doopa

ปรับโมเดลลงทุนโหมแคมเปญ เมเจอร์ฯบุกตปท.ปักธงอินเดีย

Posted by: doopa on: มกราคม 24, 2008

“เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” ได้ฤกษ์สยายปีกต่างประเทศ เผยปีนี้เตรียมนำต้นแบบความสำเร็จในเมืองไทยไปเปิดตลาด “อินเดีย-เวียดนาม” ขณะที่ในประเทศยังเดินหน้าต่อเนื่องหวังให้ธุรกิจยืนได้บนขาตัวเอง พร้อมเดินเครื่องการตลาดแบบถึงลูกถึงคน ชูเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าถึงตัวผู้บริโภคโดยตรง มั่นใจภาพรวมปีนี้ยังดี ตั้งเป้ากวาด ยอดขายปีนี้เพิ่มอีก 25-30% 

แม้ภาพรวมทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศจะยังไม่นิ่ง แต่สำหรับกลุ่มเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้เตรียมการรับมือตลอดเวลาในทุกสถานการณ์ โดยแต่ละปีจะมีแผนชัดเจนว่า หากเศรษฐกิจดีจะขยายในแนวทางไหน หรือหากเศรษฐกิจไม่ดีจะเดินแบบไหน และด้วยความเป็น ผู้ประกอบการรายใหญ่ ยิ่งทำให้มีศักยภาพในการปรับตัวสูง และไม่เพียงแต่การขยายตลาดในประเทศเท่านั้น ปีนี้ยังเป็นที่กลุ่มเมเจอร์ฯกำลังจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศอีกด้วย 

เตรียมรุกตลาดอินเดีย-เวียดนาม

นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้กลุ่มเมเจอร์ฯยังเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากแผนยุทธศาสตร์ในประเทศแล้ว ปีนี้บริษัทยังมียุทธศาสตร์สำหรับขยายไปตลาดต่างประเทศด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดที่มีศักยภาพไว้ 2 ประเทศ คือ อินเดีย และเวียดนาม คาดว่าน่าจะสามารถเปิดให้บริการที่ประเทศอินเดียได้ก่อนในเร็วๆ นี้ จากนั้นจึงค่อยตามด้วยเวียดนาม 

จากการศึกษาตลาดพบว่า ทั้ง 2 ตลาด เป็นตลาดที่ใหญ่และมีศักยภาพสูง และไลฟ์สไตล์การบริโภคมีศักยภาพที่เอื้อให้ธุรกิจไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนต์มีการขยายตัวได้สูง

ทั้งนี้บริษัทมีแผนจะนำรูปแบบที่ประสบความสำเร็จในประเทศและที่มีความแข็งแรงอยู่แล้วไปลงทุนในรูปแบบการหาพันธมิตร (strategy partner) ที่เป็นมืออาชีพมาร่วมลงทุน เพราะเชื่อว่ารูปแบบที่เปิดในประเทศมีความแข็งแรงและมีศักยภาพไม่เป็นรองใคร ทั้งโรงหนัง โบว์ลิ่ง และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่เป็นไลฟ์สไตล์ต่างๆ

“ตลาดต่างประเทศนี้เราคิดมานานแล้ว แต่เพิ่งลงตัวทั้งในเรื่องบิสซิเนสโมเดล พาร์ตเนอร์ และเวลา” นายวิชากล่าว

ทุ่มอีก 1,000 ล้านยึดทำเลทอง

นายวิชากล่าวว่า สำหรับตลาดในประเทศนั้น คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ในการขยายธุรกิจทุกแขนงในเครือ โดยได้ปรับรูปแบบลงทุนที่สอดรับกับสถานการณ์ที่สุด และเชื่อว่าธุรกิจขนาดใหญ่อื่นๆ ยังคงมีแผนลงทุนเช่นกัน แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะยังได้รับผลกระทบจากการเมืองอยู่

เชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีที่อุตสาหกรรมหนังยังดีต่อเนื่อง ทั้งหนังฮอลลีวูดและหนังไทย โดยฟาก ฮอลลีวูดนั้นทุกๆ ปีจะมีหนังใหญ่เข้าฉายเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ดังนั้นหนังไทยจะเป็นส่วนที่จะเข้ามาช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับอุตสาหกรรมในปีนี้ได้อย่างชัดเจนจากแนวโน้มดังกล่าวนี้ทำให้บริษัทยิ่งต้องเร่งเพิ่มจำนวนโรงหนังรองรับการขยายตัวของตลาดให้มากขึ้นทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยโรงหนังคาดจะเพิ่มขึ้นประมาณ 40 โรง และโบว์ลิ่งอีกประมาณ 50 เลน  ขอยืนบนขาตัวเอง นายวิชากล่าวต่อไปว่า ในส่วนของโรงหนังนั้นบริษัทจะโฟกัสใน 2 แนวทางหลัก คือ ขยายตลาดต่างจังหวัด และเน้นการลงทุนในรูปแบบสแตนด์อะโลนเพิ่มมากขึ้น นอกจากที่เทสโก้ โลตัส รัตนาธิเบศร์แล้ว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหาทำเลที่เป็นรอยต่อระหว่างตัวเมืองกับชุมชนไว้อีก 2-3 แห่ง คาดว่าน่าจะเปิดตัวได้เร็วๆ นี้ เนื่องจากสแตนด์อะโลนเป็นโมเดลที่สร้างกำไรได้มากที่สุด ที่สำคัญยังทำให้บริษัทมีเครื่องมือในการทำธุรกิจได้ดีและไร้ขีดจำกัดมากขึ้น เป็นผลมาจากการตั้งเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (property fund) ซึ่งส่งผลให้บริษัทกล้าลงทุนซื้อที่ดินและลงทุนในรูปแบบสแตนด์อะโลนมากขึ้น  สิ่งสำคัญที่จะทำให้บริษัทยืนอยู่บนขาตัวเองได้ต้องบริหารช่องทาง (portfolio management) ให้มีความสมดุล ระหว่างสาขาที่อยู่ในห้าง สรรพสินค้าหรือไปเปิดร่วมกับพันธมิตรกับสาขาที่เป็น สแตนด์อะโลนของตัวเอง “การลงทุนในวันนี้ต้องแปรผันกับสิ่งแวดล้อม และต้องระมัดระวังและมีเหตุมีผลมากขึ้น ที่ผ่านมาเราเองก็ทำการบ้านอย่างต่อเนื่อง เราในฐานะ ผู้สร้างโรงที่เปรียบเสมือนหัวรถจักรของอุตสาหกรรม ก็ต้องเร่งสร้างให้ครอบคลุมตลาดให้มากที่สุด เพื่อให้อุตสาหกรรมมีการขับเคลื่อนทั้งระบบ”  ชูการตลาดแบบถึงลูกถึงคน นายวิชากล่าวต่อไปว่า นอกจากยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนแล้ว ปีนี้บริษัทต้องเพิ่มความเข้มข้นของการตลาด หลังจากที่ได้เปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจากระบบเจ้าของมาเป็นระบบมืออาชีพแล้ว กลยุทธ์หลักจะเน้นในเรื่องการทำโปรโมชั่นที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายในทุกๆ กลุ่มให้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมองว่าปีนี้เป็นปีที่ใช้เรื่องโปรโมชั่นเป็นหลัก เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภคท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ได้ดีที่สุด ทั้งนี้จำเป็นต้องเลือกสรรให้ดีว่าโปรโมชั่น รูปแบบไหนที่จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกันบริษัทได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนดูหนังใช้เวลาน้อยลง ด้วยการพัฒนาช่องทางจำหน่ายตั๋วในรูปแบบใหม่โดยไม่ต้องมาต่อคิวซื้อตั๋ว นอกจากนี้ยังได้สั่งซื้อจอฉายที่รองรับระบบดิจิทัลมาอีกกว่า 10 จอ เพื่อรองรับการฉายหนังที่ผลิตเป็นดิจิทัล ทั้งนี้เชื่อว่าหากโครงสร้างธุรกิจเคลื่อนตัวสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบจะทำให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้นอีกด้วย  ส่งทราฟฟิกฯลุยรับหนังไทยขาขึ้น นายวิชายังกล่าวถึงความคืบหน้าในเรื่องกรณีผนึกบริษัทเอ็ม พิคเจอร์ บริษัทในเครือและบริษัททราฟฟิก คอนเนอร์ ด้วยว่า โดยกระบวนการซื้อขายหุ้นน่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ตามในแง่การทำงานบริษัทนี้ก็ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือเป็น 