เซเว่นฯ เล็งแตกหน่อธุรกิจมั่นใจเศรษกิจไทยฟื้น


เซเว่นฯ เดินหน้าศึกษาแผนธุรกิจใหม่ จับตา “7-11 Bank” บริการด้านการเงินด้วยตู้เอทีเอ็ม ควบคู่ “Ex-ta” ร้านสุขภาพและความงาม “ยูริ” ร้านเบเกอรี่สด ขณะที่ผลประกอบการไตรมาสแรกโตทะลุ 18% หลังเปิดสาขาใหม่แล้วกว่า 100 แห่ง ประกาศขยายสาขา 450-500 แห่งตามแผนงานเดิม เหตุมั่นใจเศรษฐกิจฟื้น การเมืองดี ส่งผลเติบโต 10-15%

แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (บมจ.) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แม้ปัจจุบันร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในเมืองไทยจะยังไม่ได้เปิดให้บริการในรูปแบบของสถาบันการเงินเช่นเดียวกับเซเว่นอีเลฟเว่นในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเปิดให้บริการ “7-11 Bank” ที่เน้นการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้อัตโนมัติ หรือตู้เอทีเอ็ม เป็นหลัก เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็วให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ แต่หากศึกษาพบว่าลูกค้าคนไทยให้ความสนใจ และมีโอกาสในการลงทุนที่คุ้มค่า เชื่อว่าเซเว่น ในเมืองไทยก็สามารถเปิดให้บริการเช่นกัน โดยขณะนี้บริษัทเริ่มทำการศึกษาร่วมกับบริษัทในเครือแล้ว

“เซเว่น แบงก์ ที่ญี่ปุ่นให้บริการการเงินในรูปแบบของตู้เอทีเอ็ม ซึ่งตั้งอยู่ตามร้านเซเว่นฯ เป็นหลัก เพื่อความสะดวกแก่ลูกค้า โดยร้านสาขาสามารถนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการ เข้าบรรจุในตู้เอทีเอ็มเพื่อให้ลูกค้ามาถอนได้ทันที ลดขั้นตอน เพิ่มสะดวก รวดเร็วทั้งกับพนักงาน และลูกค้า การให้บริการตู้เอทีเอ็มที่นั่น ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง และมีความเสี่ยงต้องมีผู้ดูแลตลอดเวลา การติดตั้งหน้าร้านเซเว่น จะมีความสะดวกเพราะเปิด 24 ชม. และมีพนักงานดูแลตลอดเวลา ต่างจากประเทศไทย ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่ให้บริการจำนวนมาก และคิดค่าบริการถูก แม้ลูกค้าสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ได้สะดวกกว่าการชำระที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส แต่พฤติกรรมคนไทยยังต้องการการบริการแบบซึ่งหน้ามากกว่า”

อย่างไรก็ดี โอกาสในการให้บริการเซเว่น แบงก์ในเมืองไทยจะต้องศึกษาถึงความพร้อมของลูกค้า และความพร้อมในการให้บริการ การจัดวางระบบ ซึ่งจะต้องร่วมกับบริษัทในเครือ อาทิ เคาน์เตอร์เซอร์วิส และโกซอฟต์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินด้านไอที และการยื่นขออนุญาตจดทะเบียนต่อหน่วยงานที่ดูแลด้านการเงิน ซึ่งมีขั้นตอนอีกจำนวนมาก นอกจากเซเว่น แบงก์ แล้ว ธุรกิจที่เซเว่น ให้ความสนใจลงทุนเพิ่มได้แก่ร้านเอ็กซ์-ต้า (Ex-ta) ร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 5-6 สาขา และร้านยูริ ร้านจำหน่ายเบเกอรี่สด ด้วย

ด้านนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัว และทุกอย่างจะกลับมาสู่ภาวะปกติ ทำให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่น และดำเนินธุรกิจต่อไปได้ด้วยดี โดยเซเว่น ในไตรมาสแรก มีรายได้เพิ่มขึ้น 18% และเดือนเมษายน – พฤษภาคมที่ผ่านมาก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นรายได้จากสาขาใหม่ 8% ซึ่งบริษัทขยายสาขาเพิ่มกว่า 100 สาขา ขณะที่สาขาเดิมซึ่งมีอยู่กว่า 4,800 สาขา มีการเติบโต 10% ทั้งนี้คาดว่าจนถึงสิ้นปีจะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 10-15%
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 16 มิถุนายน 2552