LSCM “โกลบอลเฮ้าส์” ความเหมือนที่แตกต่าง


ในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อถดถอย ต้นทุนด้านพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง และค่าวัตถุดิบปรับตัวสูงตามไปด้วย

 

หลายองค์กรเริ่มนำระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเข้ามาช่วยบริหารจัดการ ภายในองค์กรเพื่อช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ในการดำเนินงาน ลดการสต๊อกสินค้า เพื่อจะได้ไม่ต้องนำเงินหมุนเวียนมาจม

 

ในทางกลับกัน บริษัทผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง เครื่องมือ และอุปกรณ์ในงานก่อสร้าง ต่อเติม ตกแต่ง บ้านและสวน อย่าง “บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)” ในชื่อทางการค้าว่า โกลบอลเฮ้าส์ (Global House)

 

ได้มีการนำระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ แต่กลับมีวิธีบริหารจัดการที่สวนทางกับสิ่งที่องค์กรส่วนใหญ่ปฏิบัติ

 

โดยเฉพาะในเรื่องการสต๊อกสินค้าจำนวนมากในทุกสาขาที่เปิดดำเนินการ แต่กิจการของบริษัทยังคงเติบโต และขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง

 

พร้อมกับการนำบริษัทก้าวเข้าสู่การ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วยทุนจดทะเบียน 960 ล้านบาท ยอดขายเฉลี่ย 3,000 กว่าล้านบาทต่อปี

 

ยึดหลักสนองลูกค้าได้ทันที

 

วิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ผู้คร่ำหวอดในแวดวงการธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และขายวัสดุก่อสร้างมากว่า 28 ปี หลังจากเรียนปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2523 และได้รับมอบหมายให้เข้ามารับสืบทอดกิจการของครอบครัว บอกว่า

 

ในฐานะที่เคยเป็นผู้รับเหมามาก่อน ทราบดีว่าเวลาไปซื้อวัสดุก่อสร้าง หากร้านใดมีแต่โบรชัวร์ ไม่มีสินค้าให้ จะหันไปซื้อจากร้านค้าวัสดุรายอื่นทันที ผู้รับเหมาส่วนใหญ่ไม่รอคอย

 

“โกลบอลเฮ้าส์” จึงดำเนินงานภายใต้ปรัชญาและแนวคิด “ครบและหลากหลาย”

 

เราคิดว่า “ทำอย่างไรจะทำให้ลูกค้าสามารถเดินเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง ตกแต่งบ้านและสวน ที่เราเก็บไว้ครบทุกรายการได้ภายในร้านเดียว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันที”

 

โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นผู้รับเหมาจะซื้อสินค้าแต่ละประเภทปริมาณมากๆ ถ้าจะปลูกบ้าน 1 หลัง สามารถเดินเข้ามาเลือกซื้อสินค้าไดครอบคลุมครบวงจร

 

โกลบอลเฮ้าส์จึงบูรณาการจากกิจการร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่พบเห็นทั่วไป มีพื้นที่จำกัด ไม่มีที่วางสินค้า ไม่ค่อยสะอาด เปลี่ยนมาทำกิจการในรูปแบบแวร์เฮาส์สโตร์ รวบรวมสินค้าในกลุ่มสินค้าโครงสร้าง สินค้าประเภทเครื่องตกแต่งบ้าน อาคาร และสวน เครื่องมือช่าง จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ สะอาด ในราคาไม่แพง

 

รวมถึงสินค้าประเภทอื่นๆ อีกหลายชนิดมากกว่า 100,000 รายการให้เลือก ภายใต้อาคารขนาดใหญ่ มีพื้นที่ให้บริการกว่า 20,000-26,000 ตารางเมตรต่อสาขา ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 6 สาขาใน 6 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี เชียงใหม่ ระยอง ชลบุรี และกำลังจะเปิดแห่งใหม่เป็นสาขาที่ 7 บริเวณจังหวัด นครปฐมเร็วๆ นี้

 

เมินสร้างดีซีทำต้นทุนพุ่ง 3-8%

 