1 ในแผนยุทธศาสตร์สำคัญ แต่จะโฟกัสในเรื่องการจัดจำหน่ายเป็นหลัก ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปบริษัทนี้จะไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ทำตลาดหนังต่างประเทศเท่านั้น แต่จะไปทำตลาดหนังไทยควบคู่ไปด้วย โดยรูปแบบการทำธุรกิจนั้นจะเปิดกว้างให้กับ ผู้ที่มีฝีมือ มีความสามารถและอยากสร้างหนังให้มีโอกาสสร้างสรรค์งานมากขึ้น บริษัทจะทำหน้าที่จัดจำหน่ายให้ รูปแบบนี้บริษัทจะมีรายได้จากการทำตลาดหนังไทยเข้ามาช่วยสร้างความเข้มแข็งเพิ่มขึ้นด้วย ขณะเดียวกันก็ใช้ความเชี่ยวชาญในด้านสื่อของกลุ่มทราฟฟิกฯเข้ามาช่วยทำให้หน้าหนังที่มีอยู่เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่ของรายได้และเพิ่มมูลค่าให้หนังแต่ละเรื่องในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย “ปีนี้หนังไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้น และมีหน้าหนังเข้าฉายเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังเชื่อว่ามีคนที่เข้าสู่วงการหนังไทยอีกจำนวนมาก เพราะเมื่อตลาดต่างจังหวัดมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น คนสร้างหนังไทยก็จะรู้แล้วว่า รายได้หนังพออยู่ได้และมีทุนพอที่จะสร้างต่อไป” เชื่อภาพรวมยังดี-ตั้งเป้าโต 25-30% ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเมเจอร์ฯกล่าวด้วยว่า แม้จะดูภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้จะเริ่มต้นไม่ค่อยดีนัก แต่มั่นใจว่าจะจบดี สำหรับอุตสาหกรรมก็ยังมั่นใจว่าจะยังมีศักยภาพในการขยายตัวต่อเนื่องได้ โดยนอกจากธุรกิจหนังที่เป็นธุรกิจหลักแล้ว บริษัทก็ยังมีแผนรุกธุรกิจต่างๆ ในเครืออย่างต่อเนื่องเช่นกัน อาทิ ธุรกิจขายตั๋ว ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ขยายไปจำหน่ายตั๋วรถทัวร์แล้วนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางเพื่อสร้างให้ธุรกิจเกิดมูลค่าเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งได้เร่งขยายจุดจำหน่ายไปแล้วถึง 30-40 จุด จากเดิมมีเพียงแค่ 7 จุดเท่านั้น หรือสยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ ที่อยู่ระหว่างการรุกอย่างเต็มที่ โดยหลังจากเปิดรัชโยธิน อเวนิว ในต้นเดือนเมษายนนี้แล้วยังมีแผนเปิดสาขาเสนา ฯลฯ  อย่างไรก็ตามเมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปิดสาขาเซ็นทรัลเวิลด์เพราะตัวเลขปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลจากการเปิดตัวของค่ายเอสเอฟ ซีนีม่า โดยบริษัทได้ย้ายเครื่องฉายไปติดตั้งที่สาขาศาลายาแล้ว ส่วนโบว์ลิ่งยังอยู่ระหว่างรอการเคลื่อนย้าย ซึ่งการปิดสาขาครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบในด้านรายได้แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นสาขาที่มีรายได้น้อยอยู่แล้ว สำหรับสาขารัตนาธิเบศร์ที่เป็นสแตนด์อะโลนนั้น เริ่มดำเนินการได้ช้ากว่าแผนที่วางไว้เล็กน้อย คือจากช่วงไตรมาส 3 ปีนี้เป็นต้นปี 2552 เนื่องจากต้องรอยื่นขออนุญาตพร้อมกับโครงการที่จอดรถของเทสโก้ โลตัส จากแผนดังกล่าวข้างต้นนี้น่าจะทำให้ตัวเลขการขยายตัวด้านรายได้ของกลุ่มเมเจอร์ฯเติบโตได้ต่อเนื่องอีกไม่ต่ำกว่า 25-30%ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 24 มกราคม 2551

Leave a Reply

 

มกราคม 2008
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
    ก.พ. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

ออกไอเดียว่า

มีคนเข้ามาดู

  • 219,654 ครั้ง