พีน่าฯสวนศก.เดินหน้าลงทุนไม่ยั้ง เทพันล.ยึดเมืองท่องเที่ยวผุดสาขาเอาต์เลตมอลล์
“พีน่า กรุ๊ป” รุกหนักธุรกิจเอาต์เลต อัดฉีดงบฯกว่า 1,000 ล้าน ผุดสาขาใหม่เพิ่ม สยายปีกบุก “ภูเก็ต-อุดรฯ” เผยแนวทางขยายสาขาพุ่งเป้าเจาะเมืองท่องเที่ยว
นายสุพจน์ ตันติจิรสกุล ประธาน บริษัท พีน่า เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร โครงการเอาต์เลตมอลล์ เปิดเผยว่า หลังจากเปิดสาขาใหม่ สาขาที่ 4 เอาต์เลตวิลเลจ สาขากระบี่ เมื่อเดือนมกราคม ผ่านมาเกือบ 4 เดือนได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยว ประชาชนท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก จากนี้ไปมีแผนจะขยายสาขาเอาต์เลตวิลเลจ ตามทำเลที่มี นักท่องเที่ยวอีก 2 แห่งคือ ภูเก็ต และอุดรธานี นอกจากนี้ยังสนใจจะลงทุนที่สุราษฎร์ธานี เชียงราย และเชียงใหม่ ตั้งเป้าลงทุนปีละ 1 โครงการ โดยหากสังเกตจะเห็นว่าหลักๆ จะเป็นการขยายไปยังเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ
สำหรับที่ภูเก็ตถือเป็นตลาดใหญ่ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวมาก มีพื้นที่รวม 52 ไร่ โดยเฟสแรก 24,000 ตร.ม. จะใช้งบฯลงทุน 500 ล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่รีเทล 1,800 ตร.ม. รวบรวมแบรนด์ชั้นนำกว่า 300 ร้าน อีก 4,000 ตร.ม. ทำแกลเลอรี่แอนด์ลิฟวิ่ง อยู่ระหว่างเจรจาผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านท้องถิ่นระดับพรีเมี่ยมหลายราย ทั้งจากกรุงเทพฯ และท้องถิ่น และ 2,000 ตร.ม. เป็นโซนอินเตอร์ฟู้ด จะเปิดบริการปลายธันวาคมปีนี้
นายสุพจน์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีแผนจะพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวประมาณ 10 ไร่ ให้เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งอยู่ระหว่างเจรจา ผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตระดับบน
หลังจากเปิดบริการเฟสแรกไปแล้ว จะเริ่มดำเนินการลงทุนเฟส 2 บนพื้นที่ 19 ไร่ ด้วยงบฯลงทุนอีกประมาณ 400 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงแรม คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 3 ปี พร้อมเปิดบริการปลายปี 2554 และมีโครงการจะเปิดใช้พื้นที่ที่เหลือบางส่วนเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งจะเป็นการร่วมมือกับพันธมิตร
นายสุพจน์กล่าวต่อไปว่า ส่วนสาขาอุดรธานีมีพื้นที่ 12 ไร่ ตั้งอยู่ริมถนนรอบเมือง จะใช้งบฯ 300 ล้านบาทพัฒนาเป็นอาคาร 3 ชั้น โดยชั้น 1 มีพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร เปิดเป็นเอาต์เลตวิลเลจ ส่วนชั้น 2-3 เป็นในส่วนของโรงแรม คาดว่าสามารถเปิดบริการไม่เกินกลางปีหน้า
พร้อมกันนี้ นายสุพจน์ยังเปิดเผยถึงธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าไลเซนส์ แบรนด์และโลคอลแบรนด์ว่า ภาพรวมการแข่งขันธุรกิจเสื้อผ้าตามภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวในแง่การผลิตและการตลาดอีกมาก สำหรับบริษัทเน้นบริหารจัดการแบรนด์ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มไลเซนส์แบรนด์ จากสหรัฐเข้ามาทำตลาดอีก 1 แบรนด์คือ แลมเพจ จากเดิมมีแบรนด์ไลเซนส์และโลคอลแบรนด์รวม 18 แบรนด์ นอกจากนี้มีแผนขยายสาขาตามกลุ่มเซ็นทรัล คาดว่าจะเปิดที่สาขาพัทยา แจ้งวัฒนะ และชลบุรี
“จากแนวทางการทำธุรกิจดังกล่าว มั่นใจว่าจะทำให้บริษัทมีอัตราเติบโต 25% ซึ่งปีที่ผ่านมาผลประกอบการธุรกิจเอาต์เลตทั้ง 3 สาขา มีรายได้รวม 1,400 ล้านบาท ใกล้เคียงกับเป้าที่ตั้งไว้ และในระยะยาวหลังจากสาขาภูเก็ตเปิดบริการ คาดว่าจะมีรายได้รวม 2,000 ล้านบาท ส่วนภาพรวมของธุรกิจกลุ่มพีน่าในส่วนของธุรกิจเสื้อผ้าในกลุ่มพีน่ามียอดขาย 1,200 ล้านบาท และธุรกิจโรงแรมมีรายได้เกือบ 200 ล้านบาท”
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 2 พฤษภาคม 2551