เร่งยอดขายสไตล์ “รักษ์โลก” สีสัน “ค้าปลีก” เพิ่มตัวช่วย No Bag Day


แม้ว่ายอดขายยังคงเป็นตัวหลักที่ต้องเร่งสร้างเพื่อให้เป็นไปตามเป้า แต่สิ่งที่ยังคงต้องควบคู่กันไป คือกระแสรักและรักษ์โลก การลิงก์แคมเปญเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีชั้นเชิงเพื่อเป็นสีสันต่อยอดไปถึงยอดขายและสร้างการรับรู้ในแบรนด์จึงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง
2 ยักษ์ใหญ่ค้าปลีก “กลุ่มเดอะมอลล์-กลุ่มเซ็นทรัล” สามารถทำเรื่องสิ่งแวดล้อม-รักษ์โลกที่รู้สึกว่าไกลตัวและเข้าถึงยากให้ลูกค้าสามารถสนุกและเพลิดเพลินได้ผ่านการช็อปปิ้งตามปกติ ด้วยต่างก็มีทีเด็ดในรูปแบบหลากหลาย โดยเฉพาะกิจกรรม No Bag Day ที่เป็นตัวช่วยหลักสำหรับการเร่งยอดขาย

“เซ็นทรัล” เดินหน้าสานต่อโครงการ “Central…Love The Earth” ผ่านแคมเปญ “Central No Bag Day Sale” ที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ให้ส่วนลดเพิ่มให้สูงสุด 10% หากลูกค้านำถุงผ้ามาช็อป หรือปฏิเสธรับถุง ใช้ได้กับสินค้าราคาปกติ สินค้าลดราคา และรายการส่งเสริมการขายอื่นๆ โดยไม่จำกัดวงเงินสำหรับการใช้ส่วนลด พร้อมจูงใจด้วยการแถมคะแนนสะสมเดอะ 1 การ์ด ให้อีก 20 คะแนน

ตลอดช่วง 15-17 มิ.ย. และคาดว่าใน 3 วันนี้จะเป็นตัวเร่งยอดขาย 200 ล้านบาท โดยจะกลายเป็นแคมเปญหลักกระตุ้นดีมานด์ลูกค้าต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี เพื่อรณรงค์ลดการใช้ถุงและให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม

งานนี้ “เซ็นทรัล” ตั้งงบฯไว้ถึง 100 ล้านบาท สำหรับการตลาดทั้งโปรโมชั่น ประชาสัมพันธ์ และให้ส่วนลดและคาดว่าตลอดทั้งปียอดขายผ่านแคมเปญนี้จะมีถึง 1.5 พันล้านบาท

จากการเก็บข้อมูลหลังจากมีแคมเปญนี้เข้ามาเสริมแต่ละเดือน พบว่าช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 20% และยอดจับจ่ายต่อบิลเพิ่ม 15% เมื่อเทียบกับช่วงปกติที่ไม่จัดแคมเปญ

ควบคู่กับยอดขายที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่เห็นได้ชัดคือจำนวนลูกค้าหิ้วถุงผ้ามาช็อป เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กว่า 50% นับตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค.ที่ผ่านมา เซ็นทรัลสามารถลดการใช้ถุงได้แล้ว 12% โดยตั้งเป้าว่าก่อนสิ้นปี 2553 ยอดการใช้ถุงของทุกสาขาจะลดลงเหลือ 12 ล้านใบ จากปัจจุบัน 16 ล้านใบ

ด้าน “กลุ่มเดอะมอลล์” ยังคงเดินหน้าภายใต้แคมเปญใหญ่ Think Green ผ่านทาง 3 ศูนย์การค้าหลัก คือ เดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน โดยเริ่มมาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา และจะมีแคมเปญและกิจกรรมการตลาดต่างๆ สลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละแผนกสินค้า หมุนเวียนสร้างสีสันตลอดทั้งปี

แคมเปญล่าสุดกลุ่มเดอะมอลล์ ชวนลูกค้าเพียงแค่ไม่รับถุง 1 ใบสามารถร่วมทำบุญด้วยการปลูกป่า 1 ต้น ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผ่านโครงการปลูกป่าให้ช้าง

ควบคู่กับการปรับรูปแบบ “ถุง” ทั่วห้างเพื่อลดปริมาณการใช้ถุงในห้างสรรพสินค้าที่มีมากถึง 90 ล้านใบ โดยเฉพาะถุงที่ใช้ใน ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ต้องใช้ถึง 70 ล้านใบในแต่ละปี เช่นเดียวกับการสร้างพฤติกรรม พกถุงผ้าที่ดึงคนดังมาร่วมออกแบบในแต่ละคอลเล็กชั่น ซึ่งสามารถสร้างกระแสและการรับรู้ในกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ต้องไม่ลืมว่าเมืองไทยมีปริมาณการใช้ถุงพลาสติกมากกว่า 5,200 ล้านใบต่อปี การเริ่มที่ห้างฯที่เป็นแหล่งรวมทุกไลฟ์สไลต์การใช้ชีวิตของทุกคนจึงน่าจะช่วยเร่งการรับรู้และสร้างกระแสได้ดี แต่ต้องออกมาในรูปของความสนุกสนานในการจับจ่าย และที่สำคัญเป็นสีสันที่ช่วยเร่งยอดขายได้ไม่น้อย

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 11 มิถุนายน 2552