เชียงใหม่ไม่สิ้นมนต์ขลัง เซ็นทรัล-อีอีซี-Movie World 3 โครงการยักษ์ขนหมื่นล้านลงทุน


กลุ่มทุนอย่างน้อยสามกลุ่มยืนยันแล้วว่า ในระยะเวลาอันใกล้นี้เชียงใหม่จะยังมีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งคาดกันว่าจะมีมูลค่ารวมกันกว่าหมื่นล้านบาท น่าจะทำให้ภาวะปริ่มน้ำจนใกล้จมของเศรษฐกิจเมืองเชียงใหม่ที่ผูกพันกับการท่องเที่ยวอย่างหนัก มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้เห็น

กอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เพิ่งยืนยันเมื่อไม่นานว่า จะเดินหน้า โครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท ในที่ดินกว่า 60 ไร่ บริเวณสี่แยกศาลเด็กเชียงใหม่ต่อไป หลังจากก่อนหน้านี้ชะลอไประยะหนึ่ง ตกแต่งด้วยบรรยากาศความเป็นเชียงใหม่ ผสมผสานกับความเป็นไลฟ์สไตล์และอินเตอร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2554-2555

เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ จะกลายเป็นศูนย์การค้าแห่งที่ 2 ต่อจากเซ็นทรัล แอร์พอร์ต พลาซา ที่เปิดมานานกว่า 10 ปี

เหตุผลที่ตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้เพราะเห็นทิศทางเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น และเห็นว่าศักยภาพของลูกค้าเชียงใหม่ยังมีช่องว่าง

เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ซึ่งทางเซ็นทรัลพัฒนาคาดหวังว่า เมื่อเปิดให้บริการในอีก 2 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจน่าจะหวนกลับสู่ ขาขึ้นพอดี

ความเชื่อมั่นในกำลังซื้อของผู้บริโภค ในเมืองนี้ เป็นเหตุผลเดียวกับที่กลุ่มทุนใหญ่จากยุโรปตะวันออก อย่าง ECC International ใช้ในการยืนยันจะลงทุน 2.5 พันล้านบาท สร้างศูนย์การค้า 8.5 หมื่นตารางเมตร บนที่ดิน 58 ไร่ บนถนนวงแหวนใกล้ อ.สันกำแพง

เชิ้ท คว้อนท์ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ประธานบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ECC International ซึ่งปัจจุบันลงทุนนอกยุโรปผ่าน 2 กองทุน คือ ECC Polish Residential Fund 1 ขนาด 65 ล้านยูโร และ The ECC Vietnam Retail Fund 250 ล้านเหรียญสหรัฐ ยืนยันกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เลือกเชียงใหม่เป็นเมืองแรกในไทย จะสร้างศูนย์การค้า “โพรเมนาดา” (Promenada) ที่มีอารมณ์เหมือนพักผ่อนในรีสอร์ต สูงเพียง 2 ชั้น มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมทั้งในและนอกตัวอาคาร มีศูนย์แสดงศิลปะและหัตถกรรม ศูนย์กลางของนักออกแบบ เป็นแห่งแรกของเชียงใหม่ เริ่มก่อสร้างอย่างเร็วปลาย ปีนี้ อย่างช้าต้นปีหน้า ใช้เวลา 2 ปีแล้วเสร็จ เพื่อให้พร้อมรับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และที่ยืนยันก่อสร้างในปีนี้ นอกจากเพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของเมืองแล้ว ยังเพราะเป็นช่วงที่ต้นทุนต่ำ

“ผมเชื่อในศักยภาพของเมืองนี้ เชียงใหม่จะเติบโตอีกมาก คนที่นี่มีกำลังซื้อ ทั้งคนท้องถิ่นและคนที่อื่นที่มาใช้ชีวิตที่นี่ ถ้าเราลงทุนถูกเวลาและอดทนรอคอย เราไม่มีทางผิดหวัง” เชิ้ท คว้อนท์ ยืนยัน