ปัจจุบันโกลบอลเฮ้าส์มีซัพพลายเออร์ประมาณ 1,000 ราย แบ่งเป็น ซัพพลายเออร์ภายในประเทศ 80% ที่เหลือ 20% เป็นซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน

 

มีการบริหารที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป เพราะ 6 สาขาไม่มีศูนย์กระจายสินค้า (DC) แต่ละสาขาจะเก็บสต๊อกไว้ชั้นด้านบนตรงจุดที่วางขายอย่างเป็นระเบียบ เมื่อสินค้าที่วางโชว์ด้านล่างหมดจะมีพนักงานมาดึงสินค้าจากชั้นด้านบนลงมาเติม ข้อมูลสต๊อกรวมทั้งหมดจะมีฝ่ายบริหารที่สำนักงานใหญ่จังหวัดร้อยเอ็ดทำหน้าที่ควบคุมดูแล

 

เทพกุล พูลลาภ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการบริหารสินค้าผ่านศูนย์กระจายสินค้าจะทำให้มีต้นทุนเพิ่มในการบริหารอีกไม่ต่ำกว่า 3-8% ทั้งในเรื่องค่าพื้นที่ ค่าแรงงาน ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ยกตัวอย่าง เหล็กน้ำหนัก 6-12 ตัน มีขนาดความยาว การใช้เครนยกขึ้น-ลงหลายครั้งไม่ใช่ เรื่องง่าย

 

การออกแบบโมเดลธุรกิจของแต่ละบริษัทแตกต่างกันไป โกลบอลเฮ้าส์เลือกทำธุรกิจแบบ “direct shipment” จะซื้อสินค้าปริมาณมากๆ สั่งตรงจากโรงงาน วิ่งมาส่งที่แต่ละสาขา รวมทั้งการสั่งนำ เข้าสินค้าจากประเทศจีน จะบรรจุตู้ คอนเทนเนอร์ยกมาเปิดที่สาขาเลย ไม่ต้องผ่านดีซี อย่างมากจะมีเพียงสถานีเปลี่ยนถ่ายสินค้า (cross dock)

 

ที่สำคัญสินค้าส่วนมากจะใช้วิธีการ จ่ายเงินสดมากกว่าการใช้เครดิต เพื่อจะได้สินค้าราคาถูก มีคุณภาพ และมาตรฐานเดียวกับในตลาด เจ้าของบ้านสามารถหาซื้อวัสดุทั้งหมดได้ในราคาเดียวกับที่ผู้รับเหมาซื้อ สินค้าทุกชนิดจะติดป้ายราคาชัดเจน เช่น ตู้อาบน้ำในตลาดขาย 10,000-20,000 กว่าบาท เราขายเพียง 5,400 บาท เป็นต้น

 

นอกจากนี้ ยังรับประกันคืนสินค้าด้วยเงินสดภายใน 30 วัน หรือคืนในบัญชี กรณีจ่ายผ่านบัตรเครดิตซึ่งถือเป็นจุดแข็ง ที่มีความแตกต่างและได้เปรียบคู่แข่งขัน

 

อย่างไรก็ตาม การไม่มีศูนย์กระจายสินค้ามีความจำเป็นต้องพยากรณ์ความต้องการสินค้าในแต่ละพื้นที่ที่สาขา ตั้งอยู่ให้แม่นยำ เพื่อจะได้ไม่เหลือสินค้าค้างสต๊อก

 

เทพกุลยอมรับว่า ที่ผ่านมายังมีการพยากรณ์คลาดเคลื่อนในสินค้าบางรายการ แนวทางการแก้ปัญหา เช่น การจัด โปรโมชั่น หากยังขายไม่ได้บางครั้งต้อง ขนย้ายสินค้าหมุนเวียนจากสาขาในจังหวัดหนึ่งไปขายยังสาขาอีกจังหวัดหนึ่ง

 

ในอนาคตทางบริษัทมีแผนลงทุนด้านระบบไอที เพื่อให้เก็บข้อมูลของลูกค้าและพยากรณ์ได้แม่นยำขึ้น

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 11 สิงหาคม 2551

About these ads