เสนาฯผุด 6โครงการค่า 4.5พันล้าน ทั้งคอนโด-บ้านเดี่ยว-คอมมิวนิตีมอลล์


“เสนาดีเวลลอปเม้นท์” อัดฉีดเม็ดเงิน 4,500 ล้านผุด 6 โครงการใหม่ปีนี้ถึงปี 54 ทั้งคอนโดฯ-บ้านเดี่ยวไปจนถึง คอมมิวนิตีมอลล์ หลังระดมทุน 400 ล้านบาท ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯต่อยอดธุรกิจ ชูจุดเด่นอัตราเติบโตเฉลี่ย 20-30%และหนี้สินต่อทุนต่ำ ดีเดย์เปิดขาย 29 กรกฎาคมนี้

ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่ามีแผนที่จะทุ่มงบประมาณกว่า 4,500 ล้านบาทในการเปิด 6 โครงการใหม่ภายในปีนี้ แบ่งเป็น 1.โครงการเดอะ นิช ห้วยขวาง คอนโดมิเนียม 16 ชั้น จำนวน 203 ยูนิต ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2.โครงการเดอะ นิช ตากสิน คอนโดมิเนียม 20 ชั้น จำนวน 194 ยูนิต จะเริ่มเปิดขายวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ โดยจะเปิดขายราคาเดียว 1.2 ล้านบาทเพียงวันเดียวเท่านั้นทุกยูนิต หลังจากนั้นจะขายราคาเริ่มต้นที่ 1.4 ล้านบาท

3. โครงการเดอะ นิช ซิตี้ ลาดพร้าว 130 คอนโดมิเนียม 8 ชั้น 658 หน่วย คาดเริ่มโครงการไตรมาส 3 4.โครงการเสนาแกรนด์ โฮม เฟส 4 บ้านเดี่ยว จำนวน 63 แปลง เริ่มก่อสร้างกลางไตรมาส 3 5.โครงการเสนาพลาซ่า โดยรูปแบบจะเป็นคอมมิวนิตีมอลล์ ผสมระหว่างพลาซาและที่อยู่อาศัย(Mixed use) คาดเริ่มก่อสร้างสิ้นปีนี้ และ6.เดอะ นิช ซิตี้ สุขุมวิท 50 จำนวน 1,140 ยูนิต คาดจะเริ่มโครงการต้นปี 2554

ดร.เกษรา กล่าวอีกว่า สำหรับแผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯนั้น บริษัทได้ เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่แก่ประชาชน (ไอพีโอ)จำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 175 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ1.98บาท และอีก 25 ล้านหุ้น รองรับการเสนอขายแก่ผู้จัดสรรหุ้นส่วนเกินสำหรับการใช้สิทธิในการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (กรีนชู ออพชัน)ราคา 1.98 บาทต่อหุ้น โดยจะเข้าซื้อขายวันแรก 29 กรกฎาคม นี้

ทั้งนี้บริษัทมีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตนเอง แม้จะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน เนื่องจากจุดเด่นของบริษัทมีผลประกอบการค่อนข้างดีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยในระยะสั้นมีบ้านขายรอโอนประมาณ 407 ล้านบาท และมีโครงการเหลือขายอยู่ประมาณ 2,670 ล้านบาท และในปีนี้คาดว่าบริษัทจะมีอัตราเติบโตประมาณ 20-30% จากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 1,268 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิประมาณ 280 ล้านบาท โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำในไตรมาส 2 มีแค่เพียง 0.5%เท่านั้น

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้ จำนวน 40% ของกำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ที่ผ่านมา โดยผลงานในช่วงไตรมาสแรกมีประมาณ 330 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ที่มีรายได้กว่า 330 ล้านบาทเช่นกัน และในอนาคตมีแผนที่จะขยายสัดส่วนค่าเช่าเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันที่มีรายได้แค่เพียง 2-3% เท่านั้นจากโครงการเสนาเฮาส์ เพื่อให้มีรายได้ต่อเนื่องและแน่นอน

สำหรับการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯนั้นคาดว่าจะสามารถระดมทุนได้กว่า 400 ล้านบาท โดยจะนำเม็ดเงินดังกล่าวมาพัฒนา 6 โครงการข้างต้น พร้อมทั้งจะนำเงินส่วนที่เหลือมาซื้อที่ดินเพื่อที่จะพัฒนาโครงการอื่นๆต่อไป เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงซื้อของเพราะราคาที่ดินค่อนข้างถูกกว่าช่วงเศรษฐกิจบูม สำหรับพื้นที่ที่สนใจนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โครงการแนวราบจะเน้นพื้นที่แถบชานเมือง อาทิ รังสิต รามอินทรา ขณะที่คอนโดมิเนียมนั้นจะเน้นพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าเป็นหลัก

ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 22 กรกฎาคม 2552