“ไก่ย่างห้าดาว” เปิดเกมรุกระลอกใหม่ ประกาศทยอยเปิดแฟรนไชส์-เพิ่มเมนูอาหารทานเล่น หวังช่วยเพิ่มรายได้-ดึงลูกค้าเพิ่มความถี่ ล่าสุด ส่ง “บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง” ปูพรมทั่วประเทศ ควบคู่ชูโมบาย “เรดดี้มีล” ชิมลางในกรุงเทพฯ พร้อมบริการอุ่น-ทอด เอาใจคนชอบสะดวก
ยังคงเปิดตัวแฟรนไชส์ธุรกิจใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับ “ไก่ย่างห้าดาว” ที่ขยับมาเป็นไก่ทอด จนมาถึงข้าวมันไก่ ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดก็เตรียมจะเปิดธุรกิจใหม่ บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง และเรดดี้มีล ภายใต้แบรนด์ “ห้าดาว” เพื่อสร้างงานให้กับผู้ที่ต้องการมีอาชีพเป็นของตัวเอง แต่มีเงินลงทุนไม่สูง และไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์แรกเข้า 3,000 บาท
นายสถิต สังขนฤบดี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากนี้ไป นอกจากการพยายามหาธุรกิจใหม่ ๆ ภายใต้แบรนด์ห้าดาวเข้ามาเพิ่มอย่างต่อเนื่องแล้ว บริษัทยังมีนโยบายจะเพิ่มเมนูประเภทสแน็ก หรืออาหารรับประทาน เล่นเข้าไปเสริมแต่ละธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจโดยรวม
ล่าสุดได้เปิดตัวธุรกิจใหม่ “บะหมี่เกี๊ยวกุ้งห้าดาว” หลังจากปีที่แล้วทดลองตลาด 4 จุด และปีนี้มีความพร้อมที่จะขยายธุรกิจมากขึ้น ตอนนี้มีโมบาย (รถเข็น) 10 จุด และถึงเดือนมิถุนายนมีจุดขาย 35 จุด จากนั้นจะเริ่มขยายไปทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดใหญ่ ๆ ก่อน มีทั้งในรูปแบบอาคารพาณิชย์ ตามฟุตปาท หน้าร้านสะดวกซื้อ ย่านชุมชน วางขายได้ ตั้งโต๊ะ 3-4 ตัว ส่วนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็เหมือนกัน เป็นลูกค้าระดับกลาง-ล่าง สิ้นปีคาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 100 จุด ภายใน 3 ปี มี 1,000 จุดขาย
ส่วนราคาขายจะตั้งใกล้เคียงกับตลาด โดยบะหมี่ เริ่มต้น 25-35 บาท อย่างเช่นบะหมี่หมูแดง 25 บาท บะหมี่ไก่สไปซี่ 25 บาท บะหมี่ไก่ซอสญี่ปุ่น บะหมี่ไก่ซอสพริกไทยดำ 30 บาท เกี๊ยวกุ้ง 35 บาท
นอกจากนี้ ยังมีห้าดาวเรดดี้มีล ซึ่งที่ผ่านมา อาหารประเภทนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่คอนเซ็ปต์เรดดี้มีลของห้าดาวจะต่างจากโมเดิร์นเทรด โดยของห้าดาวจะเป็นโมบายคอนเซ็ปต์อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งจากโรงงาน อุ่นด้วยเตาทอด หรือไมโครเวฟ ราคาถูกกว่าฟาสต์ฟู้ด มีโต๊ะนั่งรับประทาน หรือซื้อกลับไปกินที่บ้านได้ มีเมนูให้บริการหลัก 6-7 เมนู และมีเมนูที่เป็นคอนเซ็ปต์สแน็ก หรือของทานเล่น 4-5 เมนู ตอนนี้มี 15 จุดขาย สิ้นปีน่าจะมี 30 จุดขาย
“เบื้องต้นจะมีเฉพาะในกรุงเทพฯ เน้นตามสถานศึกษา และไม่เร่งการขยายจุดขาย ล่าสุดได้ทดลองตั้งในฟูดส์คอร์สของเทสโก้ โลตัส ซีคอนสแควร์ และนวนคร ขายได้วันละ 200-300 จาน และกำลังจะขยายไปที่เทสโก้ โลตัส พระราม 4 และ เทสโก้ โลตัส อยุธยาพาร์ค
นายสถิตยังอธิบายด้วยว่า การที่บริษัทมีผลิตภัณฑ์อาหารที่เป็นคอนเซ็ปต์สแน็ก หรือของทานเล่น เข้าไปเสริมจุดขายของธุรกิจภายใต้แบรนด์ห้าดาวดังกล่าว เพื่อเพิ่มทราฟฟิกและเพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้บริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายต่อจุด หรือยอดขายของภาพรวมให้เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างร้านข้าวมันไก่ นอกจากข้าวมันไก่ที่เป็นเมนูหลัก อีก 20-30% เป็นของทานเล่น เช่น ไก่จ๊อ นักเกตไก่ ไส้กรอก เกี๊ยวซ่า ก็เป็นการเสริมรายได้ให้เจ้าของร้าน
ขณะเดียวกัน บริษัทก็จะให้ความสำคัญกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์มากขึ้น โดยได้เพิ่มงบฯการตลาดเป็น 130 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาใช้ไป 120 ล้านบาท และจะเน้นการโฆษณาที่มีแนวคิดสร้างการรับรู้เรื่องความหลากหลายว่า ซุ้มห้าดาว ไม่ได้มีแค่ไก่ย่าง ไก่ทอด หรือข้าวมันไก่ แต่มีของกินเยอะแยะ เช่น ไก่อบชานอ้อย ไก่จ๊อ นักเกต ฯลฯ พร้อมกันนี้ บริษัทก็จะมีสินค้าพวกนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นอาหาร หรือสแน็ก ที่สามารถซื้อกินได้ทุกเวลา
ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาสแรกที่ผ่านมา นายสถิตกล่าวว่า ไปได้ดีมีอัตราเติบโต 20% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ส่วนไตรมาสที่ 2 ก็ยังขายดี ปัญหาการเมืองไม่กระทบ ขายได้ ตามปกติ จึงมั่นใจว่า สิ้นปีสามารถเติบโตได้ตามเป้า
นายสถิตกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายจากไก่ย่างมี 70% อนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า ไก่ย่างจะมีสัดส่วนเหลือ 30% เพราะสัดส่วนยอดขายของธุรกิจใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้น และอีกเหตุผลที่ไก่ย่างมีสัดส่วนลดลง เพราะขณะนี้การขยายจุดขายเต็มทั่วประเทศแล้ว ถ้าขยายมากกว่านี้ ก็จะแย่งตลาดกันเอง ดังนั้น บริษัทจึงหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่เกี๊ยว หรือเรดดี้มีล
“ธุรกิจภายใต้แบรนด์ห้าดาว ไม่จำเป็นต้องเป็นไก่ เรามีธุรกิจข้าวขาหมูด้วย ตอนนี้มี 10 จุดขาย และจะยังเมนเทนไว้เท่านี้ก่อน เนื่องจากโอกาสการขยาย สู้ธุรกิจที่เกี่ยวกับไก่ หรือก๋วยเตี๋ยวไม่ได้
วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4205 ประชาชาติธุรกิจ