<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss"
	>

<channel>
	<title>doopa</title>
	<atom:link href="http://doopa.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://doopa.wordpress.com</link>
	<description>Retail news, monitor and trend</description>
	<pubDate>Mon, 12 May 2008 06:05:34 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=MU</generator>
	<language>th</language>
			<item>
		<title>ไม่เป็นจนเป็นโปร 16 ปีบนสายธุรกิจรีเทล พิมพ์ผกา หวั่งหลี</title>
		<link>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/futurepark-3/</link>
		<comments>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/futurepark-3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 May 2008 06:05:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>doopa</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[department store]]></category>

		<category><![CDATA[shopping center]]></category>

		<category><![CDATA[พิมพ์ผกา หวั่งหลี]]></category>

		<category><![CDATA[ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิ]]></category>

		<category><![CDATA[ศูนย์การค้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://doopa.wordpress.com/?p=340</guid>
		<description><![CDATA[กลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลที่ก่อรากสร้างฐานในประเทศไทยมายาวนาน และจัดเป็นกลุ่มหนึ่งที่ทรงอิทธิพลทางธุรกิจของไทย ย่อมมีตระกูลของ &#8220;หวั่งหลี &#8221; รวมอยู่ด้วย ซึ่งแม้วิกฤติเศรษฐกิจปี 40 จะทำให้ทางกลุ่มต้องเสียธนาคารนครธน ( ขายให้ต่างชาติปัจจุบันเป็นธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ) และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (บงล.)พูนพิพัฒน์ฯ ที่ถูกทางการสั่งปิดกิจการ แต่ในฟากธุรกิจดั้งเดิม &#8220;พืชผลทางการเกษตร &#8221; โดยสินค้าในกลุ่มที่รู้จักกันดี อาทิ น้ำมันพืชกุ๊ก วุ้นเส้นที่มียอดขายเป็นเบอร์ 1 (ตราต้นสน ต้นถั่วและต้นไผ่ ) แป้งมันสำปะหลัง กลับเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงตามสถานการณ์โลกปัจจุบัน 
 
เช่นเดียวกับธุรกิจรีเทล &#8220;ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต &#8221; ที่บริหารโดยทายาทรุ่น 5 ของตระกูล &#8221; พิมพ์ผกา หวั่งหลี &#8221; กรรมการผู้จัดการ บริษัทรังสิตพลาซ่า จำกัด บุตรสาวคนเดียวและคนสุดท้องของนายสุกิจ หวั่งหลี (ประธานบอร์ดกลุ่มบริษัทพูลผลฯ ) ก็กำลังเติบโตโดยมีอัตราการโตของธุรกิจไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี และปัจจุบันอยู่ระหว่างการรีโนเวต ศูนย์การค้าแห่งนี้ให้เป็น Natural -Metro Shopping Mall [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">กลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลที่ก่อรากสร้างฐานในประเทศไทยมายาวนาน และจัดเป็นกลุ่มหนึ่งที่ทรงอิทธิพลทางธุรกิจของไทย ย่อมมีตระกูลของ &#8220;หวั่งหลี &#8221; รวมอยู่ด้วย ซึ่งแม้วิกฤติเศรษฐกิจปี </span><span style="font-family:Tahoma;">40<span> จะทำให้ทางกลุ่มต้องเสียธนาคารนครธน ( ขายให้ต่างชาติปัจจุบันเป็นธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ) และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (บงล.)พูนพิพัฒน์ฯ ที่ถูกทางการสั่งปิดกิจการ <span id="more-340"></span>แต่ในฟากธุรกิจดั้งเดิม &#8220;พืชผลทางการเกษตร &#8221; โดยสินค้าในกลุ่มที่รู้จักกันดี อาทิ น้ำมันพืชกุ๊ก วุ้นเส้นที่มียอดขายเป็นเบอร์ </span>1 (<span>ตราต้นสน ต้นถั่วและต้นไผ่ ) แป้งมันสำปะหลัง กลับเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงตามสถานการณ์โลกปัจจุบัน </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">เช่นเดียวกับธุรกิจรีเทล &#8220;ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต &#8221; ที่บริหารโดยทายาทรุ่น </span><span style="font-family:Tahoma;">5<span> ของตระกูล &#8221; พิมพ์ผกา หวั่งหลี &#8221; กรรมการผู้จัดการ บริษัทรังสิตพลาซ่า จำกัด บุตรสาวคนเดียวและคนสุดท้องของนายสุกิจ หวั่งหลี (ประธานบอร์ดกลุ่มบริษัทพูลผลฯ ) ก็กำลังเติบโตโดยมีอัตราการโตของธุรกิจไม่น้อยกว่า </span>10%<span> ต่อปี และปัจจุบันอยู่ระหว่างการรีโนเวต ศูนย์การค้าแห่งนี้ให้เป็น </span>Natural -Metro Shopping Mall &#8221; </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">พิมพ์ผกา เข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัวแห่งนี้ร่วม </span><span style="font-family:Tahoma;">16<span> ปี ก่อนที่ศูนย์การค้าแห่งนี้จะเปิดเมื่อปี </span>2535<span> โดยหลังจบปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา เธอเริ่มงานด้วยการเป็นวาณิชธนกิจ ให้กับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ( บงล.)เอกธนกิจฯ หรือฟินวัน แต่ทำได้ปีเดียว คุณพ่อก็ชวนให้มาทำงานที่นี่ หลังจากที่ทางกลุ่มมีแผนจะพัฒนาที่บริเวณรังสิต ซึ่งเป็นที่ดินของ &#8220;นางทองพูล &#8221; คุณย่าที่ซื้อสะสมไว้นานแล้ว จึงได้ดูว่ามีใครสนใจจะมาเช่าที่ ขณะนั้นก็มีหลายกลุ่มเสนอตัว ทั้งกลุ่มเซ็นทรัล</span>, <span>กลุ่มฟิวเจอร์พาร์ค</span>, <span>กลุ่มเดอะมอลล์ ก็ชวนกันมาร่วมกันมาทำในฐานะที่กลุ่มหวั่งหลี เป็นเจ้าของที่ดิน &#8221; </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">งานแรกของเธอที่นี่ ก็คือการเซตองค์กร จากพนักงานทั้งออฟฟิศที่มีเพียง </span><span style="font-family:Tahoma;">8<span> คน (ก่อนจะเป็น </span>260<span> คนในปัจจุบัน ) หลังจากนั้นจึงมาดูแลฝ่ายงานขาย ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบริหาร บริษัทรังสิตพลาซ่า จำกัด ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อบริหารศูนย์การค้าแห่งนี้โดยเฉพาะ และเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับการเกิดเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬพอดี </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">&#8220;<span>ตอนนั้นที่เข้ามา เราขายได้เฉพาะโรบินสัน และก็เยาฮัน ภายหลังเยาฮันได้ขอถอนตัวออกไป ส่วนร้านค้าเรายังขายพื้นที่ได้น้อยมาก ๆ เรียกว่าไม่ถึง </span>10%<span> ของพื้นที่ที่มี </span>240,000<span> ตารางเมตร แต่ก็ได้เรียนรู้จากร้านค้า และค่อย ๆพัฒนา จนสำเร็จเป็นศูนย์การค้าอย่างที่เห็น &#8221; ในปี </span>2543<span> เธอจึงได้เลื่อนขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการ แทนที่คนเก่าที่ลาออกไป </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">และนับเป็นความท้าทาย เพราะไม่เพียงเป็นธุรกิจที่เธอและกลุ่มหวั่งหลีไม่เคยประสบการณ์มาก่อน หากแต่พื้นที่ย่านรังสิตขณะนั้นก็ยังห่างไกลความเจริญ จึงต้องมานับหนึ่งสร้างความเจริญให้กับชุมชน โดยมีจุดเริ่มที่ตลาดรังสิตก่อน ส่วนหนึ่งก็โดยการบริจาคที่ให้กับการสร้างโรงพยาบาล สถานีตำรวจ ถนนหนทาง ฯลฯ จนเมื่อให้หลัง</span><span style="font-family:Tahoma;">10<span> ปี ชุมชนเมืองเกิดขึ้น โครงการศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตจึงถือกำเนิดตาม </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">พิมพ์ผกา เล่าต่อว่า ช่วงแรกลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสาวโรงงาน คนในแถบปริมณฑล เพราะพื้นที่ยังห่างไกลความเจริญ หมู่บ้านแถบรังสิต ลำลูกกา ปทุมธานี ก็ขึ้นกันน้อย ลูกค้าต่อวันที่เข้ามาทางศูนย์ จึงมีเพียง </span><span style="font-family:Tahoma;">50,000<span> คน เทียบกับวันนี้ที่มีถึง </span>130,000<span> คนต่อวัน และมียอดใช้จ่ายต่อคนต่อวันในปัจจุบัน </span>2,000<span> บาท เพิ่มจากปี </span>2549<span> ที่มีประมาณ </span>1,700<span> บาท หรือมียอดขายต่อปีในระดับพันกว่าล้านบาท </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">อีกหนึ่งในความท้าทาย ก็คือวิกฤติเศรษฐกิจ ปี </span><span style="font-family:Tahoma;">2540 &#8221; <span>การลอยค่าเงินบาท &#8220;ที่ทำให้บริษัทมีหนี้สินจากเงินกู้ต่างประเทศ </span>1,000<span> ล้านบาท เพิ่มเป็นเท่าตัว </span>2,000<span> ล้านบาท และต้องใช้เวลาในการปรับโครงสร้างหนี้นานถึง </span>10<span> ปี จนมาเคลียร์หนี้ได้ทั้งหมด หลังการออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ฟิวเจอร์พาร์ค จากการขายสิทธิ์การเช่าให้กับกองทุนดังกล่าวเมื่อช่วงปลายปี </span>2549 </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">&#8220;<span>บทเรียนในครั้งนั้นสอนให้รู้ว่าเราต้องรู้จริงและศึกษาในสิ่งที่จะทำให้ชัดเจน เพราะแม้จะรู้มาก่อนว่า เงินลดค่าได้ และปรึกษาผู้ใหญ่มาหลายท่านก็ตาม แต่เราก็อาจรู้ไม่มาก จนทำให้ต้องเซไปหลายปีเหมือนกัน &#8220;และกลายเป็นแกนหลักในการทำงานของเธอในวันนี้ ที่ยังมีองค์ประกอบด้วยกุญแจสำคัญ อาทิในเรื่องของความเข้าใจ-การเข้าถึงลูกค้า </span>, <span>การเป็นคนรักษาคำพูด เพื่อสร้างความเชื่อถือ </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">&#8220;<span>อันนี้เป็นหลักการของคุณพ่อ ที่สอนให้รู้จักการเอาใจเขา (ลูกค้า) มาใส่ใจเรา และให้คิดให้ดี ก่อนพูดทำและอย่าเล่นการเมือง-การพนัน ซึ่งเป็น </span>2<span> สิ่งที่ตระกูลหวั่งหลีไม่เอาเลย &#8221; และสุดท้ายเธอบอกว่า งานจะสำเร็จด้วยดี ยังขึ้นอยู่กับความร่วมมือของพนักงาน</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ปัจจุบันเรามีพนักงาน </span><span style="font-family:Tahoma;">260<span> คน และที่น่ายินดีก็คือพนักงานเกือบครึ่ง ประมาณ </span>120<span> คน เป็นคนเก่าแก่ ที่ทำงานร่วมกันมามากกว่า </span>10<span> ปี ตั้งแต่ศูนย์การค้าเปิด ทั้งนี้ก็มาจากการใส่ใจกับคำว่า &#8220;ลูกน้อง &#8221; ทั้งการเปิดกว้างให้แสดงความคิดเห็น การให้ความจริงจังและเอื้ออาทร เป็นหลักการง่าย ๆของคนที่จะทำงานร่วมกัน จะต้องสื่อสารให้มองในทิศทาง-เป้าหมายเดียวกัน และที่ต้องถือเป็นครู เพราะสอนให้รู้ การทำธุรกิจได้จริง ๆ ก็คือกลุ่มร้านค้า ทำให้เราเรียนรู้ และทำจากที่ไม่เป็นจนเป็น &#8221; </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">เธอยังมองว่า การบริหารช็อปปิ้งมอลล์ </span><span style="font-family:Tahoma;">, <span>ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ว่าเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์คน ซึ่งอาจเป็นความถนัดของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งหน้า แต่งตัว ช็อปซื้อสินค้าต่าง ๆ ผู้บริหารในแวดวงธุรกิจ จึงเป็นหญิงกันมากกว่าชาย เพราะซึมซับและเรียนรู้ได้เร็วกว่า เธอเองก่อนมาทำ ก็ชอบช็อป ชอบเที่ยว ดังนั้น แม้จะเป็นงานที่ยากผ่านอุปสรรค แต่ก็มองเป็นความท้าทาย และพยายามหาเรื่องให้สนุกกับงานที่ทำ </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">• <span>ปัจจุบันศูนย์การค้าแห่งนี้ อยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อให้เข้าคอนเซ็ปต์ของการเป็นศูนย์การค้าที่ให้ความเป็นธรรมชาติและมีความทันสมัยในตัว จัดเป็นศูนย์การค้าแห่งแรก ๆที่ให้ความสำคัญ และปลุกกระแส ให้เรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติ ด้วยการทุ่มงบกับการรีโนเวตครั้งนี้ไม่น้อยกว่า </span>30<span> ล้านบาท </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">• <span>และสำหรับแผนในอนาคต พิมพ์ผกา กล่าวว่า พื้นที่บริเวณศูนย์การค้าแห่งนี้ ได้ถูกวางโพสิชันนิ่งให้เป็น &#8221; ฟิวเจอร์ ซิตี้ และรีเทลฮับ&#8221; เป็นสี่แยกยุทธศาสตร์ธุรกิจของกรุงเทพฯตอนเหนือ ที่คาดว่าจะดึงลูกค้า ทั้งที่มาจากต่างจังหวัด </span>,<span>ปริมณฑล หรือลูกค้าจากตัวเมืองที่จะหลั่งไหล เข้ามาจับจ่ายใช้สอย หลังจากพื้นที่แห่งนี้ถูกเนรมิต เป็นอาณาจักรธุรกิจ ที่จะประกอบด้วยตัวโรงแรม</span>, <span>คอนเวนชันฮอลล์ (ศูนย์ประชุมและจัดงานนานาชาติ ) โรงพยาบาล </span>,<span>โครงการเรสซิเด้นท์</span>, <span>และออฟฟิศบิลดิ้งให้เช่า ตลอดจนร้านค้า </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">• <span>เธอไม่เปิดเผยว่าทางกลุ่มตระกูลหวั่งหลียังมีพื้นที่ให้นำมาพัฒนาต่อได้เท่าไร แต่คาดว่าในจำนวนนี้จะมีไม่น้อยกว่า </span>400<span> ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมด </span>660<span> ไร่ </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">• <span>เรียกว่า งานท้าทายที่ว่าในวันนี้ ยังเป็นแค่เศษเสี้ยว ชีวิตยังมีให้เล่นโลดโผนอีกหลายขุม. </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 12 พฤษภาคม 2551</span></span><span style="font-family:Tahoma;"></span></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/doopa.wordpress.com/340/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/doopa.wordpress.com/340/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/doopa.wordpress.com/340/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/doopa.wordpress.com/340/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/doopa.wordpress.com/340/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/doopa.wordpress.com/340/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/doopa.wordpress.com/340/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/doopa.wordpress.com/340/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/doopa.wordpress.com/340/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/doopa.wordpress.com/340/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/doopa.wordpress.com/340/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/doopa.wordpress.com/340/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=doopa.wordpress.com&blog=2533888&post=340&subd=doopa&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/futurepark-3/feed/</wfw:commentRss>
	
