มัดใจสไตล์ “วิลล่า มาร์เก็ท” “ใครเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด…ก็ได้ใจลูกค้าไป”


“วิลล่า มาร์เก็ท” อาจจะ “โลว์โปรไฟล์” และไม่ค่อยเป็นข่าวนัก แต่จากการเติบโตและการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าที่มีมาตลอด 35 ปีแล้ว ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติไทยรายนี้เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว

และดูเหมือนจะยิ่งขยายตัวไปเรื่อยๆ ไม่เพียงกลุ่มลูกค้าคนกรุงในย่านดาวน์ทาวน์เท่านั้นที่สมัครเป็นแฟนพันธุ์แท้ แต่ “วิลล่า มาร์เก็ท” ยังได้เริ่มขยายธุรกิจออกสู่ต่างจังหวัดด้วยแล้ว ตามเสียงเรียกร้องของลูกค้าที่รู้จักและคุ้นเคย โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนของกลุ่มลูกค้าระดับบน

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “โสภิศ ภูสนาคม” กรรมการบริหาร ร้าน ซูเปอร์มาร์เก็ต วิลล่า มาร์เก็ท “คุณเจี้ยบ” ออกตัวว่าไม่ได้เงียบหายไปเสียทีเดียว ที่ผ่านมาก็มีกิจกรรมและทำตลาดกับลูกค้าตลอด เพียงแต่อยู่ในวงเฉพาะกลุ่ม มีกิจกรรมหรือแคมเปญอะไรลูกค้าก็จะบอกปากต่อปากกันไปมากกว่า ที่ผ่านมาร้านยังไม่มีอะไรที่หวือหวา

พร้อมกันนี้ “คุณเจี๊ยบ” ยังสะท้อนภาพการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกอาหาร ว่า ปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งหน้าใหม่-หน้าเก่า กลุ่มโลคอแบรนด์และอินเตอร์ แบรนด์ ล้วนต้องการเข้ามาช่วงชิงลูกค้าและยอดขายมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นธรรมดาของการแข่งขัน

ซึ่งจุดแข็งของวิลล่า มาร์เก็ทคือการให้ความสด ใหม่ คุณภาพดี มีสินค้าครอบคลุมทุกอย่างที่ลูกค้าอยากได้

การแข่งขันทำให้ทุกคน ทุกค่ายต่างต้องหาจุดยืนและเลือกเอกลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองเพื่อสู้กันให้ได้

แต่ถ้าใครสามารถเข้าถึง consumer need ได้มากที่สุดคนนั้นก็ได้ใจลูกค้าไป

เช่นเดียวกับภาพของการขยายสาขาที่วิลล่า มาร์เก็ท ยังคงต้องเดินหน้าต่อเนื่อง “คุณเจี๊ยบ” บอกว่าปีนี้จะเพิ่มอีก 3 แห่ง คือ เกษตร-นวมินทร์ ในโครงการของสยามฟิวเจอร์ฯ, ภูเก็ต และราชพฤกษ์ จากที่มี 14 สาขาในปัจจุบัน

ขณะเดียวกันก็ได้เริ่มเข้าไปปักธงสาขาในต่างจังหวัด โดยนำร่องที่หัวหิน ภูเก็ต และพัทยา ก่อนจะขยายไปสู่จังหวัดอื่นๆ อีกในสเต็ปถัดไป

“แม้ว่าเราจะโฟกัสพื้นที่ในกรุงเทพฯมาตลอด แต่ถ้าถามว่าครอบคลุมลูกค้าครบพื้นที่แล้วรึยัง ตอบเลยว่ายัง กรุงเทพฯยังเป็นโอกาสการเติบโตของเราอีกมาก มีดีมานด์ของลูกค้าอีกเยอะที่เรายังเข้าไปไม่ถึง”

ด้วยโพซิชันนิ่งของ “วิลล่า มาร์เก็ท” ที่จับกลุ่มลูกค้าระดับบน ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยและทำงานในไทย ปัญหาเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ทำให้ใครต่อใครปวดหัว กลับไม่มีผลต่อยอดสเปนดิ้งของร้านซูเปอร์สายพันธุ์ไทยรายนี้

