โคคาฯทุ่มเปิด”แม็งโก้ทรีซิกเนเจอร์” ชูไฮเอนด์สร้างความต่าง-ปั้นคอนเซ็ปต์โกอินเตอร์


กลุ่มโคคา เปิดตัวร้าน “แม็งโก้ทรี ซิกเนเจอร์” คอนเซ็ปต์ร้านอาหารไทยระดับสากล สร้างความต่างแบรนด์อื่นๆ หวังใช้เป็นหัวหอกโกอินเตอร์ เพื่อก้าวสู่โกลบอลแบรนด์ใน 5 ปี เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม แผนโปรโมตช่วงแรกเดินหน้าคุยสถานทูต เป็นที่รองรับลูกค้าแทนร้านในโรงแรม ปลื้ม 5 เดือนแรกยังโตที่ 5% เหตุได้ลูกค้าคนไทยกลับเข้าร้าน มั่นใจสิ้นปีปิดที่ 5%

นายพิทยา พันธุ์เพ็ญโสภณ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคคา โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวร้าน “แม็งโก้ ทรี ซิกเนเจอร์” (Mango Tree Signature) ร้านอาหารระดับพรีเมี่ยมแบรนด์ ในคอนเซ็ปต์ “ไฮเอนด์ ไฟน์ ไดนิ่ง” (high-end fine dining) คอนเซ็ปต์ของร้านอาหารระดับสากล เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอีกกลุ่มหนึ่งที่แสวงหาร้านอาหารที่สร้างความประทับใจทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ร้านนี้ถือเป็นซับแบรนด์ที่ 3 ของ “แม็งโก ทรี” ที่อยู่ระดับบนสุดจับกลุ่มผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป

โดยคอนเซ็ปต์ของร้านจะเน้นนำเสนอ สิ่งที่พิเศษและแตกต่าง โดยผสมผสานอาหารไทยเข้ากับวัฒนธรรมสากล อาทิ การนำวัตถุดิบของต่างชาติมาเป็นส่วนผสมในอาหารไทย เช่น แกงส้มซีฟู้ดบูยาเบส แกงเขียวหวานซี่โครงวัว ฯลฯ ขณะที่วัตถุดิบที่นำมาปรุงก็จะเลือกสรรมาจาก ทั่วโลกแล้วแต่ฤดูกาล ซึ่งจะทำให้เมนูเปลี่ยนแปลงทุกเดือนเพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับลูกค้า ส่วนอาหารที่เสิร์ฟจะเป็นอาหารจานเดียวหรือเป็นเซตเล็กๆ ซึ่งเป็นลักษณะของวัฒนธรรมต่างชาติ ที่ไม่นิยมสั่งอาหารไว้ตรงกลางแล้วทานร่วมกัน และเป็นคอนเซ็ปต์ที่ยังไม่มีในไทย

“ได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์การทำร้านอาหารมาหลายสิบปี ทำให้สัมผัสถึงร้านอาหารระดับสากลต่างๆ ทั่วโลก และเป็นคอนเซ็ปต์ที่เหมาะที่จะเปิดในต่างประเทศ มากกว่านั้นยังต้องการเปลี่ยน คอนเซ็ปต์ของร้านอาหารจากรูปแบบเดิมๆ ให้ก้าวไปสู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าภายใน 1 ปีครึ่งจะสามารถก้าวเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงติดอันดับ 1 ใน 50 ของโลก”

นายพิทยา กล่าวว่า จะใช้งบฯประมาณ 15 ล้านบาท เน้นกลุ่มเป้าหมายที่ชอบรับประทานอาหารนอกบ้าน ชอบลองเมนูใหม่ๆ แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 70% และชาวไทย 30% โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ อย่างน้อย 26 ล้านบาทต่อปี จากคอนเซ็ปต์ร้านและอาหารที่เป็นสากล ประกอบกับ ชื่อของร้านแม็งโก้ ทรี เป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศ เนื่องจากมีเปิดให้บริการในหลายประเทศ จึงตั้งเป้าที่จะเปิดสาขาในต่างประเทศด้วย ขณะนี้มีหลายรายให้ความสนใจ เช่น ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่คงต้องรอให้ร้านติด 1 ใน 50 ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการขยายสาขาไปยังต่างประเทศมากขึ้น

ปัจจุบัน ภายใต้ แม็งโก้ ทรี ของกลุ่ม โคคา ยังมีแม็งโก้ ทรี คลาสสิค ในคอนเซ็ปต์ Casual fine dining จับกลุ่มคนอายุ 30 ปีขึ้นไป ปัจจุบันมี 2 สาขาที่สุรวงศ์ และสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนต่างประเทศมีเปิดที่มาเก๊า โตเกียว ลอนดอน มาเลเซีย และมุมไบ และแม็งโก้ ทรี บิสโทร สไตล์ casual เน้นกลุ่มคนวัยทำงานที่มาพบปะ สังสรรค์ ปัจจุบัน เปิดที่เซ็นทรัลเวิลด์ และกำลังจะเปิดที่พัทยา ส่วนต่างประเทเปิดที่ดูไบ ซึ่งการเปิดตัวซิกเนเจอร์ ทำให้แม็งโก้ ทรี สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกไลฟ์สไตล์ และความต้องการของผู้บริโภค

นายพิทยากล่าวว่า สำหรับแม็งโก้ ทรี ซิกเนเจอร์ ถือเป็นเอ็กซ์คลูซีฟ แบรนด์ โดยค่าใช้จ่ายต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-2,000 บาท มากกว่าแม็งโก ทรี คลาสสิคเท่าตัว ดังนั้นต้องอาศัยปากต่อปากจากลูกค้าที่มาแล้วมีความประทับใจ นอกจากนี้แผนการตลาดเบื้องต้นคือ เข้าไปติดต่อกับสถานทูตต่างๆ เพื่อใช้เป็นที่รับรองลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ซึ่งเชื่อว่า ซิกเนเจอร์ จะเป็นทางเลือกใหม่ของลูกค้า กลุ่มนี้ นอกจากร้านอาหารในโรงแรม

“เรายังตั้งเป้าภายใน 5 ปีก่อนที่ผมจะเกษียณ จะสามารถก้าวสู่ความเป็นโกลบอลแบรนด์ได้ ปัจจุบันสิ่งที่เราเป็นคือมากกว่า รีจินัลแบรนด์ แต่ยังไม่ถึงโกลบอลแบรนด์”

สำหรับผลประกอบการใน 5 เดือนแรก บริษัทมีการเติบโตอยู่ที่ 5% โดยปัจจัยสำคัญมาจากแม้สัดส่วนลูกค้าต่างชาติจะน้อยลงจากการเดินทางมาไทยที่ลดลง แต่บริษัทได้ลูกค้าคนไทยที่กลับมาที่ร้านโคคามากขึ้น จากคอนเซ็ปต์ของร้านที่เสนอ ความเป็นเอ็กซ์คลูซีฟและแตกต่างจากคู่แข่ง โดยมั่นใจว่าถึงสิ้นปีนี้จะเติบโตได้ที่ 5%

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 22 มิถุนายน 2552