“เซ็นทรัล”กางแผนลงทุนรอบใหม่ เคาะโปรเจ็กต์สถานทูต1.5หมื่นล.-ปัดฝุ่นเชียงราย


“ทศ จิราธิวัฒน์” เปิดใจ เซ็ลทรัล รอจังหวะกดปุ่มโครงการสถานทูตอังกฤษ โปรเจ็กต์ใหญ่ มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้าน เผยมีความพร้อม “เงินทุน-ที่ดิน-แบบก่อสร้าง” ปั้นรูปแบบศูนย์การค้า-โรงแรมระดับไฮเอนด์ พร้อมทบทวนเดินเครื่องสาขา “เชียงราย-อุดรธานี” อีกรอบ ชี้ยอดขายยังต้องลุ้นหลังภาพรวม ศก.-จีดีพีติดลบระนาว ดึงกำลังซื้อตลาด

มีแนวโน้มว่า “เซ็นทรัล” กลุ่มทุนค้าปลีกหมายเลขหนึ่งของไทย ใกล้ตัดสินใจว่าจะเริ่มลงทุนครั้งใหญ่อีกรอบ หลังจากที่ต้นปีที่ผ่านมาได้ประกาศนโยบายเตรียมลงทุนเฉพาะโครงการที่วางไว้แล้ว คือ โรบินสัน ขอนแก่น ชลบุรี โฮมเวิร์ค ราชพฤกษ์ รวมทั้งการรีโนเวตสาขาเดิมให้ทันสมัย ภายใต้งบฯถึง 9.2 พันล้านบาท ล่าสุดโครงการที่เซ็นทรัลอยู่ระหว่างการตัดสินใจลงทุนเพิ่ม ประกอบด้วยที่ดินสถานทูตอังกฤษ เชียงราย รวมทั้งต่อขยายอุดรธานี

นายทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือซีอาร์ซี กล่าวว่า เซ็นทรัลมีความพร้อมที่จะลงทุนในที่ดินสถานทูตอังกฤษบนพื้นที่ 9 ไร่ ที่บริษัทประมูลซื้อมาได้ ทั้งเรื่องของงบการลงทุนโครงการนี้มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท และรูปแบบก่อสร้างที่ให้บริษัทจากต่างประเทศดีไซน์เรียบร้อยแล้วนั้น ทั้งนี้การขอดูภาพรวมตลาดและจังหวะที่เหมาะสม บริษัทก็พร้อมจะกดปุ่มเดินหน้าโครงการนี้ทันที โดยคอนเซ็ปต์โครงการนี้เป็นไปตามที่บริษัทต่างประเทศออกแบบให้ และมีสะพานเชื่อมกับห้างเซ็นทรัล ชิดลม

ทั้งนี้เซ็นทรัลได้ว่าจ้างสถาปนิกออกแบบ AMANDA LEVETE Architects ซึ่งมีผลงานระดับโลก อาทิ Spencer Dock Bridge ใน Dublin และ a subway station ใน Naples โดยคอนเซ็ปต์การออกแบบโครงการนี้ บริษัทสถาปนิกได้วางรายละเอียดโครงการเพื่อผลักดันโครงการนี้ให้เป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ที่เป็นทั้งศูนย์การค้าและ โรงแรมระดับไฮเอนด์ โดยตัวตึกเป็นสัญลักษณ์อินฟินิตี้ที่สื่อถึงความไม่สิ้นสุดของการพัฒนาและการเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดยั้งของกลุ่มเซ็นทรัล

นอกเหนือจากการลงทุนในโปรเจ็กต์เดิมที่วางไว้เมื่อต้นปี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซีอาร์ซี ย้ำว่ายังคงเดินเครื่องต่อเนื่องแล้วนั้น เซ็นทรัลเตรียมจะขยายการลงทุนเพิ่มอีก 2 แห่ง โดยจะเลือกระหว่างสาขาเชียงรายและอุดรธานี หลังจากต้นปีที่ได้ชะลอแผนขยายโครงการสาขาเชียงรายไว้

เช่นเดียวกับการเห็นศักยภาพของกำลังซื้อในตลาดอุดรธานี จากการที่กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาได้เข้าไปซื้อกิจการศูนย์การค้าท้องถิ่นเจริญศรีพลาซ่า ที่ยังมีที่ดินเปล่าสำหรับการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ เพื่อรองรับกำลังซื้อและการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกทั้งในประเทศและข้ามไปยังฝั่งประเทศลาว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับเซ็นทรัลพัฒนา ว่าจะลงทุนสาขาไหนก่อนที่มีความพร้อมและศักยภาพของตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการแถลงนโยบายในช่วงต้นปีของกลุ่มซีอาร์ซีระบุว่า ได้วางงบฯลงทุน 9,200 ล้านบาท สำหรับการขยายธุรกิจในปีนี้ อาทิ โครงการโรบินสัน ขอนแก่น โรบินสัน ชลบุรี และโครงการรูปแบบคอมมิวนิตี้มอลล์บนถนนราชพฤกษ์ และการปรับปรุงสาขาเดิม ได้แก่ เซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว สาขาปิ่นเกล้า สาขาบางนา และภูเก็ต รวมทั้งโรบินสัน หาดใหญ่ และศรีราชา

อย่างไรก็ตามแม้กลุ่มซีอาร์ซีจะมีการลงทุนใหม่ๆ ดังกล่าวแต่สำหรับภาพรวมธุรกิจตลอดทั้งปีนี้ นายทศมองว่ายังคงลุ้นยอดขายว่าจะสามารถเติบโตได้ถึง 10% ตามที่วางเป้าหมายไว้ได้หรือไม่ เนื่องจากภาพรวมของค้าปลีกตลอด 5 เดือนที่ผ่านมาไม่ดีนักโดยเฉพาะการขยายตัวของจีดีพีติดลบที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของกำลังซื้อ

นายทศกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามยังตั้งความหวังว่าช่วงครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น โดยการเปิดสาขาใหม่ของเซ็นทรัล ชลบุรี จะเป็นส่วนสำคัญสำหรับการสร้างรายได้ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อมหาศาล ซึ่งในจังหวัดชลบุรีมี 3 ศูนย์การค้าของเซ็นทรัล คือ เซ็นทรัล พัทยา บีช, โรบินสัน ศรีราชา และเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาด

“จะโตได้ตามเป้ารึเปล่าก็ยังคงต้องลุ้นกัน เพราะ 5 เดือนแรกตัวเลขไม่ดี ปกติเราตั้งเป้ายอดขายต้องดีกว่าจีดีพี 2 เท่า แต่ตอนนี้จีดีพีติดลบไปกว่า 7% ก็ยังหวังว่าไตรมาส 3-4 ตลาดจะดีขึ้น”

เมื่อถามถึงความคืบหน้าของทีม M&A หน่วยงานใหม่ที่มีหน้าที่เข้าไปซื้อหรือควบรวมกิจการที่ต้องการจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้ธุรกิจและเพิ่มยอดขาย บอสใหญ่ชี้ว่ายังคงมองหาในหลายๆ ธุรกิจที่พร้อมจะขายและเข้ามาเป็นพันธมิตรกับเซ็นทรัล

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 4 มิถุนายน 2552