		<media:content url="http://a.wordpress.com/avatar/doopa-128.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">doopa</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ยัม!แบรนด์สตั้งเป้าร้านฟาสต์ฟูด 20,000 แห่งในจีน</title>
		<link>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/yum-2/</link>
		<comments>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/yum-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 May 2008 04:44:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>doopa</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[global retail]]></category>

		<category><![CDATA[ฟาสต์ฟูด]]></category>

		<category><![CDATA[ยัม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://doopa.wordpress.com/?p=339</guid>
		<description><![CDATA[ยัม!แบรนด์ส มุ่งขยายตลาดร้านเคเอฟซี และ พิซซ่า ฮัท ในจีนตั้งเป้าเปิดสาขาครบ 20,000 แห่ง ชี้ตลาดแดนมังกรกำลังเติบโตรวดเร็วคาดทำรายได้แซงหน้าตลาดสหรัฐฯในอีก 9 ปีข้างหน้า 
 
 
ยัม! แบรนด์ อิงค์ บริษัทธุรกิจร้านอาหารจากสหรัฐอเมริกาเจ้าของเชนร้านเคเอฟซี และ พิซซ่าฮัท ฟาสต์ฟูดชั้นแนวหน้าระดับโลก เบนเข็มธุรกิจมุ่งขยายกิจการร้านฟาสต์ฟูดในสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เชื่อว่าจะเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักของบริษัทภายในทศวรรษนี้ สวนทางกับสถานการณ์ในตลาดสหรัฐฯซึ่งบริษัทมีรายได้ลดลง
 
ทั้งนี้ยัม!แบรนด์ ตระหนักดีว่าบริษัทไม่สามารถที่จะพึ่งพาเพียงชื่อของร้านฟาสต์ฟูดแบรนด์ดังจากต่างประเทศเป็นเครื่องมือในการขยายธุรกิจที่ประเทศจีน แต่ปัจจัยหลักในการเติบโตอยู่ที่การพัฒนาเมนูอาหารซึ่งถูกปากและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของลูกค้าท้องถิ่น ดังนั้นยัม! จึงได้เปิดตัวเมนูอาหารของร้านเคเอฟซี ที่พัฒนาขึ้นมาจากอาหารที่จำหน่ายตามแผงลอยข้างถนนของจีนซึ่งเป็นที่คุ้นเคยของประชากรกว่า 10 ล้านคนในประเทศจีน เช่นแป้งทอด และโจ๊กไข่เยี่ยวม้า เป็นต้น
 
