สยายปีกหมื่นสาขาทั่วไทย

ณ วันนี้ธุรกิจของกลุ่มซีพีเติบโตแบบฉุดไม่อยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สวนทางกับวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ดูได้จากการขยายตลาดและยอดขายที่ยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ล่าสุด กลุ่มบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ยังเดินหน้าขยายสาขาทั่วประเทศต่อเนื่อง ตั้งเป้าจะขยายครบ 10,000 แห่งในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยหนึ่งในตัวหลักที่ทำให้ยอดขายร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขาได้ขยายตัวต่อเนื่องในทุกปี ก็คือธุรกิจขายอาหาร และของใช้ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก
นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยปีนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมาเยอะ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจภายนอกประเทศจะย่ำแย่ และอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่อง เพราะฝึกคนให้เก่งขึ้นและทำงานแม่นยำขึ้น ไม่ได้ทำงานแบบนั่งเทียน ประกอบกับคนไม่เดินทาง อยู่บ้านมากขึ้น และบริโภคอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น

“ในส่วนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง เน้นขายสินค้ากลุ่มอาหาร 75% ในร้าน และกลุ่มอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานที่มีระยะเวลาการเก็บได้นานถึง 6 เดือน กลุ่มอาหารแช่เย็น (ชิลฟู้ด) 3 วัน รวมถึงชูจุดขายเรื่อง “หิวเมื่อไหร่ ก็แวะมา” และ “อิ่มสะดวก” ภายใต้คอนเซปต์ “คอนวีเนี่ยนฟู้ดสโตร์” น่าจะช่วยตอบสนองความ ต้องการของผู้บริโภคได้ดี โดยในช่วงราคาน้ำมันปรับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลในเชิงบวกต่อยอดขายของบริษัท เนื่องจากผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าสะดวกซื้อใกล้บ้านแทน ที่จะเดินทางไปซื้อในห้างสรรพสินค้า”

นายก่อศักดิ์กล่าวว่า อยากให้เข้าใจว่าคอนวีเนี่ยนสโตร์ หมายถึง สะดวกกิน สะดวกอิ่ม แก้ขัด และรวมบริการอื่นๆ อาทิ บริการรับจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต เป็นต้น แบบ One Stop Service เพื่อไม่ให้ลูกค้าเสียเวลาในการเดินทาง และขณะนี้ก็มีสาขาเปิดกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 4,800 แห่ง สิ้นปีคาดว่าจะมีถึง 5,150-5,200 แห่ง ซึ่งน่าจะเพียงพอรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้

“หากจะให้มีสาขาร้านเซเว่นอีเลฟเว่นครอบ-คลุมทุกอำเภอ ทุกจังหวัด และเพียงพอที่จะรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในขณะนี้ น่าจะมีถึง 10,000 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งภายใน 10 ปีข้างหน้านี้ได้เห็นแน่ แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนร้านโชห่วยทั้งรายใหญ่ รายเล็ก เปิดกระจายอยู่ ทั่วประเทศประมาณ 600,000-700,000 แห่งก็ตาม แต่ถือว่ายังมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ที่มีร้านโชห่วยเปิดกระจายอยู่ทั่วประเทศมากถึง 1 ล้านแห่ง ส่วนที่หลายคนหวั่นกลัวว่าร้านค้าปลีกสมัยใหม่หรือร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจะเข้าไปแย่งชิงตลาดและกลุ่มลูกค้าไปนั้น คงไม่ใช่ เพราะตลาดยังมีช่องว่างอีกมาก และเซเว่นอีเลฟเว่นจะทำงานกับผู้ผลิต (ซัพพลายเออร์) ทุกรายไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เป็นทั้งที่ปรึกษา และช่วยทำตลาด ถึงจะสามารถนำสินค้าออกมาวางขายในร้านเซเว่น-อีเลฟเว่นได้”

