ห้างค้าปลีกดังลด-เลิกใช้ถุง เปิดทางเลือกกระเป๋ารีไซเคิลสุดเดิ้น
บริษัทต่างๆ ทั่วโลกกำลังพยายามเดินหน้าเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อน บางแห่ง เช่น เมซี่ส์ (Macy”s) ได้พยายามลดการใช้พลังงานด้วยการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมเพิ่มการรีไซเคิลเพื่อให้บริษัทเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม บรรดาห้างสรรพสินค้ายังต้องให้ขาช็อปใช้ถุงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นถุงชนิดไหนก็ตาม เพราะคงไม่จำเป็นต้องให้คนซื้อถือสินค้าออกจากห้างโดยไม่ใช้ถุงอะไรเลย ด้วยเหตุนี้เองทำให้ห้างอย่างเมซี่ส์ที่เคยใช้ถุงกระดาษลามิเนตราว 43 ล้านใบต่อปี หันมาใช้ถุงรีไซเคิลที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลราว 30% พร้อมเตรียมขายกระเป๋าใบโตทำจากฝ้ายอีกด้วย
นอกจากนี้เหล่าผู้ค้าปลีกทั่วอเมริกายังเดินหน้าแผนอื่นๆ เปิดทางเลือกให้ลูกค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด โดยถุงช็อปปิ้งคือทางเลือกที่เห็นได้อย่างชัดเจนถึงเกมรุกของเหล่าซูเปอร์สโตร์ที่ขานรับเทรนด์รักษ์โลก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี ถุงเป็นองค์ประกอบจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจและมีการวิพากษ์ค่อนข้างจำกัดเกี่ยวกับว่าควรใช้ถุงกระดาษหรือถุงพลาสติกดีกว่ากัน
ด้านนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระบุว่า ต้องใช้เวลาหลายร้อยปีเพื่อย่อยสลายพลาสติก แต่คนทั่วไปก็เห็นการนำถุงไปรีไซเคิลน้อยมาก อย่างไรก็ตามนับเป็นก้าวสำคัญอีกครั้งเพราะปัจจุบันผู้ค้าปลีกตอบรับคำเรียกร้องดังกล่าว โดยช่วยให้มีการใช้ถุงน้อยลง
ไม่ว่าจะเป็น โฮล ฟู้ดส์ มาร์เก็ตส์ (Whole Foods Markets) ที่เริ่มขายถุงที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้มาหลายปีแล้ว ก่อนที่ปัจจุบันจะเดินแผนเชิงรุก โดยประกาศเลิกใช้ถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวในร้าน 270 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน
ขณะที่ ไอเกีย (Ikea) ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากสวีเดน บอกว่า จะเลิกให้บริการถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ หลังจากเมื่อปีกลายบริษัทที่ได้เริ่มคิดเงินพิเศษอีก 5 เซนต์ สำหรับผู้ที่ต้องการถุงพลาสติก พร้อมบริจาครายได้จากส่วนนี้แก่กลุ่มป่าไม้ จากกลยุทธ์ทั้งหมดบริษัทบอกว่าสามารถช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกในอเมริกาจาก 70 ล้านใบ เหลือ 35 ล้านใบ
พร้อมกันนี้ขาช็อปแฟนประจำของห้างค้าปลีกอื่นๆ เช่น วอล-มาร์ต, ทาร์เก็ต, ไจแอ้นท์ อีเกิ้ล, เทรดเดอร์ โจส์ และ ห้างอื่นๆ ยังคุ้นตากับแผงขายถุงที่นำมาใช้ใหม่ได้ ด้าน อัลดี (Aldi) ได้ขายถุงชนิดนี้มานานตามรูปแบบธุรกิจประหยัดต้นทุน