นายแซม ซู ผู้บริหารตลาดประเทศจีนของยัม!แบรนด์ กล่าวว่า &#8220;เราตระหนักดีว่าเราไม่ควรทำเพียงแค่นำรูปแบบการดำเนินธุรกิจทั้งหมดของร้านสาขาในต่างประเทศเข้ามาใช้ในประเทศจีน ทุกคน (บริษัทต่างประเทศ) ควรสร้างรูปแบบการดำเนินธุรกิจขึ้นมาใหม่&#8221; 
 
แนวคิดดังกล่าวส่งผลดีต่อธุรกิจของร้านเคเอฟซี ที่เปิดบริการในประเทศจีน ยอดขายในตลาดแห่งนี้มีอัตราการขยายตัวสูงถึง 12% สูงกว่าอัตราการเติบโตในต่างประเทศ (ยกเว้นจีน) ที่อยู่ในระดับ 5% และสูงกว่าอัตราการเติบโตของยอดขายในตลาดสหรัฐฯที่อยู่ในระดับ 3% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551
 
ขณะที่สถิติกำไรในตลาดจีนปี 2550 เพิ่มขึ้น 30% อยู่ในระดับ 375 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ยัม!แบรนด์ส มุ่งขยายตลาดร้านเคเอฟซี และ พิซซ่า ฮัท ในจีนตั้งเป้าเปิดสาขาครบ </span><span style="font-family:Tahoma;">20,000<span> แห่ง ชี้ตลาดแดนมังกรกำลังเติบโตรวดเร็วคาดทำรายได้แซงหน้าตลาดสหรัฐฯในอีก </span>9<span> ปีข้างหน้า <span id="more-339"></span></span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ยัม! แบรนด์ อิงค์ บริษัทธุรกิจร้านอาหารจากสหรัฐอเมริกาเจ้าของเชนร้านเคเอฟซี และ พิซซ่าฮัท ฟาสต์ฟูดชั้นแนวหน้าระดับโลก เบนเข็มธุรกิจมุ่งขยายกิจการร้านฟาสต์ฟูดในสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เชื่อว่าจะเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักของบริษัทภายในทศวรรษนี้ สวนทางกับสถานการณ์ในตลาดสหรัฐฯซึ่งบริษัทมีรายได้ลดลง</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ทั้งนี้ยัม!แบรนด์ ตระหนักดีว่าบริษัทไม่สามารถที่จะพึ่งพาเพียงชื่อของร้านฟาสต์ฟูดแบรนด์ดังจากต่างประเทศเป็นเครื่องมือในการขยายธุรกิจที่ประเทศจีน แต่ปัจจัยหลักในการเติบโตอยู่ที่การพัฒนาเมนูอาหารซึ่งถูกปากและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของลูกค้าท้องถิ่น ดังนั้นยัม! จึงได้เปิดตัวเมนูอาหารของร้านเคเอฟซี ที่พัฒนาขึ้นมาจากอาหารที่จำหน่ายตามแผงลอยข้างถนนของจีนซึ่งเป็นที่คุ้นเคยของประชากรกว่า </span><span style="font-family:Tahoma;">10<span> ล้านคนในประเทศจีน เช่นแป้งทอด และโจ๊กไข่เยี่ยวม้า เป็นต้น</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">นายแซม ซู ผู้บริหารตลาดประเทศจีนของยัม!แบรนด์ กล่าวว่า &#8220;เราตระหนักดีว่าเราไม่ควรทำเพียงแค่นำรูปแบบการดำเนินธุรกิจทั้งหมดของร้านสาขาในต่างประเทศเข้ามาใช้ในประเทศจีน ทุกคน (บริษัทต่างประเทศ) ควรสร้างรูปแบบการดำเนินธุรกิจขึ้นมาใหม่&#8221; </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">แนวคิดดังกล่าวส่งผลดีต่อธุรกิจของร้านเคเอฟซี ที่เปิดบริการในประเทศจีน ยอดขายในตลาดแห่งนี้มีอัตราการขยายตัวสูงถึง </span><span style="font-family:Tahoma;">12%<span> สูงกว่าอัตราการเติบโตในต่างประเทศ (ยกเว้นจีน) ที่อยู่ในระดับ </span>5%<span> และสูงกว่าอัตราการเติบโตของยอดขายในตลาดสหรัฐฯที่อยู่ในระดับ </span>3%<span> ในช่วงไตรมาสแรกของปี </span>2551</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ขณะที่สถิติกำไรในตลาดจีนปี </span><span style="font-family:Tahoma;">2550<span> เพิ่มขึ้น </span>30%<span> อยู่ในระดับ </span>375<span> ล้านดอลลาร์สหรัฐฯคิดเป็นจำนวนกว่า </span>1<span>ใน </span>4<span> ของกำไรจากการดำเนินธุรกิจของยัมที่อยู่ในระดับ </span>1,360<span> ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น </span>8%<span> เมื่อเทียบกับสถิติในปีก่อนหน้า</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ปัจจุบันยัม!แบรนด์ มีร้านสาขาของเคเอฟซี และ พิซซ่า ฮัท ในประเทศจีน </span><span style="font-family:Tahoma;">2,500<span> แห่งและเป็นเชนร้านฟาสต์ฟูดที่มีสาขามากที่สุดในจีน ทำรายได้ให้กับบริษัทประมาณ </span>2,000<span> ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี ทั้งนี้เคเอฟซีเป็นร้านฟาสต์ฟูดจากต่างประเทศรายแรกที่เข้ามาเปิดสาขาในจีนหลังจากที่รัฐบาลเปิดประตูรับธุรกิจต่างประเทศในปี </span>2530 </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">นายเดวิด โนวัค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ยัม!แบรนด์ส ระบุว่าธุรกิจของยัม!แบรนด์สในประเทศจีนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งบริษัทมีแผนจะเปิดสาขาของร้านฟาสต์ฟูดในเครือในประเทศจีนให้ได้ </span><span style="font-family:Tahoma;">20,000<span> แห่ง</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ในปี </span><span style="font-family:Tahoma;">2551<span> นี้ ยัม!แบรนด์ส มีแผนการเปิดร้านเคเอฟซี </span>425<span> สาขาในประเทศจีน เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดแห่งนี้ ซึ่งบริษัทมีจำนวนร้านสาขาเหนือกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง แมคโดนัลด์ส คอร์ป เจ้าของเชนร้านแฮมเบอร์เกอร์อันดับหนึ่งของสหรัฐฯที่มีสาขาในประเทศจีน </span>900<span> แห่ง และ มีแผนการเปิดร้านใหม่อีก </span>125<span> สาขาภายในปีนี้</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ซีอีโอของยัม!แบรนด์ส คาดว่าตลาดจีนจะทำรายได้ให้กับบริษัทถึง </span><span style="font-family:Tahoma;">40%<span> ของรายได้ทั้งหมดของบริษัทภายในปี </span>2560<span> แซงหน้ารายได้จากตลาดสหรัฐฯที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ </span>30%<span> ในช่วงเวลานั้น </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 12 พฤษภาคม 2551</span></span><span style="font-family:Tahoma;"></span></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/doopa.wordpress.com/339/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/doopa.wordpress.com/339/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/doopa.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/doopa.wordpress.com/339/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/doopa.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/doopa.wordpress.com/339/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/doopa.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/doopa.wordpress.com/339/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/doopa.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/doopa.wordpress.com/339/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/doopa.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/doopa.wordpress.com/339/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=doopa.wordpress.com&blog=2533888&post=339&subd=doopa&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/yum-2/feed/</wfw:commentRss>
	
		<media:content url="http://a.wordpress.com/avatar/doopa-128.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">doopa</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เออร์ไวน์ ร็อบบิ้นส์ ผู้สร้างตำนานความอร่อยไม่ซ้ำรส</title>
		<link>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/baskin/</link>
		<comments>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/baskin/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 May 2008 04:43:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>doopa</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[global retail]]></category>

		<category><![CDATA[บาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์]]></category>

		<category><![CDATA[เออร์ไวน์ ร็อบบิ้นส]]></category>

		<category><![CDATA[ไอศครีม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://doopa.wordpress.com/?p=338</guid>
		<description><![CDATA[เออร์ไวน์ &#8220;เอิร์ฟ&#8221; ร็อบบิ้นส์ ชายชาวอเมริกันอายุ 90 ปี เสียชีวิตที่เมืองแรนโช มิราจ ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมาด้วยโรคชรา เอ่ยเพียงชื่อและสกุลอาจยังไม่คุ้นหู แต่หากบอกว่า เขาคือหนึ่งในสองผู้ก่อตั้งร้านไอศกรีม &#8220;บาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์&#8221; ที่ปัจจุบันนี้มีจำนวนกว่า 5,800 สาขาใน 34 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย ชื่อหลังนี้ย่อมเป็นที่รู้จักกันดี 
 