ขณะที่โครงการของกลุ่มเซ็นทรัลนั้น เมื่อสร้างเสร็จจะมีห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาที่สองของเชียงใหม่ จากที่ปัจจุบันมีสาขา กาดสวนแก้ว ดำเนินกิจการมาแล้ว 16 ปี

แหล่งข่าวในกลุ่มเซ็นทรัลกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนของสาขาใหม่ และไม่มีแผนจะเลิกสาขากาดสวนแก้ว เพราะยังมีอายุสัญญาเช่าพื้นที่อีกกว่า 13 ปี และยังคงเป็นสาขาที่มีผลประกอบการดี ตั้งในทำเลที่มีศักยภาพ มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ปัจจุบันเซ็นทรัล สาขากาดสวนแก้ว มียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 70 ล้านบาท หรือปีละกว่า 840 ล้านบาท

อีกโครงการหนึ่งที่น่าจะทำให้เชียงใหม่กลับมาคึกคักคือ CNX Movie World ด้วยเงินลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาท มีเป้าหมายยกระดับ “เชียงใหม่” ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งเอเชียภายใต้คอนเซ็ปต์ “Live ! Work ! Play !”

บริษัท ครีเอทีฟ คิงด้อม อิงก์ (Creative Kingdom Inc. หรือ CKI) อ้างว่า มี 7 สาขาใน 5 ประเทศ (รวมทั้งประเทศไทยในนามบริษัท ซีเคไอ เชียงใหม่) ธุรกิจ หลักคือรับงานออกแบบคอนเซ็ปต์ทางสถาปัตยกรรมและ Animation Studio Film

โดยโครงการของบริษัทจะใช้พื้นที่ 600 ไร่ ใกล้สนามบินเชียงใหม่ แบ่งพื้นที่เป็น 4 โซน คือ 1)Studio Production ทั้งอินดอร์-เอาต์ดอร์ เทคโนโลยีการถ่ายทำภาพยนต์ต่างๆ Special Effect รองรับการทำงานของผู้สร้างภาพยนตร์และผู้กำกับทั่วโลก 2)โรงแรมระดับ 5 ดาว ศูนย์ประชุมนานาชาติ และโรงภาพยนตร์ รองรับการเปิดตัวภาพยนตร์ระดับโลก 3)บ้านพักของ ผู้สร้างภาพยนตร์และดาราชั้นนำ และ 4)รีสอร์ต/สปา สวนสนุก และสตรีตบาร์

ทั้งหมดนี้จะใช้ระยะเวลาดำเนินงาน 7 ปี (2552-2559) มีเป้าหมายสร้างชื่อ CNX WOOD เทียบเคียงฮอลลีวูดของสหรัฐ และบอลลีวูดของอินเดีย

ล่าสุดบริษัทแจ้งว่า คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ให้การส่งเสริมใน 3 โครงการ ได้แก่ สตูดิโอโปรดักชั่น โครงการผลิตซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม ภาพยนตร์ และโครงการผลิตงานด้านสถาปัตยกรรมและแอนิเมชั่น

ต่างจากการลงทุนของภาครัฐที่ดูเงียบๆ ไป เช่นโครงการลงทุนภาครัฐอย่างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ มูลค่า 2.2 พันล้าน ต้องเลื่อนออกไป พร้อมกับยกเลิกการประมูล เพื่อจะปรับแบบและเริ่มต้นใหม่ เพื่อให้วงเงินอยู่ภายในกรอบที่รัฐบาลอนุมัติ

ยามนี้นอกจากแพนด้าน้อย แม่เหล็กการตลาดสำคัญของสวนสัตว์เชียงใหม่ ที่กลายเป็นที่มุ่งหวังของภาคธุรกิจทั้งจังหวัดว่าจะมากู้วิกฤตในภาวะใกล้สิ้นหวัง และเชื่อว่าจะถูกยึด ถูกเกาะเป็นกระแสหลักไปอีกอย่างน้อย 2 ปี เท่าที่แพนด้าน้อยจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในไทยแล้ว

ก็มีโครงการลงทุนของเอกชนนี้เท่านั้นที่เริ่มจุดไฟให้เห็นที่ปลายอุโมงค์

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2552