สปอร์ตมอลล์ขย่มหนักรับกระแสกอล์ฟเฟื่อง


สปอร์ตมอลล์” เกาะเทรนด์กีฬากอล์ฟโตต่อเนื่อง จัด 3 อีเวนต์ใหญ่หวังรับทรัพย์ ประเดิมด้วย “อัลติเมต กอล์ฟ เวิลด์” ปลายกุมภาพันธ์นี้ ขนทัพสินค้าแบรนด์ดังจากงานกอล์ฟโลกที่อเมริกามาเอาใจ แถมขยายเวลาอีก 1 อาทิตย์ ผนึกพันธมิตรจัดโปรโมชั่นสารพัดรูปแบบจูงใจ               

นายสุนทร สุรีย์เหลืองขจร ผู้จัดการอาวุโสจัดหาสินค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารร้านจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์กีฬา สปอร์ตมอลล์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้สปอร์ตมอลล์จะเพิ่มน้ำหนักกับการทำตลาดสินค้าในกลุ่มกีฬากอล์ฟมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับกระแสของกีฬากอล์ฟที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการจัดงานที่เกี่ยวกับกีฬากอล์ฟ 3 งานหลักๆ เริ่มจากตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์-9 มีนาคมนี้ ที่จะจัดอัลติเมต กอล์ฟ เวิลด์ ที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ซึ่งจัดเป็นปีที่ 8 แล้ว ถัดจากนั้นในช่วงเดือนเมษายนก็จะเป็นงานพารากอน กอล์ฟ เฟสต์ ที่สยามพารากอน และประมาณเดือนมิถุนายนก็จะจัดงาน เอเชี่ยน สเป็ก ที่ดิ เอ็มโพเรียม               

สำหรับอัลติเมต กอล์ฟ เวิลด์ ที่จัดขึ้นนี้จะเป็นการนำสินค้าของแบรนด์ต่างๆ นำไปจัดแสดงในงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวกับกีฬากอล์ฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ออลันโด ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา มาแสดง โดยเป็นการร่วมกับแบรนด์กว่า 50 แบรนด์ ในการนำสินค้าใหม่ๆ มาแสดง และไฮไลต์จะมี 3 หมวด คือ หมวดลักเซอรี่ สำหรับจับกลุ่มพรีเมี่ยม หมวดฟิวเจอร์ เทคโนโลยี และหมวดอุปกรณ์กอล์ฟที่ได้รับการพัฒนาออกมาเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด และงานที่จัดขึ้นนี้ก็จะเป็นช่วงเวลาที่มีงานแสดงสินค้าและอุปกรณ์กอล์ฟงานใหญ่ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น คือ เจแปน กอล์ฟ แฟร์               

งานนี้เราขยายเวลาออกไปอีก 1 สัปดาห์จากที่เคยจัด นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นร่วมกับพันธมิตรบัตรเครดิต และเอไอเอส รวมถึงระบบเงินผ่อน 0% ด้วย ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายในงานนี้ไม่ต่ำกว่า 35 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่งานนี้ทำยอดขายได้กว่า 20 ล้านบาท”                

นายสุนทรยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาสปอร์ตมอลล์ให้ความสำคัญกับกีฬากอล์ฟมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับสาขาในดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน ที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็น กลุ่มลูกค้าระดับบนและชาวต่างประเทศ ซึ่งประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง จากนั้นเมื่อปี 2550 บริษัทก็เริ่มนำโมเดลที่ประสบความสำเร็จดังกล่าวมาปรับปรุงสาขาต่างๆ ด้วยการเพิ่มพื้นที่กับสินค้าในกลุ่มนี้มากขึ้น โดยมีพื้นที่โดยเฉลี่ย 20-25% ของแต่ละสาขา ซึ่งให้ความสำคัญกับสินค้าแบรนด์ใหญ่ อาทิ อาดิดาส หรือไนกี้ ในการที่จะนำสินค้ามาวางอย่างครบครัน อาทิ สาขาที่สยามพารากอน ทั้งสองแบรนด์นี้เปิดเป็นแฟลกชิปสโตร์               

นอกจากสินค้าในกลุ่มฮาร์ดไลน์ ที่ส่วนใหญ่เป็นพวกไม้และอุปกรณ์แล้วแต่ละสาขาก็มีสินค้าในกลุ่มซอฟต์ไลน์ คือ เสื้อผ้า ที่มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้นเข้ามาเสริม ขณะเดียวกันก็มีการจัดกิจกรรมมาเสริม ซึ่งก็ทำให้ยอดขายของสินค้ากลุ่มนี้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 40% ปัจจุบันอาจจะกล่าวได้ว่า โซนกอล์ฟของสปอร์ตมอลล์นั้นมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดแล้วในบรรดาร้านจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์กอล์ฟ โดยเฉพาะที่ดิ เอ็มโพเรียม               

ปัจจุบันสินค้าที่เกี่ยวกับกอล์ฟสามารถสร้างรายได้ให้กับสปอร์ตมอลล์เป็นสัดส่วนถึง 25% รองจากสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้าและรองเท้าที่มีสัดส่วนที่ประมาณ 50% และส่วนที่เหลืออีก 25% ก็เป็นสินค้าอื่นๆ อาทิ เครื่องออกกำลังกาย แร็กเกต อุปกรณ์แคมปิ้ง เป็นต้น”               

พร้อมกันนี้ นายสุนทรยังกล่าวถึงภาพรวมของร้านจำหน่ายสินค้และอุปกรณ์กีฬาด้วยว่า ที่ผ่านมาในแง่ของการแข่งขันส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของราคา แต่สำหรับสปอร์ตมอลล์ จะเน้นในเรื่องของคุณภาพของสินค้าและเน้นการสร้างแบรนด์สินค้าให้มีความครบถ้วน และให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีการพัฒนาให้มีความใหม่และทันสมัยตลอดเวลา คือ เมื่อมีรุ่นใหม่ออกมา สปอร์ตมอลล์ก็จะต้องมีจำหน่าย เนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มนี้จะต้องการสินค้าที่ใหม่และมีคุณภาพ หรือหากจะมีการจัดโปรโมชั่นราคาบ้าง ก็จะมีการแยกออกมาจากเคาน์เตอร์ต่างหากอย่างชัดเจน               

ปีที่ผ่านมา สปอร์ตมอลล์ทั้ง 7 สาขาทำยอดขายรวมได้ประมาณ 1,800 ล้านบาท ส่วนปีนี้มั่นใจว่าน่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากปีนี้เป็นปีที่จะมีมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่ถึง 2 อีเวนต์มาเป็นตัวสนับสนุน คือ ฟุตบอลยูโร 2008 และกีฬาโอลิมปิก” นายสุนทรกล่าวใน ตอนท้าย             

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 14 กุมภาพันธ์ 2551 

About these ads