กระแส “เบอร์เกอร์” สุดคึก ไมเนอร์ฯสู้ศึก A&W-แมคโดนัลด์

การแข่งขันที่น่าจับตามองในวงการอาหารจานด่วน หรือ QSR (quick service restaurant) ขณะนี้ คือมีผู้เล่นกระโดดเข้ามาสู่ตลาดกันมากขึ้น โดยเฉพาะเซ็กเมนต์ “เบอร์เกอร์” ทั้งจากผู้เล่นหน้าเก่าที่กลับมารุกหนัก และผู้เล่นหน้าใหม่ที่พยายามทะลุทะลวงเข้ามาในช่องว่างตลาดที่เปิดอยู่ ส่งผลให้ตลาดโดยภาพรวมเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง

โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของค่ายใหญ่อย่าง “ไมเนอร์ฯ” ที่เป็นผู้นำในตลาดอาหาร western style ในทุกรูปแบบ ถือว่าไม่ธรรมดา ล่าสุดกับการประกาศรุกหนักของแบรนด์ใหม่ล่าสุดของเครืออย่าง “ดีคิว กริล แอนด์ ชิล” (DQ Grill & Chill) แบรนด์ที่ แตกไลน์ออกมาจากแดรี่ ควีน

“ชุมพจน์ ตันติสุนทร” รองกรรมการและกลุ่มผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า หลังจากเปิดให้บริการครบ 1 ปี ได้รับการตอบรับดีมาก ปัจจุบันเปิดตัว 2 สาขาที่สยามเซ็นเตอร์ และเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช ภายในปลายปีนี้จะเปิดอีก 2 สาขา โดยรวม 3 ปีตั้งเป้าเปิดไม่ต่ำกว่า 10 สาขา โดยมีจุดเด่นคือวาไรตี้ ซึ่งมีทั้ง เบอร์เกอร์ แซนด์วิช และของหวาน

แม้ว่าการแข่งขันในตลาดเบอร์เกอร์ปัจจุบันจะรุนแรง แต่เขามองว่าตลาดมีช่องว่าง โดยดีคิวฯจะเข้าไปเจาะผู้บริโภคคนไทยที่ต้องการเบอร์เกอร์ที่คุณภาพดีแต่ราคาคุ้มค่า ถือเป็นโจทย์หลักที่ต้องเน้นสื่อสารให้ผู้บริโภครับรู้ ซึ่งปัจจุบันก็ได้ใช้ชุดสุดคุ้ม sweet deals เพื่อดึงให้ผู้บริโภคใหม่ๆ และวัยรุ่นเข้ามาทดลองสินค้ามากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรม ผู้บริโภคในการเลือกซื้อเบอร์เกอร์จะมองจากเรื่องราคาเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม “ชุมพจน์” ชี้ว่า การเข้าตลาดของดีคิวฯจะไม่ซ้ำซ้อนกับเบอร์เกอร์คิง อีกแบรนด์ในเครือไมเนอร์ฯ เพราะเป็นคนละตลาดกัน จะไม่กินตลาดกันเองอย่างแน่นอน

การที่ไมเนอร์ฯมีทั้ง 2 แบรนด์ และเจาะในทั้ง 2 ตลาด คือ ระดับบนที่เป็นนักท่องเที่ยว และระดับกลางกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ย่อมทำให้ตลาดเบอร์เกอร์ในเมืองไทยดูมีสีสันมากขึ้น ที่สำคัญคือมุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยในการรับประทานเบอร์เกอร์ ให้มองที่คุณภาพเป็นหลัก

แม้ไม่ใช่งานที่ง่ายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาส แต่แน่นอนว่าต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าว

เช่นเดียวกับเอแอนด์ดับบลิวที่หวนกลับมาสู่ตลาดก็ทำให้แบรนด์ที่อยู่ก่อนหน้าประมาทไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะถือเป็นการกลับมาทำตลาดอีกครั้งของแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ที่เคยมาวาดลวดลายในตลาด QSR เมืองไทยเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ ที่สำคัญในเรื่องของงบฯลงทุนก็พร้อมอย่างเต็มที่

“วิวัฒน์ เลิศประภาพงศ์” ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอ แอนด์ ดับบลิว เรสเตอรองต์ (ประเทศไทย) จำกัด ชี้ว่าหลังจากนโยบายการบริหารจากบริษัทแม่ที่เป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์จากประเทศมาเลเซียลงตัว ทำให้ปีนี้บริษัทจะหวนสู่ตลาดอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยเฉพาะการขยายสาขาจากนี้จะทำอย่างรุกหนัก โดยตั้งเป้า 3 ปีจากนี้จะมีสาขาเพิ่มเป็น 60 สาขา ด้วยงบฯลงทุน 790 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ยังได้รีแบรนดิ้งใหม่ทั้งหมด โดยสาขาของเอแอนด์ดับบลิวจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศใหม่ รูปแบบใหม่ รวมถึงแพ็กเกจจิ้งสินค้าใหม่ จะเน้นเปิดสาขาในศูนย์การค้าต่างๆ จากเดิมถึง 90% เปิดตัว ในปั๊มน้ำมัน เพื่อแนะนำตัวให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ขณะที่การเปิดในปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่จะได้กลุ่มลูกค้าผู้ใหญ่ เนื่องจากจะเป็นลูกค้าที่ขับรถเข้ามาใช้บริการ

แหล่งข่าวในวงการอาหารจานด่วนชี้ว่า การกลับมาของเอแอนด์ดับบลิวครั้งนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากที่บริษัทแม่คือ ยัมฯ ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ทั้งเคเอฟซี พิซซ่า ฮัท และ เอแอนด์ดับบลิว รู้ว่าเครือไมเนอร์ฯเวลาทำอะไรแล้วเอาจริง จึงต้องการดันแบรนด์ เข้ามาปักธงในตลาดไทยให้ได้เช่นกัน เพื่อเตรียมรับการแข่งขันที่เกิดขึ้น

แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวของทั้งเครือไมเนอร์ฯ และเอแอนด์ดับบลิว ส่งสัญญาณถึงการแข่งขันในตลาดเบอร์เกอร์หลังจากนี้ ว่าจะยิ่งรุนแรงและดุเดือดมากขึ้น

งานนี้แมคโดนัลด์ แม้จะเป็นค่ายที่ aggressive อย่างยิ่ง แต่ก็ประมาทไม่ได้เสียแล้ว

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 27 กรกฎาคม 2552

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s