ในวันที่ 7 ธันวาคม ปี 2488 ร้านไอศกรีมบาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์ สาขาแรกซึ่งตั้งอยู่บนหัวมุมถนนอดัมส์ตัดกับถนนพาล์มเมอร์ในเมืองเกล็นเดล รัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดประตูต้อนรับลูกค้าเป็นครั้งแรก ด้วยเงินลงทุนส่วนตัว 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ร็อบบิ้นส์ขอมาจากพ่อ ขณะนั้นเขาอายุ 28 ปี หลังจบจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ก็เข้าเป็นทหารรับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนจะออกมาเริ่มธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง 
 
ตอนแรกร้านไอศกรีมดังกล่าวยังไม่ได้ใช้ชื่อที่ผู้คนทั่วโลกในวันนี้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่ง 3 ปีให้หลังเมื่อร็อบบิ้นส์ตกลงใจรับนายเบอร์ตัน &#8220;เบิร์ท&#8221; บาสกิ้นส์ ที่เกี่ยวดองเป็นพี่เขย มาร่วมเป็นหุ้นส่วนกิจการ ทั้งคู่จึงช่วยกันคิดตั้งชื่อร้านใหม่ 
 
ความจริงชื่อร้านน่าจะเป็น &#8220;ร็อบบิ้นส์-บาสกิ้น&#8221; ไปแล้วหากทั้งคู่ยึดหลักที่ว่าเออร์ไวน์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">เออร์ไวน์ &#8220;เอิร์ฟ&#8221; ร็อบบิ้นส์ ชายชาวอเมริกันอายุ </span><span style="font-family:Tahoma;">90<span> ปี เสียชีวิตที่เมืองแรนโช มิราจ ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ </span>5<span> พฤษภาคมที่ผ่านมาด้วยโรคชรา เอ่ยเพียงชื่อและสกุลอาจยังไม่คุ้นหู แต่หากบอกว่า เขาคือหนึ่งในสองผู้ก่อตั้งร้านไอศกรีม &#8220;บาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์&#8221; ที่ปัจจุบันนี้มีจำนวนกว่า </span>5,800<span> สาขาใน </span>34<span> ประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย ชื่อหลังนี้ย่อมเป็นที่รู้จักกันดี <span id="more-338"></span></span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ในวันที่ </span><span style="font-family:Tahoma;">7<span> ธันวาคม ปี </span>2488<span> ร้านไอศกรีมบาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์ สาขาแรกซึ่งตั้งอยู่บนหัวมุมถนนอดัมส์ตัดกับถนนพาล์มเมอร์ในเมืองเกล็นเดล รัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดประตูต้อนรับลูกค้าเป็นครั้งแรก ด้วยเงินลงทุนส่วนตัว </span>6,000<span> ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ร็อบบิ้นส์ขอมาจากพ่อ ขณะนั้นเขาอายุ </span>28<span> ปี หลังจบจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ก็เข้าเป็นทหารรับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่ </span>1<span> ก่อนจะออกมาเริ่มธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ตอนแรกร้านไอศกรีมดังกล่าวยังไม่ได้ใช้ชื่อที่ผู้คนทั่วโลกในวันนี้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่ง </span><span style="font-family:Tahoma;">3<span> ปีให้หลังเมื่อร็อบบิ้นส์ตกลงใจรับนายเบอร์ตัน &#8220;เบิร์ท&#8221; บาสกิ้นส์ ที่เกี่ยวดองเป็นพี่เขย มาร่วมเป็นหุ้นส่วนกิจการ ทั้งคู่จึงช่วยกันคิดตั้งชื่อร้านใหม่ </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ความจริงชื่อร้านน่าจะเป็น &#8220;ร็อบบิ้นส์-บาสกิ้น&#8221; ไปแล้วหากทั้งคู่ยึดหลักที่ว่าเออร์ไวน์ ร็อบบิ้นส์ เป็นผู้คิดก่อตั้งร้านขึ้นมาก่อน แต่สองเขยไม่ได้ยึดหลักใครมาก่อนมาหลังหรือหลักความอาวุโส หากแต่ใช้วิธีโยนเหรียญเสี่ยงดวงเอา เพื่อตัดสินว่าชื่อสกุลใครจะได้ขึ้นก่อน และผลก็ออกมาอย่างที่เห็นๆ กัน</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">&#8220;<span>บาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์&#8221;ในยุคเริ่มต้น เป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของร็อบบิ้นและบาสกิ้น ซึ่งช่วยกันคิด ช่วยกันคัดวัตถุดิบที่จะนำมาใช้เป็นส่วนผสมไอศกรีมโฮมเมดที่ฉีกต่างจากคู่แข่งด้วยความหลากหลายของรสชาติ ที่มีให้เลือกอร่อยกันถึง </span>31<span> รส อันกลายเป็นที่มาของโลโกชื่อร้านบาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์ ที่ต้องมีตัวเลข </span>31<span> นำโชคติดหน้าร้านมาตลอด ตั้งแต่ยุคนั้นจนถึงพ.ศ.นี้ แม้เมื่อมีการรีแบรนดิ้ง และแต่งโฉมร้าน ปรับโลโกใหม่ ตัวเลข &#8220;</span>31&#8243; <span>ก็ยังคงตามมาเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ (ดังภาพประกอบ) ทั้งนี้ บริษัทต้องการสื่อสารบอกลูกค้าผ่านทางตัวเลข </span>31<span> ว่า ร้านนี้มีไอศกรีมรสอร่อยให้เลือกกินวันละ </span>1<span> รสชาติไม่ซ้ำกันตลอดทั้งเดือน แต่ทุกวันนี้ไอศกรีมของบาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์ มีมากกว่า </span>1,000<span> รสชาติ ซึ่งแต่ละร้านอาจนำเสนอรสชาติต่างๆ ไม่เหมือนกัน แล้วแต่ความนิยมของแต่ละพื้นที่ </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">อีกจุดเด่นของไอศกรีมบาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์ คือชื่อแปลกๆ เก๋ๆ ของไอศกรีมแต่ละรส เช่น นัทส์ ทู ยู </span><span style="font-family:Tahoma;">, <span>เบสบอล นัท </span>, <span>ร๊อคกี้ โร้ด</span>, <span>แคนดี้-เดท </span>, <span>คาเฟ่ โอเล่ และ ฮักเคิลเบอร์รี ฟินน์ เป็นต้น จากประสบการณ์ทำให้เออร์ไวน์ ร็อบบิ้นส์ มั่นใจว่า ชื่อเก๋ๆ ของไอศกรีมสามารถกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นได้ </span>2-3<span> เท่า ดังนั้นแทนที่จะใช้คำพื้นๆ เรียกไอศกรีมเมนูหนึ่งว่า &#8220;ไอศกรีม </span>3<span> ลูก กล้วยหอมฝาน </span>1<span> ซีกและท้อปปิ้ง </span>2<span> ชนิด&#8221; เขาก็ตั้งชื่อให้มันว่า &#8220;ซูเปอร์ บานาน่า ทรีท&#8221; </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ไอศกรีมหลายชื่อยังสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้นๆ ด้วย เช่น รส &#8220;โกโก้ อะโก-โก้&#8221; ที่คิดสูตรขึ้นในยุคที่สาวเต้นอะโก-โก้ เป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดในแวดวงสถานบันเทิง และวันหนึ่งในปี </span><span style="font-family:Tahoma;">2507<span> เมื่อวงดนตรี เดอะ บีทเทิ้ลส์ จากอังกฤษเดินทางมาเปิดการแสดงและจะออกรายการโทรทัศน์ที่สหรัฐอเมริกา นักข่าวหนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ค โพสต์ โทรศัพท์มาถามร็อบบิ้นส์ว่า ทางร้านมีแผนจะแนะนำไอศกรีมใหม่รสอะไรเพื่อเป็นการต้อนรับการมาเยือนของคณะสี่เต่าทอง ร็อบบิ้นส์คิดอะไรไม่ทัน ตอบไปก่อนว่ารส &#8220;บีทเทิ้ลนัท&#8221; จากนั้นก็นำไอศกรีมสูตรที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อมาผสมถั่วเข้าไปให้รสชาติกลมกล่อมเข้ากัน และบรรจุเข้าเป็นเมนูของทุกสาขาภายใน </span>2<span> วันถัดมา (ปีดังกล่าว บาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์ เพิ่งมี </span>650<span> สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา) </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ร็อบบิ้นส์เองเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขากินไอศกรีมวันละ </span><span style="font-family:Tahoma;">3-4<span> ลูก และรสชาติที่โปรดปรานที่สุดก็คือ จาโมก้า อัลมอนด์ ฟัดจ์ &#8220;ผู้บริโภคกล้าลอง กล้าเลือกรสชาติไอศกรีมใหม่ๆ มากขึ้น และไม่รู้สึกเขินที่จะสั่งไอศกรีมรสใหม่แปลกแหวกแนวมาลอง&#8221; นอกจากเรื่องของความหลากหลาย และการตั้งชื่อรสชาติไอศกรีมที่ไม่ธรรมดาแล้ว ร็อบบิ้นส์ยังเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมใหม่ๆ ในวงการไอศกรีม เช่น การนำของหวานอื่นๆ เข้ามาเป็นส่วนผสมในไอศกรีม เช่น ชีสเค้กและพายแอปเปิล รวมทั้งการผสมไอศกรีม </span>2<span> รสไว้ในลูกเดียวกัน และที่สำคัญคือ ในยุคที่ไอศกรีมยังเป็นสินค้าที่นิยมตักใส่โคนขายในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายของชำ เขาเป็นผู้หนึ่งที่เชื่อว่า ที่ทางของไอศกรีมคือการแยกออกมาตั้งเป็นร้านไอศกรีมโดยเฉพาะ ดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">เมื่อเบอร์ตัน บาสกิ้นส์เสียชีวิตไปก่อนในปี </span><span style="font-family:Tahoma;">2510<span> ร็อบบิ้นส์ก็ขายกิจการให้กับบริษัท ยูไนเต็ด ฟรุต โดยเขายังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และสร้างความก้าวหน้าให้กับร้านบาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์ต่อไปไม่หยุดยั้ง กระทั่งปี </span>2521<span> เขาก็ลาออกจากตำแหน่งและวางมือจากธุรกิจที่ปลุกปั้นมา ขณะนั้นร้านบาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์ มีจำนวนกว่า </span>1,600<span> สาขาแล้วทั้งในตลาดสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ เช่น แคนาดา ญี่ปุ่น และเบลเยียม </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">แม้ทุกวันนี้ธุรกิจแฟรนไชส์บาสกิ้น-ร็อบบิ้นส์จะอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ดังกิ้น แบรนด์ส แต่กล่าวกันว่า ความผูกพันที่เออร์ไวน์ ร็อบบิ้นส์ มีต่อธุรกิจไอศกรีมของเขา ไม่เคยละลายไปจากใจ ไม่เพียงสระว่ายน้ำที่บ้านจะเป็นรูปไอศกรีมโคน เรือส่วนตัวของเขาและครอบครัวที่ซื้อไว้เมื่อหลายปีมาแล้วยังมีชื่อว่า &#8220;รสชาติที่ </span><span style="font-family:Tahoma;">32&#8243; <span>หรือ </span>The 32nd Flavor <span>อีกด้วย </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 12 พฤษภาคม 2551</span></span><span style="font-family:Tahoma;"></span></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/doopa.wordpress.com/338/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/doopa.wordpress.com/338/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/doopa.wordpress.com/338/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/doopa.wordpress.com/338/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/doopa.wordpress.com/338/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/doopa.wordpress.com/338/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/doopa.wordpress.com/338/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/doopa.wordpress.com/338/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/doopa.wordpress.com/338/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/doopa.wordpress.com/338/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/doopa.wordpress.com/338/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/doopa.wordpress.com/338/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=doopa.wordpress.com&blog=2533888&post=338&subd=doopa&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/baskin/feed/</wfw:commentRss>
	