นายก่อศักดิ์กล่าวว่า ในส่วนของกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ณ วันนี้ก็ให้ความช่วยเหลือด้วย โดยหากสินค้าไม่สามารถวางขายบนชั้นวางของได้ ก็จะให้ขายใน 7-catalog แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องเลือกกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ และมีความพร้อมในการทำตลาดเท่านั้น ส่วนกลุ่มคนตกงานที่ ณ วันนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในทุกภาคอุตสาหกรรม อยากทำสินค้าและนำมาฝากวางขายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนดังกล่าว แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะรูปแบบการทำธุรกิจของเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นระบบ มีแบบแผน มีมาตรฐาน และมีพื้นที่จำกัด

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ กล่าวว่า สำหรับแผนการทำธุรกิจในปีนี้ บริษัทจะยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติและต่อเนื่อง ตั้งเป้าว่าจะเปิดร้านเซเว่นอีเลฟเว่นอีกไม่ต่ำกว่า 450-500 สาขา หรือเฉลี่ย 3 วันเปิดสาขาใหม่ 4 สาขา เชื่อมั่นว่าหากขยายสาขาเพิ่มในจำนวนดังกล่าว สิ้นปี 52 บริษัทซีพี ออลล์ จะมียอดขายเติบโตอย่างน้อย 10% และอย่างมาก 20% จากยอดรายได้ปี 51 ที่เติบโต 15% จากปี 50 ที่มีรายได้ 81,807 ล้านบาท

ทั้งนี้ การเปิดสาขาใหม่ส่วนใหญ่เป็นสาขาแฟรนไชส์ ซึ่งแฟรนไชส์เกินกว่า 50% เป็นผู้ประกอบการร้านโชห่วยเดิม นโยบายดังกล่าวไม่ได้เป็นการเข้าไปทำลายร้านโชห่วยเดิม แต่เป็นการเข้าไปสนับสนุนและช่วยปรับรูปแบบการบริหารจัดการร้านโชห่วยรูปแบบเดิมๆเป็นร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีโอกาสทางการค้ามากขึ้น

ขณะที่การทำตลาดต่างประเทศ ปีนี้มีแผนขยายการลงทุนไปยังเวียดนาม โดยสาเหตุที่เลือกลงทุนเวียดนาม เพราะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีประชากรจำนวนมากเมื่อเทียบกับไทย และเศรษฐกิจกำลังขยายตัว มีการจับจ่ายใช้สอยของประชากรค่อนข้างสูง แม้จะมีภาวะเงินเฟ้อสูง แต่เชื่อว่าจะผ่านพ้นไปได้

“ผมยังคาดหวังว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเข้าสู่สภาวะปกติได้ในระยะเวลารวดเร็ว ยอมรับว่ายอดขายของร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นดัชนีชี้วัดความเป็นอยู่ของผู้บริโภคได้ เพราะหากยังมีการใช้จ่ายของใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ แปลว่าจิตใจของผู้บริโภคยังอยู่ในสภาพโอเค ดังนั้นผมถึงพูดว่าเศรษฐกิจอยู่ที่ความมั่นใจ อยู่ที่กำลังใจ และอย่าปล่อยให้ตื่นตระหนก ถ้าตื่นตระหนกก็พัง แม้รากฐานดีก็พังได้เหมือนกัน แต่เชื่อว่าคนไทยเก่ง ปรับตัวได้ทุกวิกฤติ ทุกสถานการณ์อยู่แล้ว”

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่แจกเงิน 2,000 บาทกับผู้มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาท นายก่อศักดิ์กล่าวว่า โดยส่วนตัวมองว่าหากกลุ่มคนดังกล่าวนำเงินออกมาใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบ ก็จะเกิดการผลิต เกิดการจ้างงาน และเกิดการใช้จ่ายเงิน ซึ่งก็จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศดีขึ้น สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้คงไม่ติดลบ น่าจะเติบโต 2-3%.

ที่มา ไทยรัฐ 30 มกราคม 2552

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s