อาหารจานด่วนชู”คุ้มค่า”ฝ่าศก.ซบ เชสเตอร์กริลล์-แมคโดนัลด์ยอดขายพุ่งสวนกระแส

ธุรกิจอาหารจานด่วน ชูความคุ้มค่า คุ้มราคา ฝ่ากระแสเศรษฐกิจซบ “แมคโดนัลด์-เชสเตอร์ กริลล์” ปลื้มยอดขายไตรมาสแรกโตขึ้น เดินหน้าบุกหนัก ร้านเชสเตอร์กริลล์ เปิดตัว “ไก่กระเป๋า” ช่วยกระตุ้นยอดขาย ด้านแมคโดนัลด์ปรับวิธีทำตลาด ชูความคุ้มค่าในมิติอื่นนอกเหนือราคา 19 บาท ทั้งอาหารชุด แมคคาเฟ่ บริการเสริม

 

ภาวะต้นทุนพุ่งกับการปรับขึ้นราคาที่ไม่ง่ายนัก ทำให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัว เช่นเดียวกับธุรกิจอาหารจานด่วน หรือ QSR (quick service restaurant) ที่มีการปรับกลยุทธ์กันถ้วนหน้า และยังคงมีการทำการตลาดแบบรุกหนัก เพื่อดึงดูดผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการในร้าน เฉพาะช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา หลายค่ายสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น

 

นายสุวัฒน์ ทรงพัฒนะโยธิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด ผู้บริหารร้านอาหารเชสเตอร์ กริลล์ ร่วมกันเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงไตรมาสแรกยอดขายรวมของบริษัทขยายตัวสูงขึ้น และคาดว่าจะดีขึ้นอีกในช่วงไตรมาสที่ 2 ส่วนหนึ่งมาจากการออกสินค้าใหม่เพื่อสร้างวาไรตี้ โดยมุ่งเน้นนวัตกรรมที่ทำให้การรับประทานอาหารง่ายขึ้น รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น จากเดิมที่กลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนทำงานเป็นหลัก

 

โดยเฉพาะกับเมนูล่าสุด “ไก่กระเป๋า” สูตรเม็กซิกันในราคาชิ้นละ 39 บาท จัดเป็นเมนูในกลุ่มสแน็กหรืออาหารระหว่างมื้อที่ราคาไม่แพงเท่าอาหารมื้อหลัก แต่สามารถรับประทานเป็นอาหารมื้อหลักได้ด้วย โดยคาดว่าจะช่วยดึงกลุ่มคนเข้ามาใช้บริการในร้านเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 15%

 

นอกจากรุกทำด้านเมนูให้หลากหลาย และชูเรื่องความคุ้มค่ามาเป็นจุดดึงลูกค้า ในปีนี้ยังมีแผนรีโนเวตสาขาให้ทันสมัยขึ้น เพื่อสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยที่ผ่านมาได้ปรับโฉมสาขาที่ซีคอนสแควร์ เพื่อเป็นสาขาต้นแบบ ซึ่งร้านที่จะเปิดตัวหลังจากนี้จะปรับให้เป็นโฉมเดียวกันทั้งหมด

 

นายสุวัฒน์กล่าวต่อว่า แม้ว่าภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะยังไม่นิ่งนัก ขณะที่ต้นทุนราคาวัตถุดิบต่างๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 15-20% แต่ภายในครึ่งเดือนมิถุนายนนี้บริษัทยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นราคาสินค้า และมั่นใจว่ายอดขายในปีนี้จะโตได้ถึง 20%

 

เช่นดียวกับแมคโดนัลด์ จากการเปิดเผยของนายเฮสเตอร์ ชิว ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด ชี้ว่า ยังไม่มีแผนปรับราคาแต่อย่างใด และเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการทำทั้งในส่วนของการ ปรับโฉมร้าน การรุกในส่วนของแมคคาเฟ่, ดีลิเวอรี่, เปิดให้บริการ 24 ช.ม. ซึ่งทำให้ไตรมาสแรกที่ผ่านมาสามารถเติบโตได้เป็นตัวเลข 2 หลัก

 

ที่สำคัญคือการนำเสนอความคุ้มค่า คุ้มราคา ให้กับผู้บริโภคในมิติอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องราคา ยกตัวอย่าง จากเดิมบริษัทจะเน้นโปรโมตเมนูสุดประหยัด 19 บาท เพราะมองว่าเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ ทำให้จำนวนการเข้าร้านของลูกค้า 1,000 ครั้ง (transaction) ต่อบิลเมื่อ 2 ปีก่อนจะมีการสั่งเมนูนี้ถึงกว่า 800 ครั้ง แต่ที่ผ่านมาบริษัทได้เปลี่ยนวิธีการทำตลาด นอกเหนือจากราคา 19 บาท ที่ปัจจุบันปรับเป็น 20 บาท ก็หันมาเน้นอาหารชุดต่างๆ การมีบริการเสริมเพิ่มเติม เมนูใหม่เพื่อสร้างวาไรตี้ รวมถึงแมคคาเฟ่ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่า ทำให้ปัจจุบันการสั่งเมนูดังกล่าวลดลงเหลือกว่า 500 ครั้งเท่านั้น

 

ล่าสุดเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าใหม่ ได้เปิดตัวบัตรแมคโดนัลด์ คลับ ที่ให้ส่วนลดพิเศษ 10% ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มฐานสมาชิก จากเดิมเน้นกลุ่มครอบครัวและเด็ก โดยตั้งเป้าสมาชิกจาก “แมคโดนัลด์ คลับ” อยู่ที่ 120,000 คน คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 6 พฤษภาคม 2551

ไม่มีความเห็น

No comments yet

Leave a reply