		<media:content url="http://a.wordpress.com/avatar/doopa-128.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">doopa</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>โรบินสันกับอีจีวี</title>
		<link>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/robinson-silom/</link>
		<comments>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/robinson-silom/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 May 2008 04:41:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>doopa</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[department store]]></category>

		<category><![CDATA[ปิดโรบินสันสีลม]]></category>

		<category><![CDATA[โรบินสัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://doopa.wordpress.com/?p=337</guid>
		<description><![CDATA[สร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาขาช็อปอย่างแรง เมื่อบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสันฯ ประกาศจะปิดบริการห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาสีลม ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากยืนหยัดให้บริการคนในย่านสีลมมานานถึง 24 ปี ทั้งที่สัญญาเช่าพื้นที่ยังเหลืออีกประมาณ 3 ปี 
 
สำหรับเหตุผลที่ปิดก็เพราะว่าสาขาแห่งนี้มีขนาดพื้นที่เล็กไปไม่เหมาะกับคอนเซ็ปต์ใหม่ของโรบินสัน พอดีกับทางเจ้าของพื้นที่อยากจะได้พื้นที่คืน จึงได้เสนอเงินในการซื้อพื้นที่คืนให้กับโรบินสันไป 200 กว่าล้านบาท ถือว่าผลประโยชน์ลงตัวเป๊ะ 
 
นับจากเดือนพฤษภาคมไป ธุรกิจของห้างโรบินสันในย่านสีลมก็คงไม่มีอีกต่อไป แต่ถ้าลูกค้าบนถนนสีลมที่ยังคิดถึงและอยากใช้บริการก็คงต้องไปที่สาขาบางรัก ซึ่งว่าก็ว่าเถอะ เดี๋ยวนี้ลูกค้าไม่ค่อยนิยมเดินทางไกลเพื่อการช็อปกันแล้ว ส่วนใหญ่จะเน้นความสะดวก ใกล้ที่ทำงานหรือใกล้บ้านมากกว่า 
 
ความจงรักภักดีในห้างลดน้อยถอยลง 
 
แม้จะปิดบริการไปหนึ่งสาขา แต่จำนวนสาขาของห้างโรบินสันก็ยังเหลืออยู่ถึง 20 สาขา จัดว่าเป็นห้างสรรพสินค้าที่มีเครือข่ายกว้างอยู่ลำดับต้นๆ ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในต่างจังหวัดและปริมณฑลมากกว่าในกรุงเทพฯ 
 
ในอดีตห้างโรบินสัน เป็นแบรนด์ชั้นนำในวงการห้างสรรพสินค้าของไทย ต่อสู้แข่งขันช่วงชิงลูกค้าแบบเสมอกับห้างเซ็นทรัล และห้างเดอะมอลล์ กระทั่งในปี 2538 จึงได้ควบรวมธุรกิจเข้ากับกลุ่ม
 
เซ็นทรัลรีเทล หลังจากนั้นได้ปรับตำแหน่งห้างโรบินสันใหม่ ให้เป็นห้างที่มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางลงมาถึงระดับล่าง แต่ด้วยการกำหนดราคาและการคัดเลือกสินค้าที่มีระดับของโรบินสัน เฉพาะอย่างยิ่งสินค้าแฟชั่นที่ทันสมัยในราคาที่เหมาะสม มาบริการกับกลุ่มลูกค้าวัยหนุ่มสาว และคนทำงาน ทำให้ภาพลักษณ์ของห้างโรบินสันเป็นห้างที่ทันสมัย แต่ถึงกระนั้นระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ก็ไม่ยิ่งใหญ่อลังการเท่าห้างเซ็นทรัล 
 
ซึ่งทำให้หวนคิดถึงโรงหนังอีจีวีไม่ได้ ที่มีเส้นทางธุรกิจคล้ายกันอย่างไม่คาดคิด ก่อนนั้นชื่อ อีจีวี เป็นที่ยอมรับในหมู่นักดูหนังว่าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในธุรกิจโรงภาพยนตร์ของไทยเลยทีเดียว 
 
