เทสโก้ฯองค์กรสีเขียว ค้าปลีกในบทบาท “นักอนุรักษ์”


การลงทุนในยามที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ปกติ เป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง แต่ท่ามกลางวิกฤตยังมีบางองค์กรที่ สวนกระแสด้วยการลงทุนต่อเนื่อง และมองว่าเป็นโอกาสดีในการสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจ ซัพพลายเออร์ พนักงาน รวมทั้งลูกค้า

“สตีฟ แฮมเมตต์” ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส ประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า แม้เศรษฐกิจจะไม่ค่อยดี แต่เทสโก้ โลตัส จะยังไม่เปลี่ยนนโยบายลงทุน และ จะเดินหน้าขยายสาขาต่อไปตามที่ประกาศไว้ แต่จะเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

จากนี้ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า จะเปิดสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตอีก 5-6 สาขา รวมถึงยังเน้นสาขารูปแบบตลาดโลตัส และเอ็กซ์เพรส เพิ่มขึ้น

“การขยายธุรกิจดังกล่าวคาดว่า จะส่งผลให้มีการจ้างงานถึง 4,000 อัตรา โดยเฉพาะในกลุ่มคนท้องถิ่น รวมถึงการจ้างงานในธุรกิจก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการเปิดสาขา ส่วนซัพพลายเออร์ บริษัทก็เน้นซัพพลายเออร์คนไทยถึง 98% และที่ได้ประโยชน์มากที่สุด หลักๆ คือผู้บริโภค หรือลูกค้า ซึ่งบริษัทจะมุ่งเพิ่มความพึงพอใจผ่านสินค้าและบริการที่มีความคุ้มค่า มากขึ้น”

แม่ทัพใหญ่ เทสโก้ โลตัส ประเทศไทย ยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจด้วยว่า “ขณะนี้ปัญหาเกิดขึ้นเหมือนกันทั่วโลก ส่วนตัวมองว่าคงไม่แย่ไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่สถานการณ์จากนี้ไปจะดีขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดา และขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจด้วย แต่เชื่อว่าในภาพรวมๆ หากไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้ก็ ถือเป็นสัญญาณที่ดีแล้ว”

“สตีฟ” กล่าวถึงประเด็น ซีเอสอาร์ ที่เป็นนโยบายหลักของบริษัทแม่ว่า ในฐานะที่บริษัทแม่ในประเทศอังกฤษเป็นผู้นำในด้านการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม เริ่มจากนโยบายลดปริมาณการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในธุรกิจลงให้ได้ 50% ภายในปี ค.ศ.2020 รวมถึงนำเสนอสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับภาวะโลกร้อน ตลอดจนการปลูกฝังให้พันธมิตรและพนักงานซึมซับแนวทางการอนุรักษ์ เทสโก้ โลตัส ประเทศไทย จึงมีพันธสัญญาในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

เขาเล่าต่อไปว่า ก่อนหน้านี้ เทสโก้ โลตัส ได้สร้างสาขาในรูปแบบของกรีน สโตร์ (green store) ในไทยมาแล้ว 2 สาขา ที่ถนนพระรามที่ 1 และศาลายา โดยที่ศาลายามีนวัตกรรมด้านการประหยัดพลังงาน 70 นวัตกรรม เช่น การใช้วัสดุ ลดโลกร้อน การผลิตน้ำมันไบโอดีเซล กังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า ระบบทำความเย็นโดยใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในระบบตู้แช่ ฯลฯ

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะขยายสาขากรีนสโตร์ “สตีฟ” บอกว่า จะไม่เร่งเพิ่มสาขากรีนสโตร์ แต่จะนำนวัตกรรม บางอย่างไปใช้กับสาขาอื่นๆ เนื่องจากต้องการจะศึกษาจนกว่าจะมั่นใจว่านวัตกรรมมีจุดด้อยน้อยที่สุด

สำหรับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ในปีนี้ เทสโก้ โลตัส จะใช้เงินลงทุนราว 170 ล้านบาท จากงบฯ 343 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบทำความเย็น

ควบคู่กับแนวทางดังกล่าว เทสโก้ โลตัส ยังได้ร่วมมือกับซัพพลายเออร์ในการผลิตสินค้าที่เรียกว่า กรีน โปรดักต์ (green products) ที่ย่อยสลายได้ เช่น หลอดไฟ ถุงขยะ จานกระดาษจากกากอ้อย สมุดโน้ต กระดาษ ฯลฯ จากนี้ไปจะหาซัพพลายเออร์ใหม่ๆ ที่จะทำงานร่วมกันเพิ่มอีก

รวมถึงนโยบายลดการใช้ถุงพลาสติกที่ได้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกลงได้ 10% และสเต็ปต่อไป คือการทำให้ลูกค้าเรียกหาถุงพลาสติก น้อยลง โดยอาจจะเป็นการเพิ่มแรงจูงใจ ในรูปแบบต่างๆ

“สตีฟ” ย้ำว่า นอกจากนี้บริษัทยังได้สานต่อแนวคิด เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อโลกและสังคม โดยจัดโครงการ 9 ล้านกล้า 80 พรรษามหามงคล เพื่อ ปลูกต้นไม้ 9 ล้านต้น ในอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ เพื่อลดคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศลง 225,000 ตันต่อปี หรือ ราว 9 ล้านตัน ในช่วง 40 ปีข้างหน้า

“โครงการนี้ใช้เงินลงทุน 100 ล้านบาท แม้จะไม่เกี่ยวกับธุรกิจ แต่ก็เป็นสิ่งที่บริษัทจะให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ประเด็น ไม่ได้อยู่ที่เราลงทุนเท่าใด แต่อยู่ที่เราให้ความสำคัญกับปัญหามากแค่ไหนและจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร”

“เราสามารถรักษาโลกใหม่ได้ แต่ซื้อใหม่ไม่ได้” สตีฟกล่าวย้ำในตอนท้าย

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 22 มิถุนายน 2552