นอกจากนี้ยังมีห้างบางแห่งที่เดินกลยุทธ์ก้าวหน้ากว่าเก่า เช่น แมคจินนิส ซิสเตอร์ส (McGinnis Sisters) ห้างจำหน่ายสินค้าอาหาร ได้เปิดตัวถุงที่นำมาใช้ใหม่ได้ซึ่งผลิตในจีน ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนก่อน ก่อนที่เดือนมีนาคมปีนี้ ห้างเริ่มขายถุงราคาแพงกว่าเดิมซึ่งผลิตในอเมริกา
อย่างไรก็ตามความกังวลเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความภูมิใจของชาติเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับต้นทุนเชิงสิ่งแวดล้อมของการขนส่งถุงด้วย นับจนถึงปัจจุบันผู้บริโภคซื้อถุง 2,500 ใบจากจีน และซื้อถุงแบบใหม่อีก 800 ใบ ซึ่งเจนนิเฟอร์ อาร์ ดูโรร่า ผู้รับผิดชอบการพัฒนาธุรกิจของห้าง คาดว่าขาช็อปประมาณ 25% จะนำถุงแบบใช้ใหม่ได้มาเอง
ส่วนไจแอ้นท์ อีเกิ้ล เคยระบุว่า ห้างเห็นค่าของการใช้ถุงแบบใช้ครั้งเดียว แต่ไม่เห็นชอบกับแนวคิดดังกล่าว ดังนั้นจึงหันมากระตุ้นการใช้ถุงรีไซเคิล และถุงแบบใช้ซ้ำได้ และบริษัทได้จำหน่ายถุงแบบใช้ซ้ำไปแล้วหลายแสนใบนับตั้งแต่เปิดขายครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2549
ข้ามฝั่งมาที่แคนาดากันบ้าง พบว่าห้างค้าปลีกที่นี่ก็ตื่นตัวเรื่องการใช้ถุง พร้อมโหมโปรโมตถุงรีไซเคิลของตัวเองที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลซ้ำอีกได้
นอกจากนั้นยังมีองค์กรอื่นๆ ขานรับแนวคิดสีเขียว ด้วยการเปิดตัวถุงอีโคสารพัดชนิด ทั้งกระเป๋าเงิน กระเป๋าใส่ไวน์ รวมทั้งบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารกลางวัน ซึ่งล้วนผลิตจากวัสดุรีไซเคิลทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นยางในของจักรยาน ใบเรือใบ สัมภาระทหาร และผ้าสมัยเก่าคุณภาพดี
เช่น ถุงเอนไวโรแซก (Envirosax) ที่ผลิตจากโพลีเอสเตอร์กันน้ำ ทนทาน และมีน้ำหนักเบาเพียง 40 กรัมเท่านั้น หรืออาจจะเลือกใช้ถุงแนวอีโค-ฟังก์ ที่มีทั้งกระเป๋ายี่ห้ออิงลิช รีเทรดที่ทำจากยางใน และมีให้เลือกหลายรูปแบบ
ส่วนคนที่รักของใช้แนวทหารๆ คงชื่นชอบกระเป๋าเพรสคอตต์ ผลงานของแจค+มาร์โจรี ที่ทำจากอุปกรณ์ทหารเก่า เช่น เต็นท์ผ้าใบ ผ้าห่ม ขณะที่ขาช็อปที่ชอบขนซื้อของใช้มากมาย อาจเลือกใช้กระเป๋าใบเขื่องอินเทรนด์ของ o.n.e. ที่ผลิตจากฝ้ายแท้ๆ และสามารถบรรจุสารพัดสิ่งของน้ำหนัก 20 กิโลกรัมได้สบายๆ
ทั้งนี้เชื่อว่าหากได้ยลโฉมกระเป๋ารีไซเคิลเหล่านี้แล้ว หลายคนคงอยากเป็นเจ้าของแน่ๆ และนี่คืออีกหนึ่งหนทางที่หลายองค์กรพยายามทำเพื่อเกาะกระแสต้านโลกร้อน พร้อมๆ กับทำเงินให้กับบริษัทไปในคราวเดียวกัน
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 2 พฤษภาคม 2551