เป็นผู้บุกเบิกโรงหนังระบบมัลติเพล็กซ์ในศูนย์การค้า จนยากที่หาใครมาสู้ในยุคนั้น แม้แต่กลุ่มเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">สร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาขาช็อปอย่างแรง เมื่อบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสันฯ ประกาศจะปิดบริการห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาสีลม ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากยืนหยัดให้บริการคนในย่านสีลมมานานถึง </span><span style="font-family:Tahoma;">24<span> ปี ทั้งที่สัญญาเช่าพื้นที่ยังเหลืออีกประมาณ </span>3<span> ปี <span id="more-337"></span></span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">สำหรับเหตุผลที่ปิดก็เพราะว่าสาขาแห่งนี้มีขนาดพื้นที่เล็กไปไม่เหมาะกับคอนเซ็ปต์ใหม่ของโรบินสัน พอดีกับทางเจ้าของพื้นที่อยากจะได้พื้นที่คืน จึงได้เสนอเงินในการซื้อพื้นที่คืนให้กับโรบินสันไป </span><span style="font-family:Tahoma;">200<span> กว่าล้านบาท ถือว่าผลประโยชน์ลงตัวเป๊ะ </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">นับจากเดือนพฤษภาคมไป ธุรกิจของห้างโรบินสันในย่านสีลมก็คงไม่มีอีกต่อไป แต่ถ้าลูกค้าบนถนนสีลมที่ยังคิดถึงและอยากใช้บริการก็คงต้องไปที่สาขาบางรัก ซึ่งว่าก็ว่าเถอะ เดี๋ยวนี้ลูกค้าไม่ค่อยนิยมเดินทางไกลเพื่อการช็อปกันแล้ว ส่วนใหญ่จะเน้นความสะดวก ใกล้ที่ทำงานหรือใกล้บ้านมากกว่า </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ความจงรักภักดีในห้างลดน้อยถอยลง </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">แม้จะปิดบริการไปหนึ่งสาขา แต่จำนวนสาขาของห้างโรบินสันก็ยังเหลืออยู่ถึง </span><span style="font-family:Tahoma;">20<span> สาขา จัดว่าเป็นห้างสรรพสินค้าที่มีเครือข่ายกว้างอยู่ลำดับต้นๆ ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในต่างจังหวัดและปริมณฑลมากกว่าในกรุงเทพฯ </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ในอดีตห้างโรบินสัน เป็นแบรนด์ชั้นนำในวงการห้างสรรพสินค้าของไทย ต่อสู้แข่งขันช่วงชิงลูกค้าแบบเสมอกับห้างเซ็นทรัล และห้างเดอะมอลล์ กระทั่งในปี </span><span style="font-family:Tahoma;">2538<span> จึงได้ควบรวมธุรกิจเข้ากับกลุ่ม</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">เซ็นทรัลรีเทล หลังจากนั้นได้ปรับตำแหน่งห้างโรบินสันใหม่ ให้เป็นห้างที่มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางลงมาถึงระดับล่าง แต่ด้วยการกำหนดราคาและการคัดเลือกสินค้าที่มีระดับของโรบินสัน เฉพาะอย่างยิ่งสินค้าแฟชั่นที่ทันสมัยในราคาที่เหมาะสม มาบริการกับกลุ่มลูกค้าวัยหนุ่มสาว และคนทำงาน ทำให้ภาพลักษณ์ของห้างโรบินสันเป็นห้างที่ทันสมัย แต่ถึงกระนั้นระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ก็ไม่ยิ่งใหญ่อลังการเท่าห้างเซ็นทรัล </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ซึ่งทำให้หวนคิดถึงโรงหนังอีจีวีไม่ได้ ที่มีเส้นทางธุรกิจคล้ายกันอย่างไม่คาดคิด ก่อนนั้นชื่อ อีจีวี เป็นที่ยอมรับในหมู่นักดูหนังว่าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในธุรกิจโรงภาพยนตร์ของไทยเลยทีเดียว </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">เป็นผู้บุกเบิกโรงหนังระบบมัลติเพล็กซ์ในศูนย์การค้า จนยากที่หาใครมาสู้ในยุคนั้น แม้แต่กลุ่มเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ต้องฉีกไปทำโรงหนังในคอนเซ็ปต์เมืองหนังขึ้นมาแข่ง ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างดี </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">แต่ในตอนหลังกลายเป็นกลุ่มเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เป็นผู้ควบรวมกิจการของ อีจีวี เข้ามาอยู่ภายในกลุ่มของตัวเอง หลังจากปรับโครงสร้างภายในเป็นที่เรียบร้อย แบรนด์อีจีวี กลายเป็นโรงหนัง</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ที่ถูกวางตำแหน่งให้จับกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะ ส่วนการขยายสาขาใหม่ๆ ในช่วงหลังๆ มานี้ไม่ค่อยเห็น </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">จะมีก็แต่ปรับเปลี่ยนสาขาเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ บางทำเลเป็นแบรนด์ อีจีวี เท่านั้น ขณะที่แบรนด์ตัวแม่คือ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ นั้นมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งระดับเวิลด์คลาส อย่างสยามพารากอน และเอสพลานาด และระดับสมบูรณ์แบบในสไตล์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กระจายทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">วันนี้แม้ ห้างโรบินสัน และอีจีวี ยังคงเป็นแบรนด์ชั้นนำลำดับต้นๆ ในตลาดก็จริงอยู่ แต่บทบาทคงเทียบไม่ได้กับแบรนด์ตัวแม่เป็นแน่ หาไม่แล้วคงจะไม่ปิดบริการโรบินสัน สาขาสีลม ส่วนอีจีวีก็เจอข่าวลือมาเป็นระยะว่าแกรนด์ อีจีวี คงจะต้องปิดฉากในไม่ช้าไม่นานนี้เช่นกัน </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">เพื่อเก็บทุนไปลุยที่ใหม่ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่า ยังจะดีเสียกว่า<span>  </span></span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 12 พฤษภาคม 2551</span></span><span style="font-family:Tahoma;"></span></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/doopa.wordpress.com/337/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/doopa.wordpress.com/337/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/doopa.wordpress.com/337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/doopa.wordpress.com/337/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/doopa.wordpress.com/337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/doopa.wordpress.com/337/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/doopa.wordpress.com/337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/doopa.wordpress.com/337/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/doopa.wordpress.com/337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/doopa.wordpress.com/337/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/doopa.wordpress.com/337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/doopa.wordpress.com/337/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=doopa.wordpress.com&blog=2533888&post=337&subd=doopa&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/robinson-silom/feed/</wfw:commentRss>
	
		<media:content url="http://a.wordpress.com/avatar/doopa-128.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">doopa</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ปิดฉากห้างโรบินสัน สีลม ทรู ฟิตเนสยึดผุดสาขาใหม่</title>
		<link>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/robinson-6/</link>
		<comments>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/robinson-6/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 May 2008 04:39:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>doopa</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[department store]]></category>

		<category><![CDATA[ปิดห้างโรบินสันสีล]]></category>

		<category><![CDATA[โรบินสัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://doopa.wordpress.com/?p=336</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;โรบินสัน&#8221; ประกาศปิดสาขาสีลม หลังเหลือสัญญาอีก 6 ปี เผยพื้นที่เล็กไม่เหมาะกับการรีโนเวต ขณะที่การแข่งขันค้าปลีกในเมืองแข่งดุ ฉุดนักช็อปเดินสายง่ายขึ้น ขณะที่ &#8220;ทรู ฟิตเนส&#8221; เตรียมเสียบผุดสถานออกกำลังกายแห่งใหม่ใจกลางเมือง
 
แหล่งข่าวจากบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ &#8220;ฐาน
 
เศรษฐกิจ&#8221; ว่า ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ได้ตัดสินใจคืนพื้นที่บริเวณต้นถนนสีลม ซึ่งบริษัทมีสัญญาเช่าระยะยาวเป็นจำนวน 30 ปี ให้กับเจ้าของที่ดิน คือบริษัท สีลมเอสแซ็ท จำกัด ในกลางปีนี้ ก่อนที่จะหมดสัญญาในปี 2557 โดยสาเหตุที่ทำให้บริษัทตัดสินใจยุติการเช่าพื้นที่เกิดจากการที่บริษัทพิจารณาแล้วว่า ห้างสรรพสินค้าโรบินสันสาขาสีลม มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด คือมีพื้นที่ขายประมาณ 5,000 ตารางเมตรเท่านั้น หากจะรีโนเวตพื้นที่ เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในย่านสีลมจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะสัญญาเช่าเหลือเพียง 6 ปีเท่านั้น 
 
ขณะเดียวกันปัจจุบันแม้ลูกค้าในย่านสีลมจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง แต่การแข่งขันที่รุนแรงในย่านดังกล่าว และใกล้เคียง กลายเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า รวมทั้งการเดินทางที่สะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือบีทีเอส ทำให้ลูกค้าสามารถที่จะหันไปใช้บริการที่ห้างสรรพสินค้าอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในย่านสยาม ชิดลม หรือสุขุมวิท
 
