“ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต” ในเครือเซ็นทรัล นาทีนี้ต้องบอกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการที่เดินหน้าขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วถึงใจ เฉพาะปีนี้เตรียมงบฯไว้ 500 ล้านบาท ทั้งเปิดสโตร์ใหม่ 6 แห่ง และรีโนเวตสาขาเดิมๆ อีก 13 แห่ง จากช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา ใช้งบฯปีละ 700-800 ล้านบาท
ถือเป็นการรุกตลาดอย่างเข้มข้น เพื่อเจาะเข้าไปในใจผู้บริโภคให้รวดเร็วและเข้าถึงที่สุด
ทำให้สิ้นปีนี้ ท็อปส์ในทุกๆ โมเดลจะมีสาขารวมทั้งสิ้น 115 สาขา จากสิ้นปีที่แล้วอยู่ที่ 109 สาขา
“เอียน ไพย์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล
ฟู้ด รีเทล จำกัด ชี้ว่า ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 (second best year) ของท็อปส์ โดยการมียอดขายที่เติบโตต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงพฤศจิกายน มาสะดุดเอาในเดือนสุดท้ายของปีที่มีแต่ปัจจัยลบเกิดขึ้น ทั้งการปิดสนามบิน สภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์การเมือง
ขณะที่ปีนี้เขามองว่าเป็นปีที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจ แม้จะมีการเตรียมตัวมาอย่างดีก็ตาม สิ่งที่จะทำได้คือสร้าง brand loyalty ให้เกิดขึ้นในใจลูกค้า
“ต้องคิดต่อให้ลูกค้าอยู่กับเรา ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์โดยเน้นประสิทธิภาพ ประหยัดต้นทุนการทำงาน ขณะเดียวกันคือการลงทุนต่อเนื่อง ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราใช้งบฯส่วนนี้ไปแล้วถึง 3,000 ล้านบาท เพื่อ repositioning องค์กรให้เป็นในทุกวันนี้ ที่ส่งผลให้ผลประกอบการของท็อปส์ดีขึ้นต่อเนื่อง”
ผ่านมา 1 เดือน มีการเปิดสาขา “ท็อปส์ เดลี่” 1 สาขา และล่าสุดกับ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์” ที่เปิดให้บริการที่เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช ด้วยงบฯลงทุน 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของปีนี้
“ไพย์” เล่าให้ฟังว่า สาขานี้ถือเป็นสาขาที่ 3 ต่อจากเซ็นทรัลเวิลด์ ที่เปิดเมื่อปี 2549 และเซ็นทรัล ชิดลม เมื่อปี 2548 และในปีนี้ยังมีแผนเปิดสาขาที่ 4 ในช่วงปลายปี ที่ศูนย์การค้า “เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต” เนื่องจากทั้งพัทยาและภูเก็ตต่างป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีลูกค้าต่างชาติมาใช้บริการในสัดส่วนที่สูงมาก เฉพาะตัวเลขชาวต่างชาติในแถบพัทยาก็มีสูงถึง 5 แสนคน คาดว่าตัวเลขระหว่างลูกค้าคนไทยและต่างชาติของสาขานี้จะอยู่ที่ 50:50
นั่นทำให้การเมอร์แชนไดส์สินค้าของ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์” มีความแตกต่างจากที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล ชิดลมจากกลุ่มลูกค้าที่ต่างกัน โดยเซ็นทรัลเวิลด์ กลุ่มลูกค้าจะอายุน้อยและแมสกว่าขณะที่เซ็นทรัล ชิดลม จะเป็นผู้บริโภคคนไทย ฐานะดี
ความน่าสนใจอีกประการของสาขานี้ คือ เป็นการนำเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ที่ถือเป็นพรีเมี่ยม โมเดลของท็อปส์สยายปีกไปทดลองกำลังซื้อในต่างจังหวัด
กรรมการผู้จัดการใหญ่เชื่อว่า สินค้า อิมพอร์ตจะได้รับความนิยมอย่างสูงในผู้บริโภคในแถบนี้ จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าลูกค้าจากพัทยาไปจับจ่ายสินค้าที่เซ็นทรัล ชิดลม สูงมาก ความแตกต่างของสาขาพัทยานี้จึงจะเน้นอาหารสด และสินค้าอิมพอร์ตเป็นหลัก ซึ่งจะตอบสนองกลุ่มลูกค้าในแถบนี้ได้ดี ปัจจุบันมีรายการสินค้านำเข้าประมาณ 7,000 รายการ และอาหารสดที่นำเข้าอีกกว่า 1,000 รายการ จากทั้งสิ้น 70,000-80,000 รายการ หรือคิดเป็น 10%
การมุ่งทิศทางดังกล่าวไม่ได้มาจากการคาดการณ์ แต่จากตัวเลขยอดขายอาหารสดนำเข้าของท็อปส์ ตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาที่ชี้ให้เห็นเทรนด์ดังกล่าวด้วยการเติบโตถึง 250% บ่งบอกถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ว่า จะมุ่งไปหาสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นความคุ้มค่า คุ้มราคามากกว่า
“สำหรับเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ พัทยา จากนี้จะเน้นการนำเข้าประเภทอาหารสด อาทิ เบคอน, แฮม, ชีส, โฟรเซ่นฟู้ดส์, โยเกิร์ต ฯลฯ เพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี และเรามั่นใจในความสำเร็จที่จะเกิดขึ้น”
เป็นการเปิดเกมรุกไปอีกขั้น สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต ยักษ์ใหญ่ ที่เริ่มขยายตัวออกไปต่างจังหวัดมากขึ้น
น่าติดตามไม่น้อย
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 29 มกราคม 2552