์ (IPC & Independent Product Consultant) มาใช้เพิ่มเติมจาก การจ่ายผลตอบแทน 53% ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม-ธันวาคมนี้

ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกสามารถมีรายได้ที่ง่ายและมีจำนวนที่เพิ่มขึ้น โดยจะเริ่มตั้งแต่ตำแหน่งผู้นำระดับล่างคอรัล อิลีท ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่เพิ่มขึ้น ในรูปแบบคูปองเงินสด 1,400 บาท และโบนัสเงินสดตั้งแต่ 2 หมื่นบาท สำหรับสมาชิกระดับเจดและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงระดับคลับโบราโบรา

พร้อมกันนั้นบริษัทยังมุ่งสร้างฐานสมาชิกด้วยการไม่คิดค่าธรรมเนียมการสมัครจากปกติ 600 บาท เพื่อกระตุ้นเกิดการตัดสินใจง่ายและเกิดการทดลองใช้สินค้า และบริการจัดส่งฟรีเมื่อสั่งซื้อสินค้า 3,000 บาทขึ้นไป รวมถึงการปรับราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ 40-60% เพื่อให้แข่งขันกับตลาดได้และเป็นการขยายฐานลูกค้าออกไปยังกลุ่มใหม่ และจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาในตลาดเพิ่มอีกอย่างน้อยๆ 2 รายการ ได้แก่ Smart extract โนนิสกัด และ N-Core

“บริษัทมีแผนจะเปิดศูนย์ผู้จำหน่ายตามภูมิภาค ด้วยการเปิดให้สมาชิกเป็นผู้ลงทุนเพื่อช่วยให้การกระจายสินค้ามีความครอบคลุมมากขึ้น พร้อมทั้งจะรุกตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ด้วยการโรดโชว์ตามห้าง อาคารสำนักงาน ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นแล้ว ยังจะช่วยให้สมาชิกสามารถขยายเครือข่ายทางธุรกิจได้ง่ายขึ้นด้วย”

ขณะที่นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้นำแผนการจ่ายผลตอบแทนแบบใหม่ เว็ลธ แม็กซิไมเซอร์ (Wealth Maximizer) เพิ่มผลตอบแทนสมาชิก 1-2% จากเดิมจ่ายผลตอบแทนเฉลี่ย 47% ซึ่งทำให้สมาชิกใหม่ได้รับผลตอบแทนเร็วและสมาชิกทุกระดับมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยตั้งแต่ 19-88% ควบคู่กับการจัดโรดโชว์ 2009 ตามต่างจังหวัด เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคและแนะนำโอกาสทางธุรกิจ

นางภคพรรณกล่าวด้วยว่า หลังจากที่ นู สกินได้ใช้แผนดังกล่าวมาแล้วในหลายๆ ประเทศก็พบว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เช่น สหรัฐมียอดขายช่วง 1 ปี 6 เดือนเพิ่มขึ้น 25-30% ยุโรปเพิ่มขึ้น 50-60% สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย มียอดขายเพิ่มขึ้น 20% ในระยะเวลา 3 เดือน สำหรับในเมืองไทยคาดว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้บริษัทมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ต่อเดือน จากปัจจุบันมีสมาชิกใหม่เข้ามา 2,000-3,000 คน/เดือน และส่งผลให้สิ้นปีเติบโตตามเป้า 15% หรือมียอดขาย 1,300 ล้านบาท

ด้านอาวียองซ์ ขายตรงในเครือบริษัทคอนซูเมอร์โปรดักต์ ยูนิลีเวอร์ นางสุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ครึ่งปีหลังได้จัด แคมเปญ อินเทนซีฟว้าว แคมเปญ อาทิ ว้าว โบนัส สำหรับสมาชิกแนะนำคนใหม่และยอดซื้อครั้งแรก 5,000 คะแนน ได้รับเปอร์เซ็นต์เพิ่ม 10% จากเดิม 3% คาดว่าแคมเปญดังกล่าวทำให้สมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 30% จากปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ 3.4 แสนคน

“ครึ่งปีแรกการแข่งขันลดแลกแจกแถมรุนแรง จึงเน้นให้ความสำคัญกับผู้บริโภค มีโปรโมชั่นเป็นอาวุธ ทำให้สมาชิกสู้แบรนด์อื่นและขายง่าย แต่ครึ่งปีหลังอาศัยฝีมือ สมาชิก จึงต้องเพิ่มอินเทนซีฟจูงใจ” นางสุชาดากล่าว

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 27 กรกฎาคม 2552