สำหรับโรบินสัน สาขาสีลม เปิดให้บริการมากว่า 24 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">&#8220;<span>โรบินสัน&#8221; ประกาศปิดสาขาสีลม หลังเหลือสัญญาอีก </span>6<span> ปี เผยพื้นที่เล็กไม่เหมาะกับการรีโนเวต ขณะที่การแข่งขันค้าปลีกในเมืองแข่งดุ ฉุดนักช็อปเดินสายง่ายขึ้น ขณะที่ &#8220;ทรู ฟิตเนส&#8221; เตรียมเสียบผุดสถานออกกำลังกายแห่งใหม่ใจกลางเมือง<span id="more-336"></span></span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">แหล่งข่าวจากบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ &#8220;ฐาน</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">เศรษฐกิจ&#8221; ว่า ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ได้ตัดสินใจคืนพื้นที่บริเวณต้นถนนสีลม ซึ่งบริษัทมีสัญญาเช่าระยะยาวเป็นจำนวน </span><span style="font-family:Tahoma;">30<span> ปี ให้กับเจ้าของที่ดิน คือบริษัท สีลมเอสแซ็ท จำกัด ในกลางปีนี้ ก่อนที่จะหมดสัญญาในปี </span>2557<span> โดยสาเหตุที่ทำให้บริษัทตัดสินใจยุติการเช่าพื้นที่เกิดจากการที่บริษัทพิจารณาแล้วว่า ห้างสรรพสินค้าโรบินสันสาขาสีลม มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด คือมีพื้นที่ขายประมาณ </span>5,000<span> ตารางเมตรเท่านั้น หากจะรีโนเวตพื้นที่ เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในย่านสีลมจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะสัญญาเช่าเหลือเพียง </span>6<span> ปีเท่านั้น </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ขณะเดียวกันปัจจุบันแม้ลูกค้าในย่านสีลมจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง แต่การแข่งขันที่รุนแรงในย่านดังกล่าว และใกล้เคียง กลายเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า รวมทั้งการเดินทางที่สะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือบีทีเอส ทำให้ลูกค้าสามารถที่จะหันไปใช้บริการที่ห้างสรรพสินค้าอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในย่านสยาม ชิดลม หรือสุขุมวิท</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">สำหรับโรบินสัน สาขาสีลม เปิดให้บริการมากว่า </span><span style="font-family:Tahoma;">24<span> ปี และเป็นแฟล็กชิพ สโตร์ แห่งที่ </span>3<span> ของโรบินสัน ต่อจากโรบินสัน สาขาอนุสาวรีย์ และโรบินสัน สาขาราชดำริ ซึ่งล้วนเป็นแหล่งช็อปปิ้งสำคัญของผู้บริโภคใจกลางเมืองในสมัยนั้น โดยการปิดกิจการครั้งนี้ของโรบินสัน จะได้รับเงินชดเชยจากเจ้าของที่ดินเดิม เป็นมูลค่า </span>230<span> ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ามูลค่าจริง อย่างไรก็ดีโรบินสันจะหยุดกิจการในวันที่ </span>23<span> พ.ค. นี้ก่อนที่จะส่งคืนพื้นที่ในวันที่ </span>1<span> มิ.ย. ที่จะถึง สำหรับพื้นที่ดังกล่าว ล่าสุดทรู กรุ๊ป ผู้บริหารทรู ฟิตเนส ศูนย์ออกกำลังกายครบวงจร ได้ตกลงเช่าพื้นที่ต่อโดยเริ่มเปิดรับสมาชิกในเดือนมิ.ย. และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ด้านนางอุสรา ยงปิยะกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บมจ.ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน กล่าวว่า การปิดกิจการโรบินสัน สาขาสีลมจะไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยรวมของบริษัท และบริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่อีก </span><span style="font-family:Tahoma;">6<span> สาขาภายใน </span>2<span> ปี ซึ่งจะใช้เงินลงทุนมูลค่ากว่า </span>3,000<span> ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีสาขารวม </span>26<span> สาขา</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">อย่างไรก็ดี ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สีลม ได้จัดรายการส่งเสริมการขายเพื่อเป็นรายการพิเศษอำลา &#8220;โรบินสัน สีลม&#8221; และคืนกำไรให้กับลูกค้า ที่ผูกพันกันมายาวนานกว่า </span><span style="font-family:Tahoma;">24<span> ปี ในรายการ </span>Robinson Silom Closing Down Sale 90% off&#8221; <span>โดยจะมีสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมชั้นนำกว่า </span>500<span> แบรนด์ ที่เปิดเคาน์เตอร์ปกติ เข้าร่วมลดล้างสต๊อกสูงสุด </span>90%<span> นอกจากนี้ในกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สีลม ได้แก่ เพาเวอร์บาย </span>, <span>ซูเปอร์สปอร์ต และบีทูเอส ซึ่งต่างก็ปิดกิจการไปพร้อมกันนั้น ก็ร่วมจัดรายการส่งเสริมการขายด้วย ส่งผลให้มีลูกค้าแห่เข้าซื้อสินค้าจำนวนมาก </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 12 พฤษภาคม 2551</span></span></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/doopa.wordpress.com/336/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/doopa.wordpress.com/336/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/doopa.wordpress.com/336/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/doopa.wordpress.com/336/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/doopa.wordpress.com/336/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/doopa.wordpress.com/336/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/doopa.wordpress.com/336/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/doopa.wordpress.com/336/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/doopa.wordpress.com/336/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/doopa.wordpress.com/336/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/doopa.wordpress.com/336/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/doopa.wordpress.com/336/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=doopa.wordpress.com&blog=2533888&post=336&subd=doopa&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://doopa.wordpress.com/2008/05/12/robinson-6/feed/</wfw:commentRss>
	
		<media:content url="http://a.wordpress.com/avatar/doopa-128.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">doopa</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เศรษฐกิจทรุดหดกำไรสตาร์บัคส์ ปรับแผนชะลอเปิดร้านกาแฟใหม่</title>
		<link>http://doopa.wordpress.com/2008/05/08/starbucks-7/</link>
		<comments>http://doopa.wordpress.com/2008/05/08/starbucks-7/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 May 2008 05:50:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>doopa</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[coffee store]]></category>

		<category><![CDATA[global retail]]></category>

		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>

		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์]]></category>

		<category><![CDATA[เศรษฐกิจทรุด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://doopa.wordpress.com/?p=335</guid>
		<description><![CDATA[สตาร์บัคส์กำไรหด 28% โบ้ยปัญหาราคาบ้านในประเทศลด เป็นเหตุให้ลูกค้าเมินร้านกาแฟถึงกับต้องปรับกลยุทธ์ ประกาศลดการเปิดสาขาใหม่ในสหรัฐฯมุ่งรุกตลาดต่างประเทศแทน ชูลท์ยืนยันคู่แข่งก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน เชื่อมั่นศักยภาพธุรกิจจะทำกำไรเพิ่มต่อเนื่องในระยะ 3 ปีข้างหน้า
 
สตาร์บัคส์ คอร์ป เจ้าของเชนร้านกาแฟชั้นนำในสหรัฐอเมริกา และ ต่างประเทศ เปิดเผยผลประกอบการในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2551 ว่ามีรายได้รวมอยู่ในระดับ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 12% มีผลกำไรอยู่ในระดับ 108.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นกำไร 15 เซ็นต์ต่อหุ้น ซึ่งลดลง 28% จากสถิติ 19 เซ็นต์ต่อหุ้นและผลกำไรรวม 150.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเดียวกันของปี 2550
 
กำไรต่อหุ้นที่ลดลงส่วนหนึ่ง (3 เซ็นต์) เป็นผลมาจากการลงทุนปรับโครงสร้างธุรกิจของสตาร์บัคส์ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากนายโฮเวิร์ด ชูลทซ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ได้กลับเข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)ของสตาร์บัคส์อีกครั้ง
 
นายชูลทซ์ยอมรับว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐฯที่เข้าสู่ภาวะซบเซาในปัจจุบันส่งผลให้ราคาบ้านทั่วประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางตอนใต้ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และ ฟลอริดาลดลงและมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสตาร์บัคส์เป็นอย่างมาก เขายังเปิดเผยว่าบริษัทจะลดจำนวนการเปิดสาขาร้านกาแฟใหม่ในสหรัฐฯลงจากเป้าเดิม 1,175 แห่งเหลือ 1,020 แห่ง และ 400 แห่งในปี 2552 ซึ่งเป็นการสะท้อนสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่เข้าสู่ภาวะซบเซาที่สุดในประวัติการดำเนินธุรกิจของสตาร์บัคส์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">สตาร์บัคส์กำไรหด 28% โบ้ยปัญหาราคาบ้านในประเทศลด เป็นเหตุให้ลูกค้าเมินร้านกาแฟถึงกับต้องปรับกลยุทธ์ ประกาศลดการเปิดสาขาใหม่ในสหรัฐฯมุ่งรุกตลาดต่างประเทศแทน ชูลท์ยืนยันคู่แข่งก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน เชื่อมั่นศักยภาพธุรกิจจะทำกำไรเพิ่มต่อเนื่องในระยะ 3 ปีข้างหน้า</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> <span id="more-335"></span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">สตาร์บัคส์ คอร์ป เจ้าของเชนร้านกาแฟชั้นนำในสหรัฐอเมริกา และ ต่างประเทศ เปิดเผยผลประกอบการในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2551 ว่ามีรายได้รวมอยู่ในระดับ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 12% มีผลกำไรอยู่ในระดับ 108.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นกำไร 15 เซ็นต์ต่อหุ้น ซึ่งลดลง 28% จากสถิติ 19 เซ็นต์ต่อหุ้นและผลกำไรรวม 150.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเดียวกันของปี 2550</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">กำไรต่อหุ้นที่ลดลงส่วนหนึ่ง (3 เซ็นต์) เป็นผลมาจากการลงทุนปรับโครงสร้างธุรกิจของสตาร์บัคส์ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากนายโฮเวิร์ด ชูลทซ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ ได้กลับเข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)ของสตาร์บัคส์อีกครั้ง</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">นายชูลทซ์ยอมรับว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐฯที่เข้าสู่ภาวะซบเซาในปัจจุบันส่งผลให้ราคาบ้านทั่วประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางตอนใต้ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และ ฟลอริดาลดลงและมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสตาร์บัคส์เป็นอย่างมาก เขายังเปิดเผยว่าบริษัทจะลดจำนวนการเปิดสาขาร้านกาแฟใหม่ในสหรัฐฯลงจากเป้าเดิม 1,175 แห่งเหลือ 1,020 แห่ง และ 400 แห่งในปี 2552 ซึ่งเป็นการสะท้อนสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่เข้าสู่ภาวะซบเซาที่สุดในประวัติการดำเนินธุรกิจของสตาร์บัคส์ และยืนยันว่าบริษัทไม่ได้ถูก แมคโดนัลด์ คอร์ป ที่หันมารุกตลาดกาแฟพรีเมียมแย่งลูกค้าไปแต่อย่างใด และเชื่อมั่นว่าสตาร์บัคส์ไม่ได้เปิดสาขามากเกินไปจนทำให้ตลาดสหรัฐฯเกิดการอิ่มตัว</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ด้านนายแลรี่ มิลเลอร์ นักวิเคราะห์แห่งบริษัท อาร์บีซี แคปิตอล มาร์เก็ตส์ฯ ให้ความเห็นว่า &#8220;นี่เป็นทิศทางในเชิงบวกของสตาร์บัคส์ อย่างน้อยก็เป็นหนทางนำไปสู่การฟื้นตัวของธุรกิจ แม้จะต้องใช้เวลานานก็ตาม&#8221;</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ซีอีโอของสตาร์บัคส์ระบุว่าตลาดสหรัฐฯมีอิทธิพลต่อผลประกอบการของบริษัทเป็นอย่างมาก รายได้ 77% ของบริษัทเกิดจากตลาดแห่งนี้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมายอดขายจากร้านสาขาสตาร์บัคส์ที่เปิดบริการนานกว่า 1 ปี ลดลง 5%</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">อย่างไรก็ตามสตาร์บัคส์ยังได้วางแผนเปิดสาขาร้านกาแฟใหม่ในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นจาก 1,000 สาขาต่อปีเป็น 1,300 สาขาต่อปีระหว่างปี 2552-2554 ซึ่งจะทำให้สตาร์บัคส์มีสาขาเปิดให้บริการรวม 21,500 สาขาภายในปี 2554</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">บริษัทยังมีแผนการลดเงินลงทุนจาก 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเหลือ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงปี 2552-2554 โดย 70% ของวงเงินจะใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับร้านสาขา นายชูลทซ์ยังได้เปิดเผยกลยุทธ์ที่จะเรียกลูกค้าให้กลับเข้ามาใช้บริการอีกเรื่อยๆ ซึ่งมีตั้งแต่การปรับปรุงระบบการปรุงกาแฟ และ พัฒนาบริการ ทั้งยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้ชื่อว่า &#8220;ไพค์ เพลส โรสท์&#8221; รวมทั้งเครื่องดื่มเย็นใหม่อีก 3 ผลิตภัณฑ์ </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">สตาร์บัคส์เชื่อมั่นว่าผลประกอบการจะดีขึ้นในช่วงปีหน้าเป็นต้นไป และคาดว่าผลกำไรต่อหุ้นจะอยู่ในระดับ 90 เซ็นต์ต่อหุ้นในปี 2552 และขยับขึ้นเป็น 1.10-1.20 ดอลลาร์ต่อหุ้นในปี 2553 และ 1.35 -1.50 ดอลลาร์ต่อหุ้นในปี 2554 </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 8 พฤษภาคม 2551 </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=M2623202&amp;issue=2320</span></span></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/doopa.wordpress.com/335/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/doopa.wordpress.com/335/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/doopa.wordpress.com/335/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/doopa.wordpress.com/335/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/doopa.wordpress.com/335/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/doopa.wordpress.com/335/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/doopa.wordpress.com/335/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/doopa.wordpress.com/335/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/doopa.wordpress.com/335/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/doopa.wordpress.com/335/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/doopa.wordpress.com/335/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/doopa.wordpress.com/335/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=doopa.wordpress.com&blog=2533888&post=335&subd=doopa&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://doopa.wordpress.com/2008/05/08/starbucks-7/feed/</wfw:commentRss>
	