ด้วยเหตุผลที่ว่ากลุ่มสินค้าอาหารเป็น สิ่งที่ลูกค้าไม่ยอมประหยัด แต่ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งอาจมีพฤติกรรมในแง่ของการลดการทานนอกบ้าน การเที่ยวนอกบ้าน เมื่ออยู่บ้านมากขึ้นก็เลือกจะหาความสุขภายในบ้านและทำอาหารทานกันเอง ที่สำคัญลูกค้าวิลล่า มาร์เก็ทมีกำลังซื้อและเลือกที่จะซื้อสินค้าที่คุณภาพดี ไม่เกี่ยงราคา เน้นความสดใหม่ และสินค้าสำเร็จรูปนำเข้าจากต่างประเทศที่มีความหลากหลาย มีทุกอย่างที่อยากได้

ล่าสุด “วิลล่า มาร์เก็ท” ได้เปิดตัวร้าน The Gastro Cooking Studio by Villa Market กลางซอยสุขุมวิท 31 สาขาเรือธงในการสร้างยอดขาย

เมื่อมองผิวเผินคุกกิ้ง สตูดิโอนี้อาจเป็นเหมือนคอร์สสอนทำอาหารทั่วไป แต่วิลล่า มาร์เก็ทเติมความพิเศษและสร้างความแตกต่างให้ร้านเดอะ แกสโทรฯเป็นมากกว่านั้น

“คุณเจี๊ยบ” เล่าว่า การเปิดร้านเดอะ แกสโทรฯเป็นไอเดียขอคุณพ่อ (สุรพงศ์ ภูสนาคม-ซีอีโอ) ที่อยากเปิดคุกกิ้งคอร์สมานานแล้วเพื่อตอบแทนลูกค้าและจะได้มีกิจกรรมต่างๆ ทำร่วมกัน รวมทั้งเป็นการต่อยอดธุรกิจอีกอย่างหนึ่งด้วย

วิลล่า มาร์เก็ทต้องการจะให้คุกกิ้งสตูดิโอนี้แตกต่างจากที่อื่นๆ ซึ่งจะเป็นคอร์สสั้นๆ ที่รองรับเพียง 30-40 คน เน้นอาหารไทยและนานาชาติโดยเฉพาะลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารและไวน์ ที่สำคัญยังได้ดึง “โอบอุ้ม จูตระกูล” หรือ “มินี่ ซี” “เซเลบริตี้เชฟ” ที่มีชื่อเสียงในแวดวงและเชี่ยวชาญในเรื่องอาหารมาเป็นที่ปรึกษา และเชฟกิตติมศักดิ์ให้กับเดอะ แกสโทรฯ

“แกสโทร แปลว่า อาหารการกินอยู่แล้ว และเป็นชื่อที่สื่อตรงถึงวิลล่า มาร์เก็ท ด้วย จึงอยากให้สตูดิโอนี้เป็นรูปแบบคุกกิ้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คนที่ชอบเหมือนกันมาเจอกัน”

ที่นี่ไม่เพียงแต่จะเป็นสตูดิโอสอนทำอาหารเท่านั้น แต่ลูกค้ายังสามารถเข้ามาทำกิจกรรมหรือใช้พื้นที่ทำอีเวนต์ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำกิจกรรมเฉพาะในกลุ่มเพื่อนๆ ครอบครัว รวมถึงเป็นแหล่งนัดพบสังสรรค์กันในกลุ่มเพื่อนๆ และเดอะ แกสโทรฯจะเปิดที่สาขาสุขุมวิท 31 แห่งเดียว เพื่อเป็นจุดรวมการพบเจอของลูกค้าทุกสาขาของวิลล่า มาร์เก็ท

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเคล็ดลับมัดใจลูกค้าตลอด 35 ปี ของ “วิลล่า มาร์เก็ท” ซูเปอร์มาร์เก็ตสายพันธุ์ไทย

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 22 มิถุนายน 2552