		<media:content url="http://a.wordpress.com/avatar/doopa-128.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">doopa</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>คาร์ฟูร์ปักหลักตลาดแดนมังกร + ซีอีโอห้างดังฝรั่งเศสย้ำชัดไม่หวั่นไหวแม้เผชิญกระแสต่อต้านจากลูกค้าชาวจีน</title>
		<link>http://doopa.wordpress.com/2008/05/08/carrefour-3/</link>
		<comments>http://doopa.wordpress.com/2008/05/08/carrefour-3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 May 2008 05:31:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>doopa</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[global retail]]></category>

		<category><![CDATA[จีน]]></category>

		<category><![CDATA[carrefour]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://doopa.wordpress.com/?p=334</guid>
		<description><![CDATA[ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากลูกค้าแดนมังกรที่จุดกระแสจากเหตุความวุ่นวายระหว่างการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกในกรุงปารีส ผู้บริหารห้างคาร์ฟูร์เปิดใจขอโทษชาวจีนกับเหตุการณ์ดังกล่าวและยืนยันจะดำเนินธุรกิจในประเทศจีนต่อไป ทั้งยังมีแผนการขยายสาขาอีก 20 แห่ง
 
สำนักข่าวไชน่าเดลี่รายงานว่านายอีริค เลกรอส ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คาร์ฟูร์ สาขาประเทศจีนได้เปิดเผยว่าคาร์ฟูร์ยังคงให้การสนับสนุนกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงปักกิ่งต่อไป และปฏิเสธว่าทางห้างไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองภายในประเทศจีนแต่อย่างใด 
 
นายเลกรอสระบุว่าภายในปี 2551 นี้ คาร์ฟูร์จะเปิดห้างสาขาใหม่อีก 20 สาขาในแผ่นดินใหญ่ของจีนและจ้างพนักงานชาวจีนอีก 8,000 คน เพิ่มเติมจากที่มีอยู่ 112 สาขาและมีพนักงานชาวจีนมากกว่า 45,000 คน คิดเป็น 99% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดของห้างที่เปิดทำการในประเทศจีน ซึ่งทำรายได้ให้กับบริษัทเกือบ 30,000 ล้านหยวน หรือ 147,000 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 30 เมษายน) โดยสินค้าที่จำหน่ายในห้างคาร์ฟูร์ในประเทศจีน 99% เป็นสินค้าที่ผลิตในจีนเอง
 
ซีอีโอคาร์ฟูร์ยังได้เปิดเผยว่าที่ผ่านมาคาร์ฟูร์ได้ร่วมกับนักลงทุนจีนเปิดสาขาใหม่หลายแห่ง และพันธมิตรชาวจีนเข้าถือหุ้นประมาณ 30-40% ของห้างสาขานั้นๆ และคาร์ฟูร์ให้การสนับสนุนมาตรการประหยัดพลังงานและอาหารปลอดภัยของรัฐบาลจีนอีกด้วย &#8220;เราได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลจีนในหลายต่อหลายโครงการ และได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการนำเอาผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีของบริษัทเข้ามายังตลาดจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อทำการฝึกอบรมและเลื่อนตำแหน่งผู้จัดการชาวจีน ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะได้เห็นประธานกรรมการห้างคาร์ฟูร์ในประเทศจีนเป็นชาวจีน แทนที่จะเป็นชาวฝรั่งเศส&#8221;
 
ทั้งยังกล่าวด้วยว่า &#8220;เราหวังว่าจะลบล้างความรู้สึกที่ไม่ดีออกไป และก้าวเข้าสู่บทใหม่แห่งความสัมพันธ์ที่ดี และร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อรับใช้ลูกค้าชาวจีน&#8221;
 
นายเลกรอสได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงปารีสเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากลูกค้าแดนมังกรที่จุดกระแสจากเหตุความวุ่นวายระหว่างการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกในกรุงปารีส ผู้บริหารห้างคาร์ฟูร์เปิดใจขอโทษชาวจีนกับเหตุการณ์ดังกล่าวและยืนยันจะดำเนินธุรกิจในประเทศจีนต่อไป ทั้งยังมีแผนการขยายสาขาอีก 20 แห่ง<span id="more-334"></span></span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">สำนักข่าวไชน่าเดลี่รายงานว่านายอีริค เลกรอส ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คาร์ฟูร์ สาขาประเทศจีนได้เปิดเผยว่าคาร์ฟูร์ยังคงให้การสนับสนุนกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงปักกิ่งต่อไป และปฏิเสธว่าทางห้างไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองภายในประเทศจีนแต่อย่างใด </span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">นายเลกรอสระบุว่าภายในปี 2551 นี้ คาร์ฟูร์จะเปิดห้างสาขาใหม่อีก 20 สาขาในแผ่นดินใหญ่ของจีนและจ้างพนักงานชาวจีนอีก 8,000 คน เพิ่มเติมจากที่มีอยู่ 112 สาขาและมีพนักงานชาวจีนมากกว่า 45,000 คน คิดเป็น 99% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดของห้างที่เปิดทำการในประเทศจีน ซึ่งทำรายได้ให้กับบริษัทเกือบ 30,000 ล้านหยวน หรือ 147,000 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 30 เมษายน) โดยสินค้าที่จำหน่ายในห้างคาร์ฟูร์ในประเทศจีน 99% เป็นสินค้าที่ผลิตในจีนเอง</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ซีอีโอคาร์ฟูร์ยังได้เปิดเผยว่าที่ผ่านมาคาร์ฟูร์ได้ร่วมกับนักลงทุนจีนเปิดสาขาใหม่หลายแห่ง และพันธมิตรชาวจีนเข้าถือหุ้นประมาณ 30-40% ของห้างสาขานั้นๆ และคาร์ฟูร์ให้การสนับสนุนมาตรการประหยัดพลังงานและอาหารปลอดภัยของรัฐบาลจีนอีกด้วย &#8220;เราได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลจีนในหลายต่อหลายโครงการ และได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการนำเอาผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีของบริษัทเข้ามายังตลาดจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อทำการฝึกอบรมและเลื่อนตำแหน่งผู้จัดการชาวจีน ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะได้เห็นประธานกรรมการห้างคาร์ฟูร์ในประเทศจีนเป็นชาวจีน แทนที่จะเป็นชาวฝรั่งเศส&#8221;</span><span style="font-family:Tahoma;"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">ทั้งยังกล่าวด้วยว่า &#